• ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดระบบธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศ (ระบบ ธ.พ.ไทย) ในไตรมาส 1/2564 กำไรสุทธิของระบบธ.พ. ไทยอาจขยับขึ้นมาที่ 2.57 หมื่นล้านบาทในไตรมาสที่ 1/2564 เพิ่มขึ้นประมาณ 75.0% QoQ เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2563 ที่มีกำไรสุทธิที่ 1.47 หมื่นล้านบาท โดยกำไรสุทธิที่ขยับขึ้นในไตรมา 1/2564 หลักๆ เป็นผลมาจากการปรับตัวลงของค่าใช้จ่ายใน 2 ส่วน ได้แก่ ค่าใช้จ่ายการดำเนินงานที่ชะลอลง หลังจากเร่งตัวในไตรมาสสุดท้ายของปีก่อนหน้าตามปัจจัยเชิงฤดูกาล และรายจ่ายในการตั้งสำรองค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น *** ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า การปรับแผนการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ระหว่าง 10-18 เมษายน 2564 อาจทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวสูญเสียรายได้คิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1.0 หมื่นล้านบาท มองว่า การระบาดของโควิดทั้ง 2 ครั้งที่เกิดขึ้น น่าจะส่งผลกระทบทำให้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 นี้ รายได้ตลาดไทยเที่ยวไทยมีมูลค่าประมาณ 1.37 แสนล้านบาท คิดเป็นรายได้ท่องเที่ยวที่หายไปเป็นมูลค่ากว่า 1.30 แสนล้านบาท เทียบกับคาดการณ์เดิม ณ ม.ค. 64
Home แนะ 7 วิธีเดินทางช่วงสงกรานต์-ลดอุบัติเหตุจราจร
แนะ 7 วิธีเดินทางช่วงสงกรานต์-ลดอุบัติเหตุจราจร

แนะ 7 วิธีเดินทางช่วงสงกรานต์-ลดอุบัติเหตุจราจร

กรมควบคุมโรค แนะ 7 วิธีเดินทางช่วงสงกรานต์-ลดอุบัติเหตุจราจร

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ห่วงใยประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนเดินทางกลับบ้านในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ขอให้เตรียมรถและคนให้พร้อม เน้นตรวจเช็คสภาพรถทุกส่วนก่อนออกเดินทางแนะ 7 วิธีปฏิบัติในการเดินทาง และ 6 วิธีแก้ง่วง เพื่อลดอุบัติเหตุจราจร

 

วันนี้ (7 เมษายน 2564) นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 12-15 เมษายน 2564 นี้ ประชาชนจำนวนมากจะเดินทางกลับภูมิลำเนา เพื่อพบปะญาติพี่น้อง ซึ่งจะมีการใช้ยานพาหนะจำนวนมาก ขอให้ขับขี่รถด้วยความระมัดระวังและปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมทั้งคนทั้งรถก่อนการเดินทาง

 

 

กรมควบคุมโรค ขอแนะนำ 7 วิธีปฏิบัติในการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ ดังนี้ 1.ตรวจสอบสภาพรถก่อนออกเดินทาง 2.งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดขณะขับรถ เพื่อความปลอดภัยของตนเองและเพื่อนร่วมทาง 3.ไม่ขับรถเร็วเกินกว่ากฏหมายกำหนด 4.ก่อนขับรถทางไกล ควรพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง และง่วงไม่ขับ 5.คาดเข็มขัดนิรภัยขณะขับรถและสวมหมวกกันน็อคเมื่อขับขี่รถจักรยานยนต์ เพื่อความปลอดภัยตลอดการเดินทาง 6.งดการใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับขี่ และ 7.ขับขี่ยานพาหนะด้วยความระมัดระวัง และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด

 

สำหรับ 6 วิธีแก้ง่วงระหว่างเดินทาง ได้แก่ 1.หาเครื่องดื่มช่วยเพิ่มความสดชื่น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มร้อนหรือเย็น ที่ทำให้ตื่นตัวได้เป็นอย่างดี 2.หาของทานเล่นระหว่างขับรถ เช่น มันฝรั่ง หมากฝรั่ง ลูกอม บ๊วย ผลไม้รสเปรี้ยว นอกจากจะคลายหิวแล้ว ยังช่วยให้ร่างกายตื่นตัวอีกด้วย 3.สร้างความสดชื่นด้วยการลดอุณหภูมิปรับความเย็นแอร์ลงหรือเร่งพัดลมแรงขึ้น หันเข้าหาตัว หรือลดกระจกลงเพื่อรับอากาศจากภายนอกบ้าง และควรเตรียมผ้าชุบน้ำไว้เช็ดหน้าด้วย 4.เปิดเพลงฟัง จะช่วยสร้างความครื้นเครงและทำให้ตื่นตัวขณะขับรถ และ 5.ขยับร่างกายเปลี่ยนแปลงอิริยาบถ เพราะการขับรถนานๆ จะทำให้มีอาการง่วง การได้ขยับร่างกายจะช่วยลดการเมื่อยล้าได้ 6.ถ้ามีอาการง่วงมาก ให้จอดรถนอนพัก 15 นาที จะทำให้อาการง่วงดีขึ้น

 

นายแพทย์โอภาส กล่าวเน้นย้ำว่า ในช่วงสถานการณ์โรคโควิด 19 นี้ ขอให้ประชาชนดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลขณะเดินทาง รวมถึงในช่วงที่อยู่บ้านต่างจังหวัด โดยใช้มาตรการป้องกันโควิด 19 อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการรับเชื้อหรือแพร่กระจายเชื้อไปสู่บุคคลอื่น โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อยู่บ้าน โดยสวมหน้ากาก 100% รักษาระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด พร้อมทั้งสแกน “ไทยชนะ” ก่อนเข้า-ออกสถานที่สาธารณะทุกครั้ง ทั้งนี้ ขออวยพรให้ประชาชนทุกท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพ ไร้อุบัติเหตุ มีสติในการขับรถ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

ข่าวเกี่ยวข้อง