• SCB EIC คาด กนง. จะเริ่มลดดอกเบี้ยในไตรมาส 4 ซึ่งเป็นจังหวะเวลาที่ภาวะการเงินตึงตัวจะเริ่มส่งผลกดดันเศรษฐกิจมากขึ้น ขณะที่ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจส่วนใหญ่ยังคงเปราะบาง ประกอบกับความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้าจะเริ่มปรับสูงขึ้น *** จึงประเมินว่า กนง. จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 1 ครั้งปลายปีนี้เหลือ 2.25% และปรับลดอีกครั้งเหลือ 2% ในช่วงต้นปีหน้า (2025)
Home 'เจียมโชติวัฒน์พัฒนายนต์' ยืนหนึ่งติดตั้ง LNG-SME D Bank หนุนยกระดับกิจการพลังงานสีเขียว
'เจียมโชติวัฒน์พัฒนายนต์' ยืนหนึ่งติดตั้ง LNG-SME D Bank หนุนยกระดับกิจการพลังงานสีเขียว

'เจียมโชติวัฒน์พัฒนายนต์' ยืนหนึ่งติดตั้ง LNG-SME D Bank หนุนยกระดับกิจการพลังงานสีเขียว

LNG (Liquefied Natural Gas) ก๊าซธรรมชาติที่ถูกแปรสภาพให้อยู่ในรูปของเหลว ใช้ประโยชน์เป็นเชื้อเพลิงในการขนส่งระยะทางไกล เป็นพลังงานทางเลือกที่เข้ามาเพิ่มแต้มต่อลดต้นทุนให้ธุรกิจไทย หนึ่งในผู้นำด้านบริการติดตั้งแก๊ส LNG คือ “เจียมโชติวัฒน์พัฒนายนต์” คร่ำหวอดในยุทธจักรธุรกิจบริการติดตั้งแก๊ส NGV มากว่า 15 ปี วันนี้พวกเขามุ่ง Go Green เต็มสูบ เน้นทำธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ด้วยพลังงานสีเขียวเป็นมิตรต่อโลก ลดปริมาณคาร์บอน ลดฝุ่น PM2.5 ในยุคที่ความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม คือ ดัชนีชี้วัดความยั่งยืนของธุรกิจ

การปรับตัวให้ทันต่อเทรนด์รักษ์โลกของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จึงเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสครั้งสำคัญที่จะนำพาให้ธุรกิจก้าวเดินต่อไปได้ ดังนั้นธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยให้ยกระดับ ปรับเปลี่ยนธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อผลักดันสู่การเติบโตยั่งยืนไปด้วยกัน

ประมาณปี 2520 ผู้คนรู้จัก “เจียมโชติวัฒน์พัฒนายนต์” ในฐานะอู่ซ่อมรถบรรทุก จนเมื่อ 15 ปีก่อน ทายาท รุ่น 2 “ณริดา จำปาทิพธ์” กรรมการผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เจียมโชติวัฒน์พัฒนายนต์ พร้อมทั้ง “ฤชุกร จำปาทิพธ์” กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายปฏิบัติการในโรงงาน และ “พลอยนพัสสร จำปาทิพธ์” ผู้จัดการฝ่ายบัญชีการเงิน ได้เข้ามาสานต่อธุรกิจ โดยต่อยอดให้บริการรับติดตั้งระบบ NGV ในรถบรรทุกและรถโดยสาร (ปี 2550) จากนั้นในปี 2553 ยังขยายธุรกิจมาจำหน่ายรถบรรทุกแบรนด์ SINO, SHACMAN และ CAMC ซึ่งเป็นแบรนด์นำเข้าจากประเทศจีน ก่อนที่ปี 2563 จะขยายมารับติดตั้งระบบ LNG ในรถบรรทุก พลังงานทางเลือกใหม่ ที่เข้ามาตอบโจทย์การใช้งานได้มากกว่าเก่า และเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการขนส่งไทยในอนาคต

 


“LNG เป็นก๊าซธรรมชาติที่อยู่ในรูปของเหลว ซึ่งประเทศจีนใช้กันมาเป็นสิบปีแล้ว เพราะแต่ละมณฑลเขาค่อนข้างห่างไกลกัน โดยคุณสมบัติของ LNG 1 ถัง จะวิ่งได้ประมาณ 1,400 กิโลเมตร ในขณะที่เดิมรถบรรทุกจะใส่ก๊าซ 8 ถัง วิ่งได้ประมาณ 400 กิโลเมตร ซึ่งหากมาใช้ LNG น้ำหนักของถังก็จะลดลงถึงประมาณ 500 กิโลกรัม ทำให้สามารถบรรทุกสินค้าได้เพิ่มขึ้นด้วย ขณะที่ LNG ใช้เวลาในการเติมเต็มถังแค่ 8 นาที แต่ NGV ต้องใช้เวลาถึงครึ่งชั่วโมง และยิ่งเป็นรถไฟฟ้าด้วยแล้ว ต้องชาร์จกัน 1-2 ชั่วโมง (super fast charge) เพื่อเดินทางได้แค่ประมาณ 300 กิโลเมตรเท่านั้น และค่าแปลงระบบต่อคันก็ต้องใช้ถึงประมาณ 5 ล้านบาท ดังนั้นรถไฟฟ้าจึงยังไม่ตอบโจทย์รถบรรทุก แต่ LNG กำลังเป็นโอกาส”

