BEING Thailand 2025 ตอกย้ำภาพลักษณ์ไทย ในฐานะผู้นำด้านเศรษฐกิจสุขภาพยุคใหม่ระดับโลก
ประเทศไทยมุ่งยกระดับแนวคิดด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี หลังจากเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมในอุตสาหกรรมนี้มากว่า 4 ทศวรรษ ท่ามกลางกระแสใหม่ที่คำว่า “Well-being”กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของยุคนี้
ภูเก็ต ประเทศไทย - เมื่อเทรนด์สุขภาพทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไปตามพฤติกรรมของผู้บริโภคและนักเดินทาง ประเทศไทยก็ได้รับการยอมรับมากขึ้นในฐานะผู้นำที่รู้เท่าทันและปรับตัวได้อย่างชาญฉลาดในโลกของเศรษฐกิจสุขภาพ ที่งาน Being Thailand 2025 ณ จังหวัดภูเก็ต ประเทศไทยถูกจับตามองในบทบาทสำคัญในการผลักดันการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การบริการ การดูแลสุขภาพ และตลาดผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับ “สุขภาวะ” มากยิ่งขึ้น โดยสะท้อนให้เห็นถึงภาพลักษณ์ใหม่ของประเทศในเวทีระดับนานาชาติด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์
ตลอดเวลากว่า 30 ปี ประเทศไทยได้พัฒนา “ระบบนิเวศสุขภาพ” ที่มีความหลากหลาย จากจุดเริ่มต้นที่เน้นการทำสปาและการบำบัดแบบองค์รวม สู่การเติบโตเป็นตลาดสุขภาพที่ครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่รีสอร์ตที่เน้นการยืดอายุขัย การแพทย์แบบผสมผสาน ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพ โดยเมืองท่องเที่ยวสำคัญอย่างภูเก็ตได้เปลี่ยนโฉมไปเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาวะที่ครบครัน ทั้งในแง่โครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์ แบรนด์โรงแรมระดับโลก และอสังหาริมทรัพย์รุ่นใหม่ที่รองรับไลฟ์สไตล์สุขภาพอย่างแท้จริง
Viona Zhang รองกรรมการผู้จัดการ C9 Hotelworks กล่าวว่า “เศรษฐกิจสุขภาพของไทยในวันนี้ ไม่ได้แค่ขยายตัว แต่กำลังปรับทิศทางเพื่อเตรียมพร้อมรับอนาคต ซึ่งงาน Being Thailand 2025 ได้กลายเป็นเวทีสำคัญที่นำผู้คนในอุตสาหกรรมมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง วิเคราะห์แนวโน้มตลาด และหารือถึงแนวทางการปรับกลยุทธ์ธุรกิจให้ตอบรับกับความต้องการรูปแบบใหม่ที่กำลังจะมาถึง”
งานนี้ถูกออกแบบในรูปแบบ B2B ที่เน้นการเชื่อมโยง สร้างแรงบันดาลใจ และแบ่งปันองค์ความรู้ ผ่านเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญ การแลกเปลี่ยนแนวคิดเชิงกลยุทธ์ และกิจกรรมด้านสุขภาวะที่ผู้เข้าร่วมได้มีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิด พร้อมช่วยเปิดโอกาสให้เกิดการมีส่วนร่วมที่มีคุณภาพระหว่างผู้เล่นจากหลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแก่นแท้ของ “สุขภาวะ” ที่เน้นประสบการณ์และการลงมือปฏิบัติ
ข้อมูลจากรายงาน Wellness Economy Report 2025 โดย C9 Hotelworks เผยให้เห็นภาพรวมและแรงขับเคลื่อนของอุตสาหกรรมสุขภาพในไทย โดยพบว่ามูลค่าการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในประเทศไทยเพิ่มขึ้นจาก 194,000 ล้านบาท (5.39 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปี 2022 เป็น 419,000 ล้านบาท (11.64 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปี 2023 ซึ่งการเติบโตได้รับแรงหนุนหลักจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คิดเป็นสัดส่วนจาก 23% เป็น 40% ของตลาดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพทั้งหมด ทั้งนี้ มูลค่ารวมของเศรษฐกิจสุขภาพไทยในปี 2023 อยู่ที่ 1.4 ล้านล้านบาท (38.89 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ส่งผลให้ประเทศไทยติดอันดับหนึ่งในสิบของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
เทรนด์สุขภาพยังคงส่งอิทธิพลต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าและรองเท้าสำหรับออกกำลังกาย ที่ครองส่วนแบ่งตลาดถึง 52% ของตลาดในกลุ่มสุขภาพทางกาย ขณะที่อาหารและเครื่องดื่มที่ติดฉลากเพื่อสุขภาพก็มีมูลค่าตลาดรวมสูงถึง 198,000 ล้านบาท (5.50 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งการเติบโตนี้สะท้อนให้เห็นว่า “สุขภาพ” ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ประจำวัน มากกว่าแค่การดูแลตัวเองเฉพาะช่วงวันหยุดหรือทริปท่องเที่ยว
นอกจากนี้ แนวโน้มการพัฒนาในธุรกิจโรงแรมและที่พักก็เปลี่ยนแปลงไป โดยจากเดิมที่บริการด้านสุขภาพมักจำกัดอยู่ในรีสอร์ตเฉพาะทาง แต่ปัจจุบัน แนวคิดด้านสุขภาวะได้ถูกผสานเข้ากับโรงแรมในหลายระดับมากขึ้น เห็นได้จากการเปิดตัวของโครงการใหม่อย่าง Clinique La Prairie แห่งแรกในเอเชียที่ตรีวนันดา ภูเก็ต และโครงการ Silver Wellness & Residence โดย BDMS ในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังปรับภาพลักษณ์สู่การเป็นศูนย์กลางด้านการยืดอายุขัย การดูแลสุขภาพที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ และการใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมแบบองค์รวม
งาน Being Thailand 2025 เปิดเวทีให้เกิดการแลกเปลี่ยนเชิงลึกและการสร้างพันธมิตรระดับภาคการท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ สุขภาพผู้บริโภค การแพทย์ และการลงทุน พร้อมตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะผู้นำด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และต้นแบบการบูรณาการแนวคิด “สุขภาวะ” ที่เข้ากับยุทธศาสตร์ระดับชาติและการเติบโตของภาคเอกชน
สามารถดาวน์โหลดรายงาน Wellness Economy Report 2025 ฉบับเต็มได้ที่: www.c9hotelworks.com