• SCB EIC ประเมินว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2.5% ไว้ตลอดปี 2024 มองว่า กนง. จะพิจารณาแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อไปข้างหน้าในระยะปานกลางถึงระยะยาว (Forward looking) มากกว่าตัวเลขที่เกิดขึ้นแล้ว (Backward looking) หากแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อของไทยในระยะต่อไปยังเป็นไปตามที่ SCB EIC เคยคาดการณ์ไว้ว่า เศรษฐกิจจะขยายตัวได้ต่อเนื่องใกล้เคียงระดับศักยภาพที่ 3% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะทยอยปรับสูงขึ้นเข้าสู่กรอบเป้าหมาย 1-3%
Home กรุงเทพประกันชีวิต เปิดตัวประกันสะสมทรัพย์'แฮปปี้เซฟวิ่ง 15/7' แท็กซ์ เซฟเวอร์ 10/5 (ปันผล)
กรุงเทพประกันชีวิต เปิดตัวประกันสะสมทรัพย์'แฮปปี้เซฟวิ่ง 15/7' แท็กซ์ เซฟเวอร์ 10/5 (ปันผล)

กรุงเทพประกันชีวิต เปิดตัวประกันสะสมทรัพย์'แฮปปี้เซฟวิ่ง 15/7' แท็กซ์ เซฟเวอร์ 10/5 (ปันผล)

กรุงเทพประกันชีวิต แนะวางแผนการเงินด้วยแบบประกันที่ช่วยตอบโจทย์ชีวิตที่มั่นคง ทั้งความคุ้มครองที่ครอบคลุมและผลประโยชน์ที่คุ้มค่า พร้อมเปิดตัวแบบประกันสะสมทรัพย์ใหม่ 2 แบบ “แฮปปี้เซฟวิ่ง 15/7” ชำระเบี้ยเพียง 7 ปี แต่คุ้มครองยาวนาน 15 ปี มีเงินคืนระหว่างสัญญา ปีละ 7% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย รวมผลประโยชน์ตลอดสัญญาทั้งสิ้น 825% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย และ “แท็กซ์ เซฟเวอร์ 10/5 (มีเงินปันผล)” ชำระเบี้ยระยะสั้นเพียง 5 ปี คุ้มครอง 10 ปี การันตีผลประโยชน์รวมตลอดสัญญา 515% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย และมีโอกาสรับเงินปันผลเพิ่ม ช่วยให้การวางแผนการใช้เงินระยะยาวบรรลุเป้าหมายด้วยผลตอบแทนตลอดสัญญา

นายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การทำประกันชีวิตมีบทบาทสำคัญต่อการวางแผนทางการเงินให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายของแต่ละบุคคลที่ได้วางไว้ ด้วยความเสี่ยงที่ต่ำเมื่อเทียบกับการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ นอกจากนี้ยังได้รับความคุ้มครองชีวิต รวมไปถึงแบบประกันบางประเภทยังมีการคืนเงินต้นและให้ผลตอบแทนที่แน่นอน เช่น แบบประกันชีวิตสะสมทรัพย์ที่ช่วยในการออมเงินเพื่ออนาคต และเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า กรุงเทพประกันชีวิตได้ออกแบบประกันสะสมทรัพย์ใหม่พร้อมกัน 2 แบบ ได้แก่ “แฮปปี้เซฟวิ่ง 15/7” และ “แท็กซ์ เซฟเวอร์ 10/5 (มีเงินปันผล)”

 


ทั้งนี้ “แฮปปี้เซฟวิ่ง 15/7” มีจุดเด่นที่ชำระเบี้ยเพียง 7 ปี แต่คุ้มครองยาวนาน 15 ปี มีเงินคืนระหว่างสัญญาตั้งแต่สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 1-14 ปีละ 7% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย และเมื่อครบสัญญาสิ้นปีกรมธรรม์ที่ 15 รับเงินก้อนคืน 727% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย รวมผลประโยชน์ตลอดสัญญาทั้งสิ้น 825% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ช่วยให้ลูกค้าวางแผนการเงินในอนาคตได้อย่างหมดห่วง นอกจากนี้ยังสามารถนำเบี้ยประกันไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาได้สูงสุด 100,000 บาท (เงื่อนไขเป็นไปตามที่สรรพากรกำหนด) รับประกันตