• SCB EIC ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 1.7% จากภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2569 ที่ขยายตัวสูง และมีแรงพยุงจากมาตรการภาครัฐ อย่างไรก็ดี การขยายตัวทางเศรษฐกิจยังคงกระจุกตัวในบางกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี สะท้อนภาพการฟื้นตัวยังมีความเปราะบาง ขณะที่ความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้น
Home เมื่อ “น้ำมันหล่อลื่นใช้แล้ว” ไม่ใช่ของเสีย จุดเปลี่ยนสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน
เมื่อ “น้ำมันหล่อลื่นใช้แล้ว” ไม่ใช่ของเสีย จุดเปลี่ยนสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน

เมื่อ “น้ำมันหล่อลื่นใช้แล้ว” ไม่ใช่ของเสีย จุดเปลี่ยนสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกกำลังเผชิญแรงกดดันครั้งใหญ่จากการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Economy) ทั้งจากนโยบายภาครัฐ มาตรการทางการค้า และความคาดหวังของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องทบทวน “วิธีคิด” ในการใช้ทรัพยากรอย่างเป็นรูปธรรม

หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจและกำลังเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ คือการเปลี่ยนมุมมองต่อ “ของเสีย”โดยเฉพาะ “น้ำมันหล่อลื่นใช้แล้ว” ที่ในอดีตมักถูกจัดอยู่ในกลุ่มของเสียอันตรายที่ต้องทำลาย หรือนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงเกรดต่ำ แต่ในวันนี้ เทคโนโลยีได้เปิดโอกาสให้สามารถนำทรัพยากรเหล่านี้กลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า “น้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานกลั่นใช้ใหม่” หรือ “Re-refined Base Oil” (RRBO)

จาก “รีไซเคิล” สู่ “Upcycling” ชุบชีวิตน้ำมันหล่อลื่นเก่า คุณภาพเทียบเท่าของใหม่

RRBO ไม่ใช่เพียงการรีไซเคิลในความหมายเดิม แต่เป็นการ “ยกระดับคุณภาพ” ของทรัพยากร (Upcycling) โดยการนำน้ำมันหล่อลื่นที่ใช้แล้วผ่านมาตรการคัดแยก นำเข้าสู่กระบวนการกลั่นซ้ำ และปรับปรุงคุณภาพด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อกำจัดสิ่งปนเปื้อน โลหะหนัก และสารเสื่อมสภาพอย่างหมดจด จนสามารถนำกลับมาเป็นวัตถุดิบต้นน้ำในอุตสาหกรรมได้อีกครั้ง โดยคุณสมบัติของน้ำมันพื้นฐานที่ได้จากการ Re-refining นี้ ในหลายมิติสามารถเทียบเท่ากับน้ำมันพื้นฐานใหม่ (Virgin Base Oil)

RRBO ไม่ได้เป็นเพียงนวัตกรรมวัสดุทางเลือก แต่เป็นส่วนหนึ่งของเมกะเทรนด์ด้านความยั่งยืนและเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่กำลังส่งผลต่อเศรษฐกิจ สังคม และวิถีชีวิตของผู้คนทั่วโลกในระยะยาว ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของกติกาการค้าโลกที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐาน ESG มากขึ้น รวมถึงการประเมิน CFP (Carbon Footprint of Product) และ CE-CFP (Carbon Footprint of Circular Economy Product) ซึ่งใช้วัดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมตลอดวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ ภาคอุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานจึงต้องปรับตัวสู่การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งเป็นบริบทสำคัญที่ทำให้ RRBO มีบทบาทและโอกาสเติบโตในอนาคต

ในบริบทนี้ RRBO จึงไม่ได้เป็นแค่ทางเลือกด้านสิ่งแวดล้อม แต่คือ ‘เครื่องมือเชิงกลยุทธ์’ ที่ช่วยให้ภาคธุรกิจลดต้นทุนการบริหารจัดการ ลดการพึ่งพาทรัพยากรใหม่ และตอบโจทย์การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ในเวลาเดียวกัน

เปิดพิมพ์เขียวประเทศไทย: เปลี่ยน “ขยะ” เป็น “ขุมทรัพย์ทางเศรษฐกิจ”

สำหรับประเทศไทย นับว่ามีศักยภาพและความพร้อมอย่างมากในการพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ จากฐานการผลิตภาคอุตสาหกรรมและระบบโลจิสติกส์ที่แข็งแกร่ง ปัจจุบัน ประเทศไทยมีปริมาณการใช้น้ำมันหล่อลื่นอยู่ที่ประมาณ 682 ล้านลิตรในปี 2568 ซึ่งหมายถึงมีปริมาณน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้วในระบบที่รอการบริหารจัดการอย่างถูกต้องเป็นจำนวนมหาศาล ขณะที่ภาพรวมตลาด RRBO ทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าตลาดอยู่ในระดับ 3,000–4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 89,000–131,000 ล้านบาท และคาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องในช่วงหลายปีข้างหน้า จากแรงหนุนของมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและความต้องการผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ นี่จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะเปลี่ยนผ่านจากระบบเศรษฐกิจแบบเส้นตรง (Linear Economy) ที่ใช้แล้วทิ้ง ไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างยั่งยืน

PSP ปักธงผู้นำ พลิกบทบาทสู่ผู้บริหารจัดการห่วงโซ่ธุรกิจแบบ Closed-Loop

ในฐานะผู้นำด้านการผลิตน้ำมันหล่อลื่นและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PSP มองว่าการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมไทย โดยได้เดินหน้าลงทุนในโครงการ Re-refined Base Oil (RRBO) ผ่านบริษัท รีไซเคิล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (RE) เพื่อพัฒนาระบบรีไซเคิลน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้วให้กลับมาเป็นวัตถุดิบคุณภาพสูงอีกครั้ง สะท้อนบทบาทของ PSP ในฐานะผู้นำการรีไซเคิลน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้ว และการก้าวสู่การเป็นผู้บริหารจัดการห่วงโซ่ธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นแบบ Closed-Loop ครอบคลุมตั้งแต่การผลิต การใช้งาน การรวบรวม และการนำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อสร้างการเติบโตควบคู่กับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม

ชูเทคโนโลยีล้ำสมัย ตอบโจทย์ Sustainable Solutions

หัวใจสำคัญของโครงการ RRBO ที่ PSP และ RE กำลังพัฒนา คือการเลือกใช้เทคโนโลยีการกลั่นและการปรับปรุงคุณภาพขั้นสูง มีจุดเด่นในการกำจัดสิ่งเจือปนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลิตภัณฑ์ที่ได้จึงมีความบริสุทธิ์ ได้มาตรฐานสากล ทำให้คู่ค้าและผู้ประกอบการมั่นใจได้ว่า สามารถนำไปใช้งานแทนน้ำมันพื้นฐานเดิมได้อย่างปลอดภัย ไม่ส่งผลกระทบต่อเครื่องจักรหรือยานยนต์

ในระยะยาว PSP วางเป้าหมายให้ธุรกิจ RRBO เป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของพอร์ตโฟลิโอ “Sustainable Solutions” ที่ไม่ได้ตอบโจทย์แค่ตัวบริษัทเอง แต่พร้อมเป็นพันธมิตรที่จะช่วยให้ลูกค้า B2B ของ PSP บรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ไปด้วยกัน

ท้ายที่สุด การขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดขึ้นได้จริง ต้องอาศัยการประสานพลังจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐในการสนับสนุนเชิงนโยบาย ภาคเอกชนในการลงทุนด้านเทคโนโลยี และผู้บริโภคในการร่วมมือคัดแยกของใช้แล้ว หากประเทศไทยสามารถเร่งสร้างระบบนิเวศของอุตสาหกรรมรีไซเคิลที่ได้มาตรฐานเช่นนี้สำเร็จ เราไม่เพียงแต่จะช่วยปกป้องสิ่งแวดล้อม แต่ยังมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านการบริหารจัดการทรัพยากรหมุนเวียนในภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย

และในวันที่ “ของเสีย” ถูกเปลี่ยนกลับมาเป็น “ทรัพยากรล้ำค่า” ได้อย่างสมบูรณ์แบบ อุตสาหกรรมไทยก็จะสามารถเติบโตไปพร้อมกับความยั่งยืนได้อย่างแท้จริง

 


โดย นายเสกสรร ครองพาณิชย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน)

#PSP #RRBO #CircularEconomy #เศรษฐกิจหมุนเวียน #Sustainability #ESG #ReRefinedBaseOil #NetZero #GreenIndustry