• ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เดินหน้าช่วยลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกำหนดให้มีแรงจูงใจในการสนับสนุนให้สถาบันการเงินทำการรวมหนี้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อรายย่อยประเภทอื่น เข้าด้วยกัน เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่มีประวัติการชำระหนี้ดี หรือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด 19  ด้วยการนำหลักประกันของสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์ในการช่วยลดภาระดอกเบี้ยและค่างวดในระยะยาว นอกจากนี้ ธปท. ได้ดำเนินการลดข้อจำกัดการทำรีไฟแนนซ์ (refinance) หนี้ เพื่อส่งเสริมการแข่งขันของสถาบันการเงินในการรวมหนี้ให้กับลูกหนี้ควบคู่ไปด้วย
Home สขค. ร่วมมือ สนง.กกพ. กำกับดูแลการแข่งขันกิจการพลังงาน
สขค. ร่วมมือ สนง.กกพ. กำกับดูแลการแข่งขันกิจการพลังงาน

สขค. ร่วมมือ สนง.กกพ. กำกับดูแลการแข่งขันกิจการพลังงาน

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2564 สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สขค.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการกำกับดูแลการแข่งขันในการประกอบกิจการพลังงาน โดยนายสมศักดิ์ เกียรติชัยลักษณ์ เลขาธิการ สขค. ร่วมกับนายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงาน กกพ. ลงนามในบันทึกข้อตกลงฯ และได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์ ดร.สกนธ์ วรัญญูวัฒนา ประธานกรรมการการแข่งขันทางการค้า และ รองศาสตราจารย์สุธรรมอยู่ในธรรม กรรมการกำกับกิจการพลังงาน ร่วมเป็นสักขีพยาน เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการกำกับดูแลการประกอบกิจการพลังงานให้ผู้ประกอบธุรกิจได้แข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรมโดยการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานอย่างใกล้ชิด ณ ห้อง BB201 โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ และถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ (Facebook Live)

 

 

การลงนามบันทึกข้อตกลงฯ ในครั้งนี้ เป็นการสร้างการบูรณาการในการทำงานร่วมกันระหว่าง สขค. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันทางการค้าซึ่งมีความเชี่ยวชาญทั้งในการกำกับดูแลเชิงโครงสร้างอย่างการรวมธุรกิจและในเชิงพฤติกรรมการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบธุรกิจสินค้าและบริการกับสำนักงาน กกพ. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจเฉพาะที่มีความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจพลังงาน ได้แก่ ไฟฟ้าและก๊าซธรรมชาติ ความร่วมมือดังกล่าวจึงนำไปสู่การกำกับดูแลการแข่งขันอย่างมีประสิทธิภาพและการพัฒนาการของรูปแบบและพฤติกรรมการประกอบธุรกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์สำคัญของบันทึกข้อตกลงฯ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังต้องการผลักดันให้เกิดการศึกษาและเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการกำกับดูแลการประกอบกิจการพลังงานตามกฎหมายว่าด้วย การประกอบกิจการพลังงาน และการประกอบธุรกิจที่มีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรมตามกฎหมาย การแข่งขันทางการค้า ซึ่งจะเกิดประโยชน์กับทั้งผู้กำกับดูแลอย่างหน่วยงานภาครัฐ และผู้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างผู้ประกอบประกอบกิจการพลังงาน

 

บันทึกข้อตกลงฯ ได้กำหนดแนวทางความร่วมมือเพื่อให้การทำงานร่วมกันใกล้ชิดยิ่งขึ้น ได้แก่

 

(1) ด้านการประสานนโยบายของผู้บริหารระดับสูง โดยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและมุมมองต่อการแข่งขันทางการค้าของผู้บริหารระดับสูงของทั้งสองฝ่าย

 

(2) ด้านการพิจารณาการบังคับใช้กฎหมายในประเด็นการแข่งขันทางการค้า โดยการแต่งตั้งคณะทำงานร่วมกันตามความเหมาะสม

 

(3) ด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูล

 

(4) ด้านวิชาการ โดยการส่งเสริมการศึกษาวิจัยในประเด็นต่าง ๆ ร่วมกัน

 

(5) ด้านการแลกเปลี่ยนบุคลากร และ

 

(6) ด้านการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ โดยร่วมกันจัดกิจกรรมให้ความรู้ที่เกี่ยวข้องให้ประชาชนทราบ

 

“ทั้งสองหน่วยงานเล็งเห็นความสำคัญของธุรกิจพลังงานที่มีความสำคัญมากในยุคที่พลังงานเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจต่าง ๆ แม้กระทั่งวิถีชีวิตของประชาชนทั่วไปก็ต้องพึ่งพาพลังงานมากขึ้น การจัดทำบันทึกข้อตกลงฯ ในครั้งนี้ จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนการปฏิบัติงานของ สขค. และสำนักงาน กกพ. ให้เกิดประสิทธิภาพและพัฒนาไปสู่มาตรฐานสากลยิ่งขึ้นต่อไป” นายสมศักดิ์ เลขาธิการ สขค. กล่าว

 

“ภายหลังจากที่ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงแล้ว ทั้งสองหน่วยงานจะเร่งทำการศึกษา แลกเปลี่ยนความรู้ในเชิงวิชาการและประสบการณ์ในการกำกับ เพื่อให้การกำกับเป็นไปตามมาตรฐานสากลเหมาะสมกับกิจการในกำกับและเป็นไปภายใต้บรรยากาศการแข่งขันที่เป็นธรรมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อ ผู้ประกอบกิจการพลังงานและผู้บริโภคในที่สุด” นายคมกฤช เลขาธิการสำนักงาน กกพ. กล่

ข่าวเกี่ยวข้อง