เงินเฟ้อไทยเดือนเม.ย. 2569 พลิกกลับมาเป็นบวกในรอบ 13 เดือน รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง (ศูนย์วิจัยกสิกรไทย)
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในเดือนเม.ย. 2569 พลิกกลับมาเป็นบวกครั้งแรกในรอบ กว่า 1 ปีที่ 2.89%YoY จากผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยมีรายละเอียด ดังนี้
ดัชนีราคาพลังงานปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ 18.9%YoY (Contribution to inflation: 2.7%) เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เงินเฟ้อกลับมาเป็นบวกในเดือนนี้ โดยนโยบายภาครัฐทยอยปรับราคาน้ำมันในประเทศให้สอดคล้องตลาดโลก เพื่อลดภาระหนี้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ส่งผลให้ราคาดีเซลเพิ่มขึ้น 36%YoY และแก๊สโซฮอล์เพิ่มขึ้น 22%YoY
ต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่สูงขึ้นเริ่มส่งผ่านไปยังสินค้าในหมวดอื่นมากขึ้น โดยเฉพาะค่าขนส่งสาธารณะที่ปรับสูงขึ้น 8.8%YoY และอาหารสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น 2.3%YoY ขณะที่ราคาสินค้าเกษตร อาทิ ผักและผลไม้ ที่นอกจากจะเผชิญต้นทุนที่สูงขึ้นยังได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่แห้งแล้งขึ้น ทั้งนี้ สัดส่วนจำนวนรายการสินค้าที่ราคาปรับสูงขึ้นในเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้นจาก 49.8% เป็น 54.1% ของรายการทั้งหมด 464 รายการในตะกร้าเงินเฟ้อ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2569 เฉลี่ยอยู่ที่ 3.4% โดยจะเห็นการทยอยส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมายังราคาสินค้าผู้บริโภค ทั้งนี้ คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะไปแตะระดับสูงสุดในช่วงไตรมาส 3/2569 และยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องในไตรมาส 4/2569 ทั้งนี้ เงินเฟ้อปี 2569 ที่เร่งตัวสูงมาจาก
ราคาพลังงานที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 2 และมีแนวโน้มทยอยลดลงในครึ่งหลังของปี 2569 หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางคลี่คลาย แต่คงไม่กลับสู่ระดับก่อนเกิดสงคราม ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เฉลี่ยทั้งปีคาดว่าจะอยู่ที่ 90 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล แม้หากช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดใช้งาน แต่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานบริเวณอ่าวที่ถูกทำลายต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู สำหรับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ แม้เริ่มลดลงจากจุดสูงสุดในเดือนเม.ย. แต่ทั้งปียังคาดว่าสูงกว่าปีก่อน ขณะที่ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยทั้งปีมีแนวโน้มอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อนจากมาตรการของภาครัฐ
ราคาสินค้าเกษตรมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นตามราคาพลังงานและปุ๋ย อีกทั้ง ยังมีความเสี่ยงเพิ่มเติมจากการเข้าสู่ภาวะ El Nino ตั้งแต่เดือนพ.ค. 2569 เป็นต้นไป และมีโอกาสเกิด Super El Nino ในช่วงปลายปี 2569 (รูปที่ 1) ซึ่งจะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อราคาสินค้าเกษตร

ราคาสินค้าในตะกร้าเงินเฟ้อพื้นฐานเมื่อปรับขึ้นแล้วมีแนวโน้มปรับลดลงยาก อาทิ อาหารสำเร็จรูป ค่าขนส่ง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มทยอยปรับเพิ่มในไตรมาส 2 และแตะระดับสูงสุดในไตรมาส 3 และจากนั้นจะยังทรงตัวในระดับสูง ขณะที่ มาตรการบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากทางรัฐบาล อาทิ ไทยช่วยไทยพลัส คาดว่าจะช่วยพยุงกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคได้ชั่วคราว และคาดว่าจะไม่มีผลต่อเงินอัตราเงินเฟ้ออย่างมีนัยสำคัญ




.jpg)