• SCB EIC ประเมินว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2.5% ไว้ตลอดปี 2024 มองว่า กนง. จะพิจารณาแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อไปข้างหน้าในระยะปานกลางถึงระยะยาว (Forward looking) มากกว่าตัวเลขที่เกิดขึ้นแล้ว (Backward looking) หากแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อของไทยในระยะต่อไปยังเป็นไปตามที่ SCB EIC เคยคาดการณ์ไว้ว่า เศรษฐกิจจะขยายตัวได้ต่อเนื่องใกล้เคียงระดับศักยภาพที่ 3% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะทยอยปรับสูงขึ้นเข้าสู่กรอบเป้าหมาย 1-3%
Home ปลุกซอฟต์พาวเวอร์ 'สุขภาพ' ต่อยอดเมนูอาหารเป็นยา มาตรฐาน สธ.
ปลุกซอฟต์พาวเวอร์ 'สุขภาพ' ต่อยอดเมนูอาหารเป็นยา มาตรฐาน สธ.

ปลุกซอฟต์พาวเวอร์ 'สุขภาพ' ต่อยอดเมนูอาหารเป็นยา มาตรฐาน สธ.

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข หนุนหน่วยงานสาธารณสุขร่วมเดินหน้าแผนพัฒนาศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สร้างซอฟต์พาวเวอร์ของแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ ยก จ.ระนอง เป็นหนึ่งในแผนงาน เล็งใช้ประโยชน์จาก “น้ำแร่” ทรัพยากรในพื้นที่สร้างมูลค่าเพิ่ม ฟื้นฟู บำบัดสุขภาพ ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ พร้อมชูอัตลักษณ์อาหารท้องถิ่น “ก๊กซิมบี้” หนึ่งในนโยบายอาหารเป็นยา สร้างรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลัง ลงพื้นที่ตรวจราชการกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ในการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ จ.ระนอง ว่า กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายนำเรื่องสุขภาพมาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการพัฒนาประเทศให้เป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่ง จ.ระนอง เป็นหนึ่งในแผนงานสาธารณสุขในการสร้างซอฟต์พาวเวอร์ของแต่ละพื้นที่ ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม และใช้ประโยชน์แหล่งทรัพยากรที่มีอยู่มาสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยจะนำศักยภาพทรัพยากรในพื้นที่ คือ "น้ำแร่" ที่มีคุณภาพดี ไม่มีกลิ่นกำมะถัน และยังมีแร่ธาตุที่สำคัญ สามารถใช้ฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยผ่านการแช่น้ำแร่ สปา และนวด ซึ่งที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ มาสู่การผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพชั้นนำของโลกที่เป็นอัตลักษณ์ของ จ.ระนอง

 


ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข มีแผนขับเคลื่อนศูนย์เวลเนส (Wellness Center) ทั่วประเทศ โดยการประเมินมาตรฐานและให้การรับรองสถานประกอบการ 5 ประเภท ประกอบด้วย ร้านอาหารหรือภัตตาคาร, ที่พักนักท่องเที่ยว, สปาเพื่อสุขภาพ, นวดไทยเพื่อสุขภาพ และสถานพยาบาล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้ามารับบริการ โดยในปัจจุบัน จ.ระนอง มีสถานประกอบการที่ได้รับการรับรองเป็นศูนย์เวลเนส 37 แห่ง ประกอบด้วย ที่พักนักท่องเที่ยว โรงแรมและรีสอร์ท 14 แห่ง ร้านอาหารหรือภัตตาคาร 18 แห่ง นวดเพื่อสุขภาพ 1 แห่ง สปาเพื่อสุขภาพ 1 แห่ง และสถานพยาบาล 3 แห่ง

นายสันติ กล่าวต่อว่า นอกจากศูนย์เวลเนสแล้ว จะมีการนำนโยบาย “อาหารเป็นยา” มาบูรณาการขับเคลื่อนการดำเนินงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมอนามัย และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รวมถึงภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นรูปธรรมและครบวงจร โดยมุ่งเน้นการพัฒนาองค์ความรู้ สร้างกระแส สร้างความเข้าใจให้ประชาชนมีความรู้ มีความเชื่อมั่น นำไปสู่การสร้างเสริมสุขภาพด้วยการบริโภคอาหารให้เป็นยาตามวิถีธรรมชาติที่เหมาะสม สร้างรายได้ สร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศ นำครัวไทยสู่ครัวโลก เช่น เมนู“ก๊กซิมบี้” อาหารพื้นเมืองสไตล์จีนฮกเกี้ยนที่เป็นตำนานและได้รับคัดเลือกให้เป็นเมนูเชิดชูอาหารถิ่นของ จ.ระนอง มีการพัฒนาเป็นอาหารกึ่งสำเร็จรูปแช่แข็ง ราคา 69 บาท ทำให้สามารถเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายในพื้นที่อื่นๆ อาทิ อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา โรงพยาบาลราชวิถี กรุงเทพฯ และในอนาคตเตรียมวางจำหน่ายที่สนามบิน จ.ระนอง ปัจจุบันได้รับรอง อย. แล้ว ได้มอบหมายให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจสอบและส่งเสริมการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์สุขภาพของผู้ประกอบการต่อไป

 


นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดที่จะสนับสนุนเมนูขนมหวาน โดยเฉพาะ “ลอดช่อง” ที่ใช้เนื้อมะพร้าวแทนแป้ง โดยนำน้ำมะพร้าวมาแปรรูปเป็นวุ้นมะพร้าวและทำเป็นลอดช่อง สำหรับเป็นทางเลือกให้กับผู้ที่รักสุขภาพ และยังช่วยสนับสนุนอาชีพของคนท้องถิ่น โดยในอนาคตเตรียมทำเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพื่อเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวหลักภายใน จ.ระนอง และจังหวัดข้างเคียง เช่น ชุมพร สุราษฎร์ธานี พังงา และภูเก็ต ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจท้องถิ่นจากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างยั่งยืน