• คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) มองศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทาย เศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอนสูงเผชิญ แม้การส่งออกและการลงทุนมีแนวโน้มเติบโตดี โดยมูลค่าการส่งออกไทยครึ่งปีแรกขยายตัวสูง 17.6%YoY จึงปรับประมาณการจีดีพีปี 2569 โต 1.6-2% @@@ ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินเศรษฐกิจไทย ในปี 2569 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทย คาดชะลอลงสู่ 2.3% โดยมีแนวโน้มที่จะเร่งตัวชั่วคราวในช่วงไตรมาส 3 และ 4 จากการทยอยส่งผ่านต้นทุน ปรับเพิ่มคาดการณ์การส่งออกและนำเข้าของไทยปี 2569 เป็น 14% และ 27% ส่งผลให้ไทยมีแนวโน้มจะขาดดุลการค้า (ระบบศุลกากร) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะสูงกว่าประมาณการเดิมในปี 2569 แต่ยังต่ำกว่าปีก่อนหน้า
Home ทำไมการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม (Just Transition) ไปด้วยกัน สำคัญต่ออนาคตของ SMEs/MSMEs
ทำไมการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม (Just Transition) ไปด้วยกัน สำคัญต่ออนาคตของ SMEs/MSMEs

ทำไมการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม (Just Transition) ไปด้วยกัน สำคัญต่ออนาคตของ SMEs/MSMEs

  • เขียนโดย SCG 01/10/2026
  • 79

ทำไมการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม (Just Transition) ไปด้วยกัน
สำคัญต่ออนาคตของ SMEs/MSMEs
          
ขณะที่ภาครัฐและองค์กรเอกชนทั่วโลกเดินหน้าขับเคลื่อน การเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม (Just Transition) เพื่อก้าวสู่เศรษฐกิจสีเขียวและ Net Zero ประเทศไทยซึ่งมี SMEs/MSMEs เป็นหัวใจในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก กลับเป็นกลุ่มตกอยู่ในสภาวะที่กำลังกัดฟันสู้ บ้างก็หายไปจากระบบ แล้ว SMEs/MSMEs จะได้ประโยชน์ด้านไหน อย่างไร จากเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม?
            
ในงานสัมมนา “ESG Symposium 2026” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2026 ภายใต้แนวคิด “ASEAN in Action: Powering Inclusive Green Transition” ทาง SCG มุ่งเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนมาหารือ สร้างความร่วมมือ และกำหนดแนวทางก้าวสู่ความยั่งยืนไปด้วยกัน โดยหนึ่งในมุมมองสำคัญของเรื่องนี้ที่ SCG และพันธมิตรทางธุรกิจร่วมสร้างความตระหนักรู้แบบเอ็กซ์คลูซีฟ
 
‘SMEs/MSMEs’ เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนผ่าน ‘Just Transition การเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม’ จึงสำคัญ
            
Boston Consulting Group (BCG) และ World Business Council for Sustainable Development (WBCSD) ให้ข้อมูลว่า การเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรมเพื่อก้าวสู่เศรษฐกิจสีเขียว ต้องดำเนินการแบบมั่นใจได้ว่า ต้นทุนและผลประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศและการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ทำได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรมต่อ ผู้ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนผ่าน โดยเฉพาะ SMEs/MSMEs และชุมชน

 

สำหรับ SMEs/MSMEs เป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนประมาณ 99% ของธุรกิจในประเทศไทยและสร้าง GDP ราว 35% ซึ่งทาง BCG และ WBCSD ระบุว่า มีข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งเรื่องเงินทุน ความรู้ ทรัพยากร และการปฏิบัติตามมาตรฐาน ESG

 

การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนนั้นมีความเสี่ยงรวมอยู่ด้วย และคนตัวเล็กหรือธุรกิจขนาดเล็กอาจถูกมองข้ามหรือได้รับผลกระทบ อาทิ การสูญเสียงาน/ตำแหน่งงานจำนวนมาก การขายกิจการที่สร้างงานขึ้นมา การหมุนเงินทุนไม่เร็วพอ เนื่องจาก SMEs/MSMEs ติดล็อกเชิงโครงสร้างในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น

