• ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยเงินเฟ้อไทยในเดือนก.ย. 69 เพิ่มขึ้น 2.8%YoY สูงที่สุดในรอบ 5 เดือน และคาดว่าจะเร่งขึ้นในไตรมาสที่ 4 ... ยังคงประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยอยู่ที่ 1.8% ในปี 2569 โดยในไตรมาสที่ 4 เงินเฟ้อคาดว่าจะเร่งตัวจากช่วง 9 เดือนแรกของปีที่เพิ่มขึ้น 1.5%YoY จากปัจจัยด้านอุปทานเป็นสำคัญ *** ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุภาพรวมการว่างงานในช่วงไตรมาส 2 ปี 2569 ไทยมีจำนวนผู้ว่างงานอยู่ที่ 4.01 แสนคน หรือเพิ่มขึ้น 10% YoY และถือเป็นตัวเลขที่สูงสุดในรอบ 7 ไตรมาส (ล่าสุดที่พุ่งแตะระดับเกินกว่า 4.0 แสนคนอยู่ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2567) หากแบ่งตามช่วงอายุของผู้ว่างงาน พบว่ากว่า 44% ของผู้ว่างงานทั้งหมดอยู่ในกลุ่มเด็กจบใหม่ (อายุ 20-24 ปี) หรือคิดเป็นจำนวนราว 1.74 แสนคน
Home SYS ผสานพลัง กนอ. - ชุมชน คืนชีวิตสู่ทะเล ปล่อยสัตว์น้ำ-เก็บขยะชายหาดหนองแฟบ
SYS ผสานพลัง กนอ. - ชุมชน คืนชีวิตสู่ทะเล ปล่อยสัตว์น้ำ-เก็บขยะชายหาดหนองแฟบ

SYS ผสานพลัง กนอ. - ชุมชน คืนชีวิตสู่ทะเล ปล่อยสัตว์น้ำ-เก็บขยะชายหาดหนองแฟบ

SYS ผสานพลัง กนอ. - ชุมชน คืนชีวิตสู่ทะเล ปล่อยสัตว์น้ำ-เก็บขยะชายหาดหนองแฟบ ฟื้นฟูระบบนิเวศยั่งยืน

ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและวิกฤตขยะตกค้างในทะเลกำลังเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อระบบนิเวศชายฝั่งและวิถีชีวิตของชุมชนประมงพื้นบ้าน SYS ผนึกกำลังกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เทศบาลนครมาบตาพุด และวิสาหกิจชุมชนประมงเรือเล็กหาดหนองแฟบ จัดกิจกรรม “SYS คืนชีวิตสู่ทะเล รักษ์หาดสะอาดใส” ณ หาดหนองแฟบ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง เพื่อปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำทะเลกว่า 120,000 ตัว และทำความสะอาดชายหาด ฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลอย่างยั่งยืน

 


นายอรัญ ใจตั้ง รองนายกเทศมนตรีนครมาบตาพุด และประธานเปิดงาน “SYS คืนชีวิตสู่ทะเล รักษ์หาดสะอาดใส” กล่าวถึงความสำคัญของทรัพยากรทางทะเลที่มีต่อวิถีชีวิตชาวบ้านว่า “ทรัพยากรทางทะเลและชายหาดถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบนิเวศและเป็นแหล่งรายได้หลักของชุมชนประมงพื้นบ้าน ในปัจจุบันกำลังเผชิญกับความเสื่อมโทรมและปัญหาขยะตกค้าง ซึ่งส่งผลให้ปริมาณสัตว์น้ำลดลง กิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำและทำความสะอาดชายหาดในวันนี้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการฟื้นฟูและการสร้างความสมดุลที่ยั่งยืน นับเป็นพลังความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมและชุมชนในการร่วมกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม”

 


ด้านนายฉัตรภพ พรธรรม ผู้จัดการฝ่ายบริหารความยั่งยืน บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด (SYS) ผู้ผลิตเหล็กเอชบีมไวด์แฟรงก์ มานานกว่า 30 ปี กล่าวว่า “SYS ตระหนักถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตทุกชนิด เราจึงจัดโครงการ ‘SYS คืนชีวิตสู่ทะเล รักษ์หาดสะอาดใส’ โดยนำคณะผู้บริหารและพนักงาน ร่วมมือกับภาครัฐ ภาคประชาสังคม ชุมชน เยาวชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำทะเล อาทิ ปู ปลา และหอยหวาน รวมกว่า 120,000 ตัว เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ พร้อมเก็บขยะชายหาดเพื่อลดขยะตกค้าง การดำเนินงานครั้งนี้ยังได้สนับสนุนวิสาหกิจชุมชนประมงเรือเล็กหาดหนองแฟบในการจัดหาและเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ ซึ่งช่วยสร้างรายได้แก่กลุ่มประมงโดยตรง ทั้งยังพานักเรียนโรงเรียนบ้านหนองแฟบเข้าร่วมเรียนรู้วงจรชีวิตสัตว์น้ำและปลูกจิตสำนึกอนุรักษ์ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงอีกด้วย”

นางเบญจมาศ แดงสกุล ผู้แทน การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า “ปกติ กนอ. มีนโยบายส่งเสริมให้บริษัทที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลทำกิจกรรมเพื่อส่วนรวมและดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว กิจกรรมที่ SYS ทำในวันนี้ ถือเป็นเรื่องที่มีประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างมาก ผลลัพธ์ไม่ได้มองเห็นแค่ประโยชน์ในวันนี้ แต่สามารถสืบต่อไปถึงอนาคต ทั้งพันธุ์ปลาที่จะเป็นแหล่งอาหารและสร้างอาชีพให้คนในชุมชน และยังช่วยสร้างจิตสำนึกในการคัดแยกและเก็บขยะอย่างถูกต้อง เพื่อช่วยรักษาโลกของเราให้คงอยู่คู่กับลูกหลานต่อไป”

ขณะที่เสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่อย่าง นางสมจิตร ระวังงาน ตัวแทนชุมชนและกลุ่มประมงพื้นบ้าน เหรัญญิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนประมงเรือเล็กหาดหนองแฟบ ได้ถ่ายทอดความรู้สึกและความตั้งใจของชาวบ้านว่า “ดีใจมากที่ภาคอุตสาหกรรมอย่าง SYS ได้ยื่นมือเข้ามามีส่วนร่วมและไม่ทอดทิ้งพวกเรา กิจกรรมนี้ทำให้เห็นว่าอุตสาหกรรมกับชุมชนประมงสามารถอยู่ร่วมกันได้ การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำช่วยฟื้นฟูอาชีพประมงพื้นบ้านซึ่งเป็นอาชีพตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ไม่ให้สูญหาย ทางกลุ่มเราเองก็มีโครงการอนุรักษ์ควบคู่ไปด้วย เช่น การอนุรักษ์ปูไข่ดำและหอยหวาน ถ้าติดอวนมาเราจะนำมาขังเพื่อรอเขี่ยไข่ก่อนจะปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ อยากให้มีกิจกรรมดี ๆ แบบนี้จัดขึ้นบ่อย ๆ”

กิจกรรม “SYS คืนชีวิตสู่ทะเล รักษ์หาดสะอาดใส” ไม่เพียงแต่ช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งและคืนความสะอาดให้แก่ชายหาดหนองแฟบเท่านั้น แต่ยังถือเป็นแบบอย่างอันดีของการสร้างความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ และชุมชนท้องถิ่น ในการร่วมกันขับเคลื่อนสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตคู่กันอย่างยั่งยืน