ณริดา บอกจุดแข็งของพลังงานทางเลือกใหม่ ที่เชื่อว่าจะมาตอบโจทย์ผู้ประกอบการด้านการขนส่งได้มากกว่าเก่า โดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ ที่ต้องใช้รถบรรทุกจำนวนมากและเดินทางระยะไกล ซึ่งปัจจุบัน เจียมฯ ได้ร่วมมือกับบริษัทนำเข้าแก๊สหลาย ๆ ราย อาทิ ปตท.,บริษัท บีทีเอสจี จำกัด (บางจาก) และบริษัท ไอบีซี แอลเอ็นจี จำกัด โดยใช้จุดแข็งของพวกเขาคือ ความรู้และประสบการณ์ในการดัดแปลงรถ อีกทั้งยังได้มาตรฐานของกรมขนส่งทางบก ทั้งนี้ รถบรรทุกคันแรกที่ติดตั้งระบบ LNG แล้วสามารถจดทะเบียนที่กรมขนส่งผ่าน ก็เป็นผลงานของ“เจียมโชติวัฒน์พัฒนายนต์”

 


การทำงานกับคู่ค้าที่เป็นทั้งบริษัทมหาชน บริษัทขนาดใหญ่และผู้นำในตลาดต่าง ๆ ทำให้ในปี 2564 พวกเขาตัดสินใจยกระดับตัวเองมาจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด ภายใต้ชื่อ “บริษัท เจียมโปรเทค จำกัด” ให้บริการดัดแปลงยานพาหนะไปใช้ในพลังงานทางเลือก ซึ่งพวกเขาให้ความสนใจทั้ง รถไฟฟ้าและLNG สอดรับกับวิสัยทัศน์ขององค์กร นั่นคือการ Go Green เป็นบริษัทที่ใส่ใจโลกและสิ่งแวดล้อม

“ในยุคของคุณพ่อ เราอาจจะดังในเรื่องของเครื่องยนต์ดีเซล แต่ตอนนี้เรามองเห็นแล้วว่า ธรรมชาติเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก ด้วยสภาพอากาศ และมลภาวะต่างๆ ที่เกิดขึ้น เลยมองว่าเราควรที่จะ Go Green เพื่อช่วยโลก และช่วยประเทศชาติของเราด้วย อย่างตอนนี้เองก็มีหลายประเทศที่สนใจติดต่อเราเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์ มาเลเซีย และเยอรมนี เนื่องจากเขายังไม่มีโนว์ฮาวตัวนี้ จึงเชื่อว่าเราจะยังมีโอกาสอีกมากในอนาคต”

การทำธุรกิจที่ไม่ได้สนใจแต่ตัวเอง ทว่ายังคำนึงถึงโลกและสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ที่มุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ในการยกระดับ ปรับเปลี่ยนธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อผลักดันธุรกิจไทยให้เติบโตยั่งยืนไปด้วยกัน ซึ่งที่ผ่านมา เจียมโชติวัฒน์พัฒนายนต์ ก็เป็นหนึ่งในลูกค้าของธนาคาร

“ทางเราเป็นลูกค้าของ SME D Bank มาก่อน ใช้บริการสินเชื่อ เพื่อหมุนเวียนในธุรกิจ โดยธุรกิจเราเป็นประเภท High risk high return ลงทุนสูงแต่ก็ได้ผลตอบแทนกลับมาเยอะเช่นกัน อย่างเช่น การสั่งโรงงานที่จีนผลิตตัวถัง ก็ต้องจ่ายเงินมัดจำไปก่อนครึ่งหนึ่ง ขณะที่ตัวถังก็ราคาแพงอยู่ที่หลักแสนบาท ฉะนั้นเรื่องเงินทุนจึงสำคัญ ซึ่ง SME D Bank ก็ช่วยเหลือเรามาตลอด ดอกเบี้ยก็สมเหตุผล และเจ้าหน้าที่ก็น่ารัก” เธอบอก

ด้วยวิสัยทัศน์ที่เด่นชัดทำให้ เจียมโชติวัฒน์พัฒนายนต์ ในมือของทายาททั้ง 3 ยังเติบโตมาได้อย่างแข็งแกร่ง ทำหน้าที่ดั่ง “โรงพยาบาลรถบรรทุก” ดูแลรถทุกคันทั้งในยามปกติและวิกฤต จนมาถึงทุกวันนี้ สำหรับเป้าหมายของพวกเขา นอกจากการบริการคู่ค้าที่เป็นบริษัทขนาดใหญ่ และลูกค้าที่วอล์กอินเข้ามารับบริการ ยังใช้กลยุทธ์ขยายธุรกิจผ่านอู่พาร์ทเนอร์ที่มีอยู่ทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ใช้รถระบบ LNG หากรถเสียหรือมีปัญหา ก็สามารถซ่อมในอู่ที่อยู่ใกล้เคียงได้อย่างสบายใจ เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกที่เป็นมิตรกับโลกให้มากขึ้น

นี่ไม่ใช่แค่โอกาสธุรกิจ ทว่ายังเป็นหนทางสู่ความยั่งยืน ที่ทุกคนสามารถเปลี่ยนโลกไปด้วยกันได้