• คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) มองศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทาย เศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอนสูงเผชิญ แม้การส่งออกและการลงทุนมีแนวโน้มเติบโตดี โดยมูลค่าการส่งออกไทยครึ่งปีแรกขยายตัวสูง 17.6%YoY จึงปรับประมาณการจีดีพีปี 2569 โต 1.6-2% @@@ ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินเศรษฐกิจไทย ในปี 2569 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทย คาดชะลอลงสู่ 2.3% โดยมีแนวโน้มที่จะเร่งตัวชั่วคราวในช่วงไตรมาส 3 และ 4 จากการทยอยส่งผ่านต้นทุน ปรับเพิ่มคาดการณ์การส่งออกและนำเข้าของไทยปี 2569 เป็น 14% และ 27% ส่งผลให้ไทยมีแนวโน้มจะขาดดุลการค้า (ระบบศุลกากร) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะสูงกว่าประมาณการเดิมในปี 2569 แต่ยังต่ำกว่าปีก่อนหน้า
Home ราคาทองคำปรับลดลงแรง นักลงทุนต้องจับตาปัจจัยอะไรต่อไป
ราคาทองคำปรับลดลงแรง นักลงทุนต้องจับตาปัจจัยอะไรต่อไป

ราคาทองคำปรับลดลงแรง นักลงทุนต้องจับตาปัจจัยอะไรต่อไป

ราคาทองคำปรับลดลงแรง นักลงทุนต้องจับตาปัจจัยอะไรต่อไป (ศูนย์วิจัยกสิกรไทย Infographic)

 
ในช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 ราคาทองคำโลกปรับลดลงหลุดระดับ 4,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ โดยลดลง 259 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือ 5.8% มาแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม 2569 ที่ 4,110.55 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่งในประเทศปรับลดลงต่ำกว่า 66,000 บาทต่อบาททองคำ โดยลดลง 3,850 บาทต่อบาททองคำ หรือ 5.5% ตามทิศทางราคาทองคำในตลาดโลก อย่างไรก็ดี ราคาทองคำไทยปรับลดลงในอัตราที่น้อยกว่าราคาทองคำโลกเล็กน้อย ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการอ่อนค่าของเงินบาทที่ช่วยจำกัดแรงกดดันต่อราคาทองคำในประเทศ 


ปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาทองคำในช่วงที่ผ่านมา ได้แก่ ราคาพลังงานที่ทรงตัวในระดับสูงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางซึ่งเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ ส่งผลให้ธนาคารกลางต้องดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวด โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนกันยายน ขณะที่เงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นและการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดของธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทน 

 


สำหรับระยะข้างหน้า นักลงทุนควรติดตาม 4 ปัจจัยสำคัญ ซึ่งอาจกำหนดทิศทางราคาทองคำโลก ได้แก่ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางบอนด์ยีลด์โดยเฉพาะบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ สัญญาณจากธนาคารกลางสหรัฐฯ และข้อมูลเศรษฐกิจรวมถึงเงินเฟ้อของสหรัฐฯ โดยในช่วงเดือนกันยายน นักวิเคราะห์ตาม Bloomberg Consensus คาดว่าราคาทองคำตลาดโลก ณ สิ้นปี 2569 อาจฟื้นตัวไปอยู่ที่ประมาณ 4,465 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ อย่างไรก็ดี แนวโน้มดังกล่าวยังขึ้นอยู่กับพัฒนาการของปัจจัยแวดล้อมสำคัญ

        
โดยหากความขัดแย้งในตะวันออกกลางคลี่คลายหรือมีการบรรลุข้อตกลง อาจช่วยลดแรงกดดันด้านราคาพลังงานและเงินเฟ้อ ซึ่งจะส่งผลให้บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ปรับลดลง รวมถึงธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจไม่จำเป็นต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ยหรือขึ้นดอกเบี้ยกว่าที่สะท้อนอยู่ใน Dot Plot ประกอบกับเงินเฟ้อชะลอลงและตลาดแรงงานเริ่มอ่อนแอ ก็อาจสนับสนุนการฟื้นตัวของราคาทองคำได้ตาม Bloomberg Consensus

        
ในทางกลับกัน หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้นหรือการเจรจาล้มเหลว ราคาพลังงานและแรงกดดันเงินเฟ้ออาจเพิ่มขึ้น จนนำไปสู่การปรับสูงขึ้นของบอนด์ยีลด์ หากเงินเฟ้อเร่งตัวและตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่ง ธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง หรือดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดมากกว่าที่ส่งสัญญาณไว้ใน Dot Plot ซึ่งจะเพิ่มแรงกดดันต่อราคาทองคำ

        
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า การฟื้นตัวของราคาทองคำอาจยังอยู่ในกรอบกรอบจำกัด จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูงทำให้แรงกดดันต่อเงินเฟ้อยังไม่คลี่คลาย ภาวะดังกล่าวอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ จำเป็นต้องดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดนานกว่านักลงทุนคาด ซึ่งทำให้ราคาทองคำระยะสั้นมีแนวโน้มผันผวนสูง ขณะที่ความเคลื่อนไหวของราคาทองคำในประเทศไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาทองคำโลกเพียงปัจจัยเดียว เพราะในช่วงที่ผ่านมา เงินบาทปรับอ่อนค่าซึ่งช่วยจำกัดการปรับลดลงของราคาทองคำโลกได้บางส่วน ผู้ติดตามตลาดจึงควรพิจารณาทิศทางค่าเงินบาทควบคู่กัน