สนง.พาณิชย์นิวซีแลนด์ เปิดฤดูกาลแอปเปิลนิวซีแลนด์พรีเมียม ชูแคมเปญ “New Zealand Made with Care” 2026 พร้อมเสิร์ฟ 6 สายพันธุ์ทั่วกรุงเทพฯ
กรุงเทพฯ, 30 มิถุนายน 2569 – สำนักงานพาณิชย์นิวซีแลนด์ (New Zealand Trade and Enterprise – NZTE) เฉลิมฉลองวาระครบรอบ 70 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–นิวซีแลนด์ เดินหน้าสานต่อความมุ่งมั่นในการส่งมอบคุณภาพและสร้างคุณค่าร่วมกับผู้บริโภคไทย ผ่านการเปิดตัวแคมเปญ “New Zealand Made with Care” 2026 สร้างสรรค์ด้วยใจ สดใหม่จากนิวซีแลนด์ พร้อมนำเสนอแอปเปิลพรีเมียม 6 สายพันธุ์สู่ผู้บริโภคไทย โดยได้รับเกียรติจาก นายโจ เนลสัน ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ (คนที่ 10 จากขวา) และ นางซูซี่ ฟิวเทรลล์ ทูตพาณิชย์นิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย (คนที่ 9 จากขวา) พร้อมผู้บริหารจากกลุ่มธุรกิจค้าปลีกและพันธมิตรทางการค้าจาก Big C, CP Axtra, Gourmet Market, Tops และผู้นำเข้า City Fresh, Navatan, Vachamon, และ VSM ร่วมเปิดงานคับคั่ง ณ สวนลุมพินี แลนด์มาร์กสำคัญใจกลางกรุงเทพฯ เพื่อเชื่อมต่อกับผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี
ภายใต้แนวคิด “New Zealand Made with Care” ในปีนี้ มุ่งสะท้อนให้เห็นว่าแอปเปิลนิวซีแลนด์ไม่ได้เป็นเพียงผลไม้คุณภาพพรีเมียม แต่ยังเป็นผลผลิตที่ได้มาจากการกำกับดูแลในทุกมิติ ตั้งแต่การดูแลผืนดิน แหล่งน้ำ และระบบนิเวศ ไปจนถึงการคัดสรรอย่างพิถีพิถันเพื่อส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดสู่ผู้บริโภค แนวทางดังกล่าวได้หล่อหลอมให้แอปเปิลจากนิวซีแลนด์กลายเป็นสัญลักษณ์คุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และมาตรฐานการผลิตระดับสากลที่ผู้บริโภคทั่วโลกไว้วางใจ ด้วยคุณภาพและความปลอดภัยที่ได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถัน อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของผลผลิตได้ตลอดกระบวนการ
ด้วยสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติอันโดดเด่นของนิวซีแลนด์ ทั้งผืนดินที่อุดมสมบูรณ์ อากาศบริสุทธิ์ และแหล่งน้ำสะอาด ทำให้แอปเปิลทุกผลเติบโตอย่างสมบูรณ์ พร้อมมอบรสชาติอร่อยอันเป็นเอกลักษณ์ เนื้อสัมผัสกรอบสดชื่น และคุณค่าทางโภชนาการที่โดดเด่น ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้แอปเปิลนิวซีแลนด์ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง และยังคงเป็นหนึ่งในผลไม้พรีเมียมที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในตลาดโลก
สำหรับอุตสาหกรรมแอปเปิลนิวซีแลนด์ ความสำเร็จไม่ได้วัดจากคุณภาพของผลผลิตเพียงอย่างเดียว แต่ยังครอบคลุมถึงความรับผิดชอบต่อผู้คน ชุมชน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม ผ่านแนวทางการเพาะปลูกที่มุ่งสร้างความยั่งยืนในระยะยาว สอดคล้องกับความคาดหวังของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาแบรนด์และผลิตภัณฑ์ที่ไม่เพียงตอบโจทย์ด้านคุณภาพ แต่ยังสร้างคุณค่าและผลกระทบเชิงบวกต่อโลก นี่จึงทำให้ “New Zealand Made with Care” ไม่ได้เป็นเพียงแคมเปญการสื่อสาร แต่เป็นคำมั่นสัญญาที่สะท้อนตัวตนของผู้ผลิตนิวซีแลนด์ในการส่งต่อความใส่ใจจากต้นทางสู่ทุกคำที่ผู้บริโภคได้ลิ้มลอง
