• SCB EIC คาด กนง. จะเริ่มลดดอกเบี้ยในไตรมาส 4 ซึ่งเป็นจังหวะเวลาที่ภาวะการเงินตึงตัวจะเริ่มส่งผลกดดันเศรษฐกิจมากขึ้น ขณะที่ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจส่วนใหญ่ยังคงเปราะบาง ประกอบกับความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้าจะเริ่มปรับสูงขึ้น *** จึงประเมินว่า กนง. จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 1 ครั้งปลายปีนี้เหลือ 2.25% และปรับลดอีกครั้งเหลือ 2% ในช่วงต้นปีหน้า (2025)
Home การประชุม China’s Third Plenum คาดทางการจีนเน้นย้ำการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง
การประชุม China’s Third Plenum คาดทางการจีนเน้นย้ำการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง

การประชุม China’s Third Plenum คาดทางการจีนเน้นย้ำการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง

การประชุม China’s Third Plenum คาดทางการจีนเน้นย้ำการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม 

 

  • การประชุมใหญ่ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนชุดที่ 20ครั้งที่ 3 (China’s Third Plenum) ที่จัดขึ้นทุก 5 ปี และถูกเลื่อนมาจากช่วงปลายปี 2566 กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 15-18 .. 2567 ซึ่งการประชุมฯ จะมีการประกาศทิศทางการดำเนินนโยบายสำคัญทางเศรษฐกิจระยะยาว โดยที่ผ่านมา การประชุมฯ ปี 2521 มีการประกาศเริ่มต้นปฏิรูปเศรษฐกิจทุนนิยม การประชุมฯ ปี 2556 มีการประกาศผ่อนปรนนโยบายลูกคนเดียวเพื่อรับมือกับปัญหาเรื่องแรงงานและประชากรสูงวัย

 

  • สำหรับการประชุม Third Plenum ครั้งนี้คาดว่าทางการจีนจะยังคงเน้นแนวนโยบายการปฏิรูปเชิงโครงสร้างและเน้นย้ำถึงแนวทางการดำเนินนโยบายเดิมที่ได้ประกาศไว้ในการประชุมสองสภาของจีนเมื่อเดือนมี.ค.2567 ที่ผ่านมา เช่น การสนับสนุนอุตสาหกรรมสีเขียว เพื่อที่จะนำพาประเทศจีนไปสู่ความทันสมัยในแบบของประเทศจีน (Chinese-style Modernization) โดยรายละเอียดที่สำคัญที่คาดว่าจะมีการกล่าวถึง คือ

 

 

การปฏิรูปภาษีและนโยบายการคลัง ซึ่งเป็นประเด็นต่อเนื่องมาจากการประชุมแผนงานด้านเศรษฐกิจส่วนกลางของจีน (CEWC) ในช่วงปลายปี 2566 โดยคาดว่าจะมีการจัดสรรสัดส่วนรายได้จากภาษีให้กับรัฐบาลท้องถิ่นเพิ่มขึ้น  และเพิ่มรายจ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจกับรัฐบาลกลาง เพื่อแก้ไขความไม่สมดุลทางการคลัง และปัญหาหนี้ของรัฐบาลท้องถิ่น

 

แนวนโยบายที่สนับสนุนการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับกำลังการผลิตคุณภาพใหม่ (New Productive Forces) ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีนในระยะต่อไป และสอดคล้องกับการพึ่งพาตนเองด้านของเทคโนโลยีมากขึ้น

 

การผ่อนคลายนโยบายย้ายถิ่นฐานจากชนบทสู่เมือง (Hukou System) ที่เดิมมีไว้เพื่อควบคุมการย้ายถิ่นฐานภายในประเทศซึ่งทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำด้านสวัสดิการของคนในพื้นที่เขตเมืองและท้องถิ่น ดังนั้นการผ่อนคลายหรือยกเลิกระบบดังกล่าวจะทำให้เกิดความสะดวกในการเคลื่อนย้ายแรงงานและการได้รับสิทธิประโยชน์ทางสังคมอย่างเท่าเทียม ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนความเป็นสังคมเมือง (Urbanization) ที่จะช่วยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจต่อไป

 

นอกจากนี้ ประเด็นอื่น ที่ตลาดจับตามอง ได้แก่ มาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติม และการใช้จ่ายภาคครัวเรือนเพื่อสนับสนุนให้เศรษฐกิจจีนปี 2567 เติบโตได้ตามเป้าหมายของทางการจีนที่ 5% ท่ามกลางสถานการณ์ในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังกดดันความเชื่อมั่นภาคการบริโภคและภาคธุรกิจ คาดว่าทางการจีนจะมีการประกาศแนวทางหรือมาตรการเพื่อช่วยเหลือภาคอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติม เช่น การเพิ่มวงเงินในโครงการที่ให้รัฐบาลท้องถิ่นเข้าซื้อบ้านค้างสต็อก  รวมถึงมาตรการสนับสนุนการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศในรูปแบบการสร้างความต้องการสินค้า เช่น ปัจจุบันที่มีโครงการสินค้าเก่าแลกสินค้าใหม่ (Trade in) อย่างเครื่องใช้ไฟฟ้าและรถยนต์ เป็นต้น