ร่างแผน PDP2026 สู่ Net Zero 2050 (ศูนย์วิจัยกสิกรไทย Infographic)
• ร่างแผน PDP2026 จัดทำขึ้นเพื่อรองรับสมมติฐานด้านความต้องการพลังงานไฟฟ้าใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปของประเทศไทยตามบริบทสถานการณ์โลก โดยคาดว่าในปี 2593 ประเทศไทยจะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าจาก Data Center 8,611 MW., นิคมอุตสาหกรรม EEC 9,639 MW., และความต้องการใช้ไฟฟ้าจากรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารวม 24.4 ล้านคัน ทั้งนี้ เพื่อสอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ของประเทศในปี 2593 ร่างแผน PDP2026 ส่งสัญญาณชัดเจนถึงการเปลี่ยนระบบไฟฟ้าที่จะไม่เพิ่มโรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่ แต่จะเน้นการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด 70% เพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ให้ภาคเอกชนมีสิทธิ์เข้าถึงไฟฟ้าที่มี Carbon Intensity ต่ำลง
• สำหรับการผลิตไฟฟ้าเพื่อรองรับความต้องการ ร่างแผน PDP2026 ส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดจาก Solar Farm, การใช้แบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน (BESS), พิจารณานำร่องสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) รวมถึงพิจารณาการบรรจุเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) ในแผน PDP ตามช่วงเวลาที่เหมาะสมเพื่อไม่เป็นภาระประชาชน และให้มีอัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยตลอดทั้งแผนไม่สูงเกินไป โดยอยู่ที่ไม่เกิน 4 บาทต่อหน่วย นอกจากนี้ ร่างแผน PDP2026 จะเป็นการเปิดโอกาสใหม่ให้ธุรกิจพลังงานสะอาด และเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดตลาดไฟฟ้าสีเขียวผ่าน Direct PPA ซึ่งจะช่วยให้ภาคเอกชนมีทางเลือกในการเข้าถึงไฟฟ้าสะอาดโดยตรงมากขึ้น
• อย่างไรก็ดี การเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการที่สูงขึ้น โดยยังควบคุมการปล่อยคาร์บอนผ่านเทคโนโลยีอย่าง SMR และ CCS ยังมีความเสี่ยงทั้งด้านกฎหมาย เงินลงทุน การร่วมลงทุนจากเอกชน และการยอมรับของสังคม หากเทคโนโลยีเหล่านี้ไม่สามารถพัฒนาได้ตามแผน อาจทำให้ Carbon Intensity ของระบบไฟฟ้าไทยไม่ลดลงตามเป้าหมาย
• ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานคาดว่า ร่างแผน PDP2026 จะเปิดรับฟังความคิดเห็นในเดือนสิงหาคม และเตรียมเสนอให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เห็นชอบต่อไป เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และเปลี่ยนผ่านสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของภาคเอกชน และประเทศได้



.jpg)
