• KKP Research มองในภาวะที่โลกมีความไม่แน่นอนสูงและการคาดการณ์เศรษฐกิจทำได้ยากขึ้น ทำให้ยังต้องจับตามองความเสี่ยงของการระบาดของโควิดแบบรุนแรง จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยว การขนส่ง และการค้าเป็นหลัก ในกรณีเลวร้ายที่นักท่องเที่ยวไม่สามารถกลับเข้ามาได้ตลอดทั้งปี ประเมินว่าจะทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ต่ำกว่า 2% จากการคาดการณ์ปัจจุบันที่ 3.9% *** EIC ธนาคารไทยพาณิชย์ เผยมูลค่าส่งออกในปี 2021 ขยายตัวที่ 17.1% โดยมูลค่าส่งออกสูงสุดเป็นประวัติการณ์และเป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบ 11 ปี จากการฟื้นตัวต่อเนื่องของเศรษฐกิจการค้าโลก และการอ่อนค่าของเงินบาทเป็นปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ โดยเฉพาะการขยายตัวในตลาดจีนและอินเดีย และในกลุ่มสินค้าน้ำมันสำเร็จรูป เคมีภัณฑ์และเม็ดพลาสติก ….คาดส่งออกไทยในปี 2022 ยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง เติบโตที่ 3.4%
Home กรุงศรี คาดเงินบาทซื้อขาย 33.10-33.50 จับตาข้อมูลจ้างงานสหรัฐฯ
กรุงศรี คาดเงินบาทซื้อขาย 33.10-33.50 จับตาข้อมูลจ้างงานสหรัฐฯ

กรุงศรี คาดเงินบาทซื้อขาย 33.10-33.50 จับตาข้อมูลจ้างงานสหรัฐฯ

กรุงศรี คาดเงินบาทซื้อขาย 33.10-33.50 จับตาข้อมูลจ้างงานสหรัฐฯ

 

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.10-33.50 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 33.34 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 33.33-33.58 บาท/ ดอลลาร์ ทั้งนี้ ในปี 2564 เงินบาทอ่อนค่ามากที่สุดในกลุ่มสกุลเงินตลาดเกิดใหม่ของเอเชียที่อัตรา 11.1% จากการทรุดตัวของภาคท่องเที่ยวอย่างยาวนานทำให้ไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพัด เงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ยกเว้นเงินเยนในสัปดาห์ที่ผ่านมาท่ามกลางปริมาณการซื้อขายที่เบาบางช่วงสิ้นปี ขณะที่ตลาดเปิดรับความเสี่ยงและมองข้ามการพุ่งขึ้นของยอดผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ Omicron ทั่วโลกเนื่องจากสายพันธุ์ดังกล่าวมีแนวโน้มรุนแรงน้อยกว่าสายพันธุ์อื่นๆ และหลายประเทศไม่ได้ดำเนินมาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวดเท่ากับระลอกก่อนหน้า ทางด้านสหรัฐฯรายงานยอดขาดดุลการค้าพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนพฤศจิกายน 2564 ที่ 9.78 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่ยอดนำเข้าพุ่งขึ้นและยอดส่งออกลดลง อย่างไรก็ตาม ในปี 2564 เงินยูโรและเงินเยนอ่อนค่าลง 7.0% และ 11.4% ตามลำดับ โดยเงินดอลลาร์ได้แรงหนุนจากการปรับท่าทีอย่างมีนัยสำคัญของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เพื่อปูทางไปสู่การถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขณะที่สหรัฐฯเผชิญความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อทั้งจากการทะยานขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในกลุ่มอาหารและพลังงาน รวมถึงตลาดแรงงานที่เข้าสู่ภาวะตึงตัว ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย 48,578 ล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตร 145,917 ล้านบาท

 

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี มองว่า นักลงทุนจะให้ความสนใจกับรายงานการประชุมเฟดรอบล่าสุดและข้อมูลการจ้างงานเดือนธันวาคม 2564 ของสหรัฐฯ เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินในระยะถัดไป ทั้งนี้ ตลาดคาดว่าเฟดจะยุติโครงการซื้อสินทรัพย์ในไตรมาสปัจจุบันและขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้งรวม 0.75% ในปี 2565 นี้ ขณะที่เฟดยังไม่ได้ระบุถึงแนวทางการลดสภาพคล่องส่วนเกินในระบบผ่านมาตรการ Quantitative Tightening ซึ่งกรุงศรีคาดว่าจะเป็นประเด็นสำคัญและจะสร้างความผันผวนให้กับกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายในปีนี้

 

สำหรับปัจจัยในประเทศ ยังคงต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดหลังเทศกาลปีใหม่และมาตรการควบคุมโรค รวมถึงแนวทางการกลับมาต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในระยะข้างหน้า ทางด้านธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานยอดดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนพฤศจิกายน 2564 เกินดุล 0.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเป็นการพลิกกลับมาเกินดุลครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 อนึ่ง กรุงศรีมองว่าการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวยังคงขึ้นอยู่กับพัฒนาการด้านสาธารณสุขของโลกเป็นหลัก

ข่าวเกี่ยวข้อง