 

* ขายได้ ขายดี แต่เข้าถึงทุนยาก - แม้สินค้าจะขายดีบนช่องทางออนไลน์หรือตลาดชุมชน แต่เมื่อต้องการขยายธุรกิจ กลับเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ยาก เพราะไม่มีงบการเงินหรือหลักทรัพย์ค้ำประกันตามที่สถาบันการเงินกำหนด หรือได้รับข้อเสนอสินเชื่อที่มีดอกเบี้ยสูงจากการประเมินความเสี่ยง

 

* คว้าโอกาสได้ แต่ไร้เงินทุนหมุนเวียน - มีโอกาสได้คำสั่งซื้อล็อตใหญ่จากคู่ค้า แต่ SMEs/MSMEs กลับขาดเงินทุนหมุนเวียนในการปรับปรุงมาตรฐานการผลิตหรือเทคโนโลยีเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้ทัน

 

* ขาดทักษะและเทคโนโลยี - การดำเนินธุรกิจเพียงลำพัง SMEs/MSMEs อาจขาดความรู้ ทักษะและกลไกในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ จึงก้าวไม่ทันความเปลี่ยนแปลงและเสียเปรียบคู่แข่ง

 
และยิ่งคนตัวเล็กขาดโอกาส หรือเห็นแต่เข้าไม่ถึง ก็ยิ่งส่งผลให้ ‘ช่องว่างความเหลื่อมล้ำ’ กว้างขึ้น เพิ่มสูงขึ้น นำพาเศรษฐกิจไทยเข้าสู่ภาวะถดถอย ชะงักงัน กระทบต่อ GDP และอนาคตของประเทศได้ ดังนั้น การช่วยให้ SMEs/MSMEs เข้าถึงโอกาส ปรับตัว และแข่งขันได้ในเศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัลในเวลา เป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างเร่งด่วน และที่สำคัญ ต้องทำให้ครอบคลุม (Inclusivity) กติกาใหม่ของโลกร่วมด้วย

 
Just Transition ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็น ‘ทางรอด’ ของเศรษฐกิจไทย

 

หากดำเนินการตามแนวคิด การเปลี่ยนผ่าน (Transition) สามารถสร้างผลกระทบได้ทั้งต่อตัวบุคคล ต่อชุมชน ต่อประเทศ ต่อภูมิภาค ไปจนถึงต่อโลกได้ เช่น โรงงานหรือโครงการที่ปล่อยคาร์บอนสูง หากต้องปิดตัวลง แรงงานอาจตกงานทันที ชุมชนที่พึ่งพิงรายได้จากโรงงานดังกล่าวก็จะขาดรายได้ไป กระทบการดำเนินชีวิต หรือถ้าเป็นระดับจังหวัดที่มีรายได้จากอุตสาหกรรมที่มีต้นทุนพลังงานสูงหรือใช้พลังงานฟอสซิล เมื่ออุตสาหกรรมในจังหวัดต้องเปลี่ยนไปเป็นอุตสาหกรรมสะอาด นอกจากอุตสาหกรรมต่างๆ ต้องลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านแล้วยังต้องรับมือกับความเสี่ยงทางกายภาพจากสภาพภูมิอากาศที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ เพราะ ‘การเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม’ คือการผนวก มิติทางเทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และโครงสร้างเศรษฐกิจ เข้ากับ มิติทางสังคมและคุณภาพชีวิตของมนุษย์ ผ่านกลไกการเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ เพื่อให้มั่นใจว่าจะ ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง (No one left behind)

 

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับ SMEs/MSMEs จึงมากน้อยต่างกันไปตามรูปแบบ ‘การเปลี่ยนผ่าน’ ดังนั้น เพื่อพาธุรกิจ และสังคมมุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียว นี่จึงเป็น 4 ประโยชน์หลักที่จะเกิดขึ้นกับ SMEs/MSMEs หาก SMEs/MSMEs ร่วมขบวนไปกับการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม

