• Krungthai COMPASS ประเมินว่าอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นยังไม่สิ้นสุด แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะมีแนวโน้มลดลง แต่ กนง. คาดว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะทรงตัวอยู่ในระดับสูงที่ 2.0% ในปี 2566 และ 2567 *** มองว่า กนง. จะให้ความสำคัญกับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานมากขึ้นเนื่องจากสะท้อนสัดส่วนราคาที่ผู้บริโภคใช้จ่ายถึง 67.1% ของตะกร้าเงินเฟ้อ นอกจากนี้ กนง. กล่าวว่าอัตราเงินเฟ้อมีความเสี่ยงด้านสูงจากแรงหนุนด้านอุปสงค์ตามเศรษฐกิจที่ขยายตัวดี และการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการที่อาจเพิ่มขึ้นจากแรงกดดันด้านอุปทาน ซึ่งขึ้นอยู่กับนโยบายเศรษฐกิจของภาครัฐในระยะข้างหน้า อีกทั้งเศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงด้านสูงเช่นกัน จึงเป็นไปได้ว่าหากการจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปอย่างเรียบร้อย *** กนง. มีโอกาสปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 1 ครั้ง สู่ระดับ 2.25% ต่อปี ในช่วงปลายปี 2566
Home GLO เปิดโครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน ปีที่ 5
GLO เปิดโครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน ปีที่ 5

GLO เปิดโครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน ปีที่ 5

สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) เปิดโครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน ปีที่ 5 เผย 10 ชุมชนร่วมโครงการ ต่อยอดเพื่อพัฒนาศักยภาพให้เป็นชุมชนเข้มแข็ง เสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและเติบโตอย่างยั่งยืน

วันนี้ (9 พฤษภาคม 2566) เวลา 09.00 น. ที่บ้านสวนบางเตยโฮมสเตย์ ชุมชนเกาะลัดอีแท่น ตำบลบางเตย อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย กรรมการและโฆษกคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวถึงที่มาของโครงการสลากสรรคสร้างเพื่อชุมชนว่า สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นความยั่งยืน โดยไม่หวังผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่คำนึงถึง 3 ปัจจัยหลัก คือ สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environment, Social, Governance : ESG) และมุ่งหมายที่จะขับเคลื่อนให้เกิดเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดความยั่งยืน ทั้งในส่วนของการบริหารจัดการองค์กร และหน่วยงานพันธมิตรต่างๆ

 


โครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างยั่งยืน ด้วยการส่งเสริมอาชีพและขยายผลการสร้างรายได้ให้กับชุมชนในระยะยาว ผ่านแนวคิดในการขับเคลื่อนด้านการพัฒนาการบริหารจัดการชุมชน ด้านผลิตภัณฑ์ชุมชน และบริการชุมชนที่มีเอกลักษณ์ของภูมิปัญญาท้องถิ่น ให้มีสภาพแวดล้อม วิถีชีวิตที่เอื้อต่อการส่งเสริมการท่องเที่ยว ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม สร้างรายได้ให้กับชุมชน และกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนให้มีความมั่นคงยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต อีกทั้งยังก่อเกิดการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สมควรได้รับการอนุรักษ์และถ่ายทอดให้กับคนรุ่นหลัง เพื่อไม่ให้สูญหายไปกับวิถีสังคมในปัจจุบัน ที่ผ่านมาได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี ชุมชนที่เข้าร่วมสามารถพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ชุมชน และช่องทางการจำหน่ายสินค้า ตลอดจนการท่องเที่ยว สามารถเพิ่มรายได้และยกระดับการบริการได้อย่างครบวงจรมากยิ่งขึ้น

ในปีนี้มีชุมชนที่สนใจส่งใบสมัครเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 21 ชุมชน โดยมีชุมชนที่ได้รับการคัดเลือก 10 ชุมชน ได้แก่
1. ชุมชนบ้านโอ่งอ่างเกาะเกร็ด ตำบลเกาะเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
2. วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเพื่อสังคมเชียงแสน ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย
3. ชุมชนบ้านมุงเหนือ ตำบลบ้านมุง อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก
4. ชุมชนห้วยไร่ ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์
5. ชุมชนบ้านโพธิ์ตาก ตำบลโพธิ์ตาก อำเภอโพธิ์ตาก จังหวัดหนองคาย
6. วิสาหกิจชุมชนเกษตรไม้ผลตำบลภูเงิน ตำบลภูเงิน อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ
7. วิสาหกิจชุมชนไทดำบ้านนาป่าหนาด ตำบลเขาแก้ว อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย
8. ชุมชนบ้านแหลมมะขาม ตำบลแหลมงอบ อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด
9. ชุมชนพ่อตาหินช้าง ตำบลสลุย อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร
10. ชุมชนท่องเที่ยวบ้านเขาชัยสน ตำบลเขาชัยสน อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง

 


ขั้นตอนการดำเนินการจะเริ่มจาก การส่งทีมที่ปรึกษาลงไปในพื้นที่ทำงานร่วมกับทั้ง 10 ชุมชน ตั้งแต่การจัดทำแผนการส่งเสริมพัฒนาชุมชน เช่น การจัดทำและออกแบบโลโก้รวมถึงสโลแกนของชุมชน การปรับปรุงเส้นทางการท่องเที่ยวและป้ายบอกเส้นทางท่องเที่ยวในชุมชน การพัฒนาผลิตภัณฑ์และออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่มีความทันสมัยและเฉพาะตัวสำหรับแต่ละชุมชน การทำแผ่นพับเพื่อการประชมสัมพันธ์ และการตลาดออนไลน์ ต่อด้วยการดำเนินการตามแผนเพื่อพัฒนาชุมชนให้เป็นชุมชนต้นแบบที่มีความเข้มแข็งและยั่งยืน พัฒนาทักษะการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์และบริการบนแพลตฟอร์มออนไลน์ พัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ของสินค้าชุมชน รวมถึงการพัฒนาทักษะคนในชุมชนให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบรรจุภัณฑ์ได้ด้วยตนเอง รวมทั้งนำเรื่องราวการพัฒนาชุมชนของทั้ง 10 ชุมชน มาจัดทำเป็นคลิปวีดิโอ เพื่อนำเสนอการท่องเที่ยววิถีชุมชนและประชาสัมพันธ์สินค้าของชุมชน เผยแพร่ผ่านช่อง Youtuber ที่มีชื่อเสียง และจัดแสดงนิทรรศการผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยได้ประชาสัมพันธ์ความคืบหน้าของการดำเนินโครงการฯ ผ่านช่องทางต่างๆ ของสำนักงานสลากฯ และ facebook “สลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน”

รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย กล่าวในตอนท้ายว่า โครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2562 ปีนี้เป็น ปีที่ 5 มีชุมชนเข้าร่วมโครงการรวมปีนี้ 47 ชุมชน และสำนักงานสลากฯ ยังคงมุ่งมั่นในการดำเนินโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สมาชิกในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีเติมเต็มชุมชนให้มีความเข้มแข็งและเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป