• SCB EIC ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 1.7% จากภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2569 ที่ขยายตัวสูง และมีแรงพยุงจากมาตรการภาครัฐ อย่างไรก็ดี การขยายตัวทางเศรษฐกิจยังคงกระจุกตัวในบางกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี สะท้อนภาพการฟื้นตัวยังมีความเปราะบาง ขณะที่ความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้น
Home “มูลนิธิซิตี้-UNDP” สรุปผลงาน “ยูธ โคแล็บ ซัมมิท 2026” ทศวรรษแห่งนวัตกรรม
“มูลนิธิซิตี้-UNDP” สรุปผลงาน “ยูธ โคแล็บ ซัมมิท 2026” ทศวรรษแห่งนวัตกรรม

“มูลนิธิซิตี้-UNDP” สรุปผลงาน “ยูธ โคแล็บ ซัมมิท 2026” ทศวรรษแห่งนวัตกรรม

กรุงเทพฯ 1 กรกฎาคม 2569 – มูลนิธิซิตี้ (Citi Foundation) ร่วมกับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) จัดงาน “ยูธ โคแล็บ ซัมมิท 2026” (Youth Co:Lab Summit 2026) การประชุมด้านเยาวชนระดับภูมิภาคครั้งสำคัญที่รวมตัวผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ภาคีเครือข่ายด้านการพัฒนา และผู้กำหนดนโยบายจากทั่วเอเชียแปซิฟิก ร่วมนำเสนอความสำเร็จในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบผ่านการพัฒนาศักยภาพเยาวชนตลอดหนึ่งทศวรรษ ควบคู่กับการเปิดเวทีแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ด้านการส่งเสริมภาวะผู้นำ นวัตกรรม และการเป็นผู้ประกอบการแก่คนรุ่นใหม่ ภายใต้แนวคิด “A Moonshot for Youth-led Leadership, Innovation, and Entrepreneurship” สะท้อนบทบาทของเยาวชนในฐานะพลังสำคัญในการร่วมแก้ไขความท้าทายของโลก โดยงานประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ ศูนย์ประชุมแห่งสหประชาชาติ ได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) สำนักเลขาธิกาiเครือจักรภพ (Commonwealth Secretariat) CVC Capital Partners Microsoft และธนาคารเพื่อการพัฒนาอิสลาม (IsDB) และ Tencent

ทั้งนี้ โครงการยูธ โคแล็บ (Youth Co:Lab) เป็นโครงการในความร่วมมือระหว่างโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ และมูลนิธิซิตี้ เพื่อเป็นพื้นที่ให้เยาวชนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้นำเสนอแนวคิดทางธุรกิจและการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม โดยดำเนินงานตามแนวทางการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งการสนับสนุนผู้ประกอบการเยาวชนโดยตรง ผ่านการพัฒนาทักษะและองค์ความรู้ด้านธุรกิจ รวมถึงการเชื่อมโยงเยาวชนเข้ากับเครือข่ายผู้นำและแหล่งเงินทุน การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่เครือข่ายองค์กรพันธมิตร ตลอดจนการร่วมมือกับภาครัฐเพื่อผลักดันนโยบายที่เอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพของคนรุ่นใหม่ ปัจจุบันโครงการดังกล่าวเข้าถึงเยาวชนกว่า 400,000 คนใน 30 ประเทศและเขตปกครองทั่วภูมิภาค สนับสนุนผู้ประกอบการเยาวชนมากกว่า 48,000 คน และมีส่วนช่วยในการก่อตั้งและพัฒนาวิสาหกิจเพื่อสังคมที่ขับเคลื่อนโดยเยาวชนกว่า 4,000 แห่ง

ตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน 10 ปี โครงการยูธ โคแล็บ ได้มีส่วนผลักดันกิจการเพื่อสังคมและนวัตกรรมที่สร้างผลลัพธ์เชิงบวกอย่างเป็นรูปธรรมในหลายประเทศทั่วเอเชียแปซิฟิก อาทิ ‘DeafTawk’ แพลตฟอร์มบริการภาษามือแบบออนดีมานด์จากประเทศปากีสถาน ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้งานมากกว่า 68,000 คนใน 5 ประเทศ โครงการ ‘GAWIREA’ โครงการยกระดับความรู้ด้านเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับสตรีชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศอินโดนีเซีย ที่ช่วยให้ผู้ร่วมโครงการมีทักษะวิชาชีพ รวมถึงมีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นสูงสุดถึงร้อยละ 40 และยังเป็นต้นแบบการพัฒนาที่รัฐบาลขยายผลต่อไปยังพื้นที่อื่นภายในประเทศ ไปจนถึงโครงการสัญชาติไทยอย่าง ‘YoungHappy’ แพลตฟอร์มคอมมูนิตี้เพื่อส่งเสริมสุขภาวะจิตสำหรับคนวัยเกษียณ ตามแนวคิด Active Aging ‘HOSTBEEHIVE’ แบรนด์น้ำผึ้งป่าที่ก่อตั้งโดยชาวปกาเกอะญอ หรือชาวกะเหรี่ยง บ้านห้วยหินลาดใน จังหวัดเชียงราย ที่สร้างรายได้ให้ชุมชนผ่านการจำหน่ายน้ำผึ้งป่าจากการเลี้ยงผึ้งตามวิถีดั้งเดิม ควบคู่กับการอนุรักษ์แหล่งอาศัยตามธรรมชาติของผึ้ง นอกจากนี้ รายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยังนำเข้าสู่กองทุนส่วนกลางของชุมชน เพื่อใช้ประโยชน์ด้านสาธารณสุขและการป้องกันไฟป่า รวมถึงโครงการ ‘Seed Journey’ วิสาหกิจเพื่อสังคมที่นำเสนอวัตถุดิบท้องถิ่นตามฤดูกาลและสูตรอาหารดั้งเดิมของชุมชนอาข่าและกลุ่มชาติพันธุ์ผ่านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและกิจกรรมป๊อปอัพไดนิ่ง เพื่อสร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่กลับมาทำงานในบ้านเกิด พร้อมสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมพื้นเมืองและเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร ปัจจุบันโครงการได้สนับสนุนเกษตรกรกว่า 30 ครัวเรือนในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย ให้มีรายได้จากการจำหน่ายของป่าและผลผลิตทางการเกษตรให้แก่โครงการโดยตรง

