• ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในเดือนมี.ค. 2569 อยู่ที่ -0.08%YoY ติดลบในอัตราที่ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าที่ติดลบที่ -0.88%YoY จากดัชนีราคาพลังงานยังปรับลดลงที่ -2.8%YoY สงครามในตะวันออกกลางส่งผลให้สินค้าบางรายการปรับสูงขึ้น *** ปี 2569 อัตราเงินเฟ้อไทยมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 3.4% จากเดิมที่คาดว่าจะเป็นบวกราว 0.4% โดยจะเริ่มเห็นการพลิกกับมาเป็นบวกในเดือนเม.ย. จากราคาพลังงานในประเทศยังมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ราคาสินค้าโดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูป และบริการขนส่งได้รับผลกระทบต่อเนื่อง จากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่สูงขึ้น
Home ประชุม FOMC วันที่ 28-29 เม.ย. คาดเฟดคงดอกเบี้ยที่ 3.50-3.75%
ประชุม FOMC วันที่ 28-29 เม.ย. คาดเฟดคงดอกเบี้ยที่ 3.50-3.75%

ประชุม FOMC วันที่ 28-29 เม.ย. คาดเฟดคงดอกเบี้ยที่ 3.50-3.75%

ประชุม FOMC วันที่ 28-29 เม.ย. คาดเฟดคงดอกเบี้ยที่ 3.50-3.75% และมีแนวโน้มคงดอกเบี้ยยาวนานขึ้น (ศูนย์วิจัยกสิกรไทย)


ในการประชุม FOMC วันที่ 28-29 เม.ย. 2569 คาดเฟดมีมติคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 3.50-3.75% เพื่อรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ ท่ามกลางความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางที่ยังอยู่ในระดับสูง 


เงินเฟ้อทั่วไปของสหรัฐฯ เร่งสูงขึ้นจากราคาพลังงาน แต่เงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นจำกัด โดยเงินเฟ้อทั่วไปของสหรัฐฯ เดือนมี.ค. 2569 เร่งขึ้นมาสูงสุดในรอบ 20 เดือนที่ 3.3% เนื่องจากราคาพลังงานเป็นหลัก อย่างไรก็ดี เงินเฟ้อพื้นฐานยังคงเพิ่มขึ้นอย่างจำกัด โดยอยู่ที่ 2.6% เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจาก 2.5% ในเดือนก่อนหน้า

 


ตัวเลขตลาดแรงงานยังไม่สะท้อนผลกระทบจากความขัดแย้งอย่างชัดเจน โดยอัตราว่างงานเดือนมี.ค. 2569 ลดลงเล็กน้อยลงมาอยู่ที่ 4.3% และการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 178,000 ตำแหน่ง หลังจากหดตัวในเดือนก.พ. อย่างไรก็ดี ภาพรวมยังสะท้อนภาวะ “จ้างน้อย–ปลดน้อย” (low hire, low fire) อย่างต่อเนื่อง


เฟดมีแนวโน้มคงดอกเบี้ยนโยบายยาวนานขึ้น และการปรับลดดอกเบี้ยอาจเกิดขึ้นล่าช้ากว่าที่เคยคาด โดยยังขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตะวันออกกลางและทิศทางราคาพลังงานโลกเป็นสำคัญ


ในกรณีฐาน ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าเฟดมีโอกาสปรับลดดอกเบี้ยใน 1 ครั้งในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ สอดคล้องกับ Dot Plot ในการประชุมรอบก่อนหน้า ภายใต้สมมติฐานว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อการเข้าถึงช่องแคบฮอร์มุซ จะคลี่คลายลงภายในเดือนมิ.ย. 2569 นี้ ซึ่งจะช่วยให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกทยอยปรับลดลง และทำให้แรงกดดันเงินเฟ้อเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราว ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มชะลอตัวลงตามการใช้จ่ายภาคครัวเรือนและตลาดแรงงานที่ทยอยอ่อนแรงลง 


อย่างไรก็ดี หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อจนทำให้ราคาน้ำมันทรงตัวเหนือ 100 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรลอย่างต่อเนื่องไปตลอดทั้งปี ความเสี่ยงของการเกิด Stagflation จะเพิ่มสูงขึ้น ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว เฟดมีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายตลอดทั้งปี เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อและการประคองเศรษฐกิจ ขณะที่โอกาสในการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมยังค่อนข้างจำกัด เนื่องจากเงินเฟ้อพื้นฐานมีแนวโน้มไม่ได้อยู่ในระดับที่สูงหรือหนืดมากนัก อีกทั้งการขึ้นดอกเบี้ยในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังชะลอตัวอาจซ้ำเติมสภาวะเศรษฐกิจ โดยไม่สามารถแก้ไขแรงกดดันเงินเฟ้อจากฝั่งอุปทานได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ทั้งนี้ การรับรองตำแหน่งของ Kevin Warsh ในฐานะประธานเฟดคนใหม่ก่อนการประชุม FOMC เดือนมิ.ย. 2569 ยังมีความไม่แน่นอนจากปัจจัยทางการเมืองในวุฒิสภา ส่งผลให้ Jerome Powell ยังอาจดำรงตำแหน่งประธานเฟดต่อไปในการประชุมเดือนมิ.ย. 2569