“แอปเปิลนิวซีแลนด์สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและการเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณภาพมากขึ้นในปัจจุบัน นอกจากคุณค่าทางโภชนาการแล้ว แอปเปิลยังเป็นผลไม้ที่รับประทานง่าย พกพาได้ สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่มองหาความสะดวกควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพ อีกทั้งแอปเปิลนิวซีแลนด์ยังมีความหลากหลายของสายพันธุ์ที่มาพร้อมรสชาติและเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะความกรอบอร่อยที่ได้รับความนิยมและตรงกับความชื่นชอบของผู้บริโภคชาวไทย” นางซูซี่ ฟิวเทรลล์ ทูตพาณิชย์นิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย กล่าว
ไฮไลต์สำคัญของแคมเปญในปีนี้ คือการรวบรวมแอปเปิลยอดนิยมจากผู้ส่งออกชั้นนำของนิวซีแลนด์จำนวน 6 สายพันธุ์ มาเปิดประสบการณ์ให้ผู้บริโภคชาวไทยได้ค้นพบรสชาติและเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันตอบโจทย์ความชื่นชอบที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Ambrosia™ เนื้อสัมผัสนุ่มละเอียด หวานหอมคล้ายน้ำผึ้ง กรอบ ฉ่ำน้ำ, Dazzle™ กรอบเป็นพิเศษ พร้อมรสชาติหวานอมเปรี้ยวที่สมดุลและสดชื่น, ENVY™ กรอบ ฉ่ำน้ำ ให้สัมผัสความกรุบกรอบที่น่าพึงพอใจในทุกคำ, Miranda™ แอปเปิลเขียวรสหวานเกินคาด เนื้อสัมผัสกรุบกรอบ สดชื่น, Royal Gala™ by Mr. Apple แอปเปิลสายพันธุ์คลาสสิกจากนิวซีแลนด์ รสชาติหวาน กรอบ ลงตัว, และ Sonya™ แอปเปิ้ลรูปทรงคล้ายหัวใจอันเป็นเอกลักษณ์ที่มาพร้อมรสชาติหวาน กรอบ และกลิ่นหอมสดชื่น
เชิญร่วมสัมผัสประสบการณ์ความพิเศษผ่านคาราวานแอปเปิล “New Zealand Made with Care” พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมหลากหลาย อาทิ “การ์ดแอปเปิลหรรษา” เพื่อค้นหาสายพันธุ์ที่ตรงใจ ชิมแอปเปิลนิวซีแลนด์ทั้ง 6 สายพันธุ์ และร่วมแชร์ประสบการณ์ผ่านโซเชียลมีเดียด้วยแฮชแท็ก #NZMadewithCare และ #แอปเปิลนิวซีแลนด์สดใหม่ใส่ใจคุณ เพื่อรับแอปเปิลกลับบ้านไปทาน ทั้งนี้ แอปเปิลนิวซีแลนด์ทั้ง 6 สายพันธุ์ วางจำหน่ายแล้วที่ Big C, CP Axtra, Gourmet Market และ Tops
แคมเปญ “New Zealand Made with Care” ถือเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของนิวซีแลนด์ในการส่งมอบอาหารและเครื่องดื่มคุณภาพสูงที่ผลิตอย่างปลอดภัยและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สะท้อนคุณค่าของอุตสาหกรรมอาหารนิวซีแลนด์ที่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมความยั่งยืน และการสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาวแก่ผู้บริโภคทั่วโลก


