• ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยเงินเฟ้อไทยในเดือนก.ย. 69 เพิ่มขึ้น 2.8%YoY สูงที่สุดในรอบ 5 เดือน และคาดว่าจะเร่งขึ้นในไตรมาสที่ 4 ... ยังคงประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยอยู่ที่ 1.8% ในปี 2569 โดยในไตรมาสที่ 4 เงินเฟ้อคาดว่าจะเร่งตัวจากช่วง 9 เดือนแรกของปีที่เพิ่มขึ้น 1.5%YoY จากปัจจัยด้านอุปทานเป็นสำคัญ *** ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุภาพรวมการว่างงานในช่วงไตรมาส 2 ปี 2569 ไทยมีจำนวนผู้ว่างงานอยู่ที่ 4.01 แสนคน หรือเพิ่มขึ้น 10% YoY และถือเป็นตัวเลขที่สูงสุดในรอบ 7 ไตรมาส (ล่าสุดที่พุ่งแตะระดับเกินกว่า 4.0 แสนคนอยู่ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2567) หากแบ่งตามช่วงอายุของผู้ว่างงาน พบว่ากว่า 44% ของผู้ว่างงานทั้งหมดอยู่ในกลุ่มเด็กจบใหม่ (อายุ 20-24 ปี) หรือคิดเป็นจำนวนราว 1.74 แสนคน
Home จำนวนโรงเรียนนานาชาติในไทยโตเร็วกว่าอุปสงค์ จำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้นช้ากว่า
จำนวนโรงเรียนนานาชาติในไทยโตเร็วกว่าอุปสงค์ จำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้นช้ากว่า

จำนวนโรงเรียนนานาชาติในไทยโตเร็วกว่าอุปสงค์ จำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้นช้ากว่า

จำนวนโรงเรียนนานาชาติในไทยโตเร็วกว่าอุปสงค์ จำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้นช้ากว่าโรงเรียนสะท้อนแรงกดดันด้านการแข่งขัน  (ศูนย์วิจัยกสิกรไทย Infographic)


• อุปทานโรงเรียนนานาชาติเริ่มขยายตัวเร็วกว่าฐานนักเรียน ในปี 2026 จำนวนโรงเรียนนานาชาติในไทยเพิ่มขึ้นราว 5.3% ขณะที่จำนวนนักเรียนเพิ่มเพียง 3.8% สะท้อนว่าอุปทานยังเติบโต แต่การเพิ่มขึ้นของโรงเรียนที่เร็วกว่าจำนวนนักเรียนมีแนวโน้มทำให้การแข่งขันเพื่อดึงดูดและรักษาฐานนักเรียนรุนแรงขึ้น


• สัญญาณอุปทานที่เพิ่มเร็วกว่าอุปสงค์เริ่มชัดขึ้นในปี 2026 โดยจำนวนนักเรียนเฉลี่ยต่อโรงเรียน ซึ่งเคยอยู่ที่ประมาณ 312 คนต่อแห่งในปี 2025 ลดลงเหลือ 307 คนในปี 2026 และคาดลดต่อเป็น 304 คนในปี 2027


• การปรับขึ้นค่าเทอมมีบทบาทมากขึ้นในการพยุงรายได้ โดยในปีการศึกษา 2026/2027 ค่าเทอมต่อปีของโรงเรียนนานาชาติในกรุงเทพฯ ปรับขึ้นเฉลี่ยราว 5% เร่งขึ้นเมื่อเทียบกับที่เพิ่ม 3% ในปี 2025/2026 ซึ่งช่วยพยุงการเติบโตของรายได้ท่ามกลางจำนวนนักเรียนที่เติบโตช้าลงและการแข่งขันที่สูงขึ้น


• แรงหนุนจากการปรับขึ้นค่าเทอมส่งผลให้รายได้ธุรกิจโรงเรียนนานาชาติยังคงขยายตัว แม้จำนวนนักเรียนต่อโรงเรียนลดลง โดยคาดว่ารายได้จะเพิ่มจากประมาณ 1.28 แสนล้านบาทในปี 2026 เป็น 1.41 แสนล้านบาทในปี 2027


• การแข่งขันที่มากขึ้น โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่มีโรงเรียนนานาชาติกระจุกตัวมากกว่า 45% ของทั้งประเทศ ทำให้การสร้างความแตกต่างมีความสำคัญมากขึ้น ผู้ประกอบการจึงไม่สามารถแข่งขันด้วยชื่อเสียงหรือหลักสูตรเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างความแตกต่างทั้งด้านคุณภาพการศึกษาหลักสูตรเฉพาะทาง กิจกรรม สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และสังคมภายในโรงเรียน เพื่อดึงดูดและรักษานักเรียน