Gerd Trogemann ผู้จัดการเครือข่ายนโยบายโลก แห่งโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก กล่าวว่า “เรามางาน Youth Co:Lab Summit 2026 ไม่ใช่เพื่อการเฉลิมฉลองปิดฉากโครงการ แต่เรามาเพราะภารกิจของเรายังไม่เสร็จสิ้น เมื่อเยาวชนได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ และเราเชื่อมั่นพร้อมมอบโอกาสให้พวกเขา ย่อมทำให้ชุมชนต่าง ๆ สามารถเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น โดยเราพร้อมขยายผลโครงการที่ประสบความสำเร็จผ่าน Youth Moonshot เพื่อขยายโอกาสไปสู่เยาวชนทุกคนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก”

สำหรับการจัดงาน ยูธ โคแล็บ ซัมมิท 2026 ในวันแรกมุ่งนำเสนอโรดแมปการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของโครงการตลอด 10 ปี ผ่านมุมมองของผู้มีส่วนร่วมในโครงการ รวมถึงการเสวนาระดับสูงเกี่ยวกับนโยบายและความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อผู้ประกอบการเยาวชน ขณะที่ในวันที่สองเป็นการจัดกิจกรรม Regional Demo Day เปิดเวทีให้ผู้ประกอบการเยาวชนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ร่วมนำเสนอแนวคิดธุรกิจและนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาสังคม ก่อนปิดท้ายด้วยการสะท้อนบทเรียนและการต่อยอดความสำเร็จของโครงการ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนทั่วภูมิภาคได้รับการสนับสนุนอย่างรอบด้าน พร้อมขยายผลการพัฒนาสู่สังคมในอนาคต

ฟลอเรนเซีย สปันกาโร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของมูลนิธิซิตี้ กล่าวว่า “ยูธ โคแล็บ ได้กระตุ้นการพัฒนานวัตกรรมจากเยาวชนในภูมิภาค และสร้างระบบนิเวศอันแข็งแกร่งเพื่อส่งเสริมคนรุ่นใหม่ มูลนิธิซิตี้ภูมิใจในผลกระทบเชิงบวกของโครงการตลอดทศวรรษที่ผ่านมา และยังคงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมโซลูชันใหม่ ๆ สำหรับการจ้างงานเยาวชน โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีและ AI กำหนดอนาคตโลกการทำงานอย่างรวดเร็ว”

 


นางสาวนฤมล จิวังกูร กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย และตัวแทนมูลนิธิซิตี้ กล่าวว่า “ความสำเร็จตลอดระยะเวลา 10 ปี เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของโครงการยูธ โคแล็บ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติและมูลนิธิซิตี้เชื่อมั่นว่า การเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมและการสนับสนุนศักยภาพของเยาวชนเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเยาวชนไม่ได้เป็นเพียงผู้ขับเคลื่อนอนาคตเท่านั้น แต่กำลังสร้างการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันด้วย เราจึงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนและเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ต่อยอดศักยภาพของตนเอง เพื่อร่วมสร้างอนาคตที่ดี พร้อมส่งต่อผลลัพธ์เชิงบวกให้แก่สังคมต่อไป”

อย่างไรก็ดี ความสำเร็จของโครงการยูธ โคแล็บ ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเชิงโครงสร้างเพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการดำเนินงานของผู้ประกอบการเยาวชน เนื่องจากปัจจุบันมีเยาวชนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งอยู่นอกระบบการศึกษา การจ้างงาน การศึกษา หรือการฝึกอบรม ในสัดส่วนถึง 1 ใน 5 สะท้อนถึงความท้าทายที่ยังคงต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้แก่สังคมในระยะยาว โดยต่อยอดจากรากฐานความสำเร็จตลอดทศวรรษที่ผ่านมา เครือข่ายพันธมิตรที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และคนรุ่นใหม่ที่พร้อมก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง

สำหรับผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประชุม และโครงการยูธ โคแล็บ ได้ที่ https://www.youthcolab.org/