 

1. SMEs/MSMEs จะเข้าถึงโอกาส ทุน และตลาดได้มากขึ้น เพราะการเปลี่ยนผ่านช่วยปลดล็อกข้อจำกัดเดิม เช่น การเข้าถึงเทคโนโลยี การยกระดับสู่มาตรฐานใหม่ การเข้าถึงช่องทางการขาย และการสร้างประวัติทางการเงินจากข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) เพื่อเข้าถึงแหล่งเงินทุนหมุนเวียน

 

2. SMEs/MSMEs จะสามารถเติบโต ปรับตัว และแข่งขันในเศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัลได้อย่างทั่วถึง โดยไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง หรือถูกผลักออกจากระบบเศรษฐกิจ

 

3. SMEs/MSMEs จะก้าวทันกติกาและข้อกำหนดใหม่ ทั้งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม (Green) แต่หาก SMEs/MSMEs ไม่ปรับตัว ก็เสี่ยงที่จะแข่งขันไม่ได้ หรือเข้าไม่ถึงห่วงโซ่อุปทาน

 

4. สร้างความสามารถในการแข่งขันให้ SMEs/MSMEs ไทยได้เติบโตไปกับระบบเศรษฐกิจ เพราะท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจโลก ทั้งด้านเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและดิจิทัล ความสามารถในการปรับตัว การยกระดับผลิตภาพ การใช้เทคโนโลยี/นวัตกรรม รวมถึงการเข้าถึงตลาดและแหล่งเงินทุน จะมีเรื่องการขับเคลื่อน Just Transition เป็นปัจจัยชี้ขาดขีดความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตในระยะยาว

 
และหากการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรมนั้นสำเร็จ จะนำไปสู่...

 

* การขับเคลื่อน Just Transition ที่มองเห็นหัวใจของ SMEs/MSMEs ซึ่งจะสร้างผลกระทบเชิงบวกระลอกใหญ่ต่อประเทศต่อไป

 

* ปลดล็อกศักยภาพรากฝอย โดยเปลี่ยนความน่าเชื่อถือของเศรษฐกิจฐานราก เช่น SMEs/MSMEs วิสาหกิจชุมชน ให้กลายเป็นโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุน

 

* เกิดเป็นห่วงโซ่อุปทานที่เข้มแข็ง (Inclusive Supply Chain) เมื่อคนตัวเล็กปรับตัวได้ ภาคอุตสาหกรรมและองค์กรใหญ่ก็จะมีคู่ค้าที่ยืดหยุ่น ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีโลกได้

 

* กระจายความมั่งคั่งอย่างเป็นธรรมแก่ทุกภาคส่วน ทั้งแรงงาน ผู้ประกอบการ SMEs/MSMEs และชุมชน ได้รับประโยชน์และเติบโตไปด้วยกันโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังอย่างแท้จริง
 

ร่วมหาทางออกบนเวที ESG Symposium 2026 เพื่อขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติจริง

 

การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของ SMEs/MSMEs ไม่สามารถทำได้ด้วยตัวคนเดียว หรือใช้กลไกแบบเดียวตอบโจทย์ทุกคนได้ แต่ต้องอาศัยการเชื่อมโยงจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ สถาบันการเงิน แพลตฟอร์มดิจิทัล/เทคโนโลยี ภาคเอกชนรายใหญ่ และเครือข่ายผู้ประกอบการ

 

SCG จึงสร้างเวทีความร่วมมือ ESG Symposium 2026 เพื่อเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนได้มาหารือ ร่วมกันออกแบบระบบนิเวศ (Ecosystem) และระบุกลไกความร่วมมือที่จะช่วยปลดล็อก SMEs และ MSMEs ให้เข้าถึงความรู้ เงินทุน เทคโนโลยี และตลาดได้อย่างแท้จริง

 

ติดตามข้อสรุปสำคัญและการแถลงข่าวใหญ่พร้อมกันในวันที่ 6 ตุลาคมนี้ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง ยั่งยืน และเป็นธรรมไปด้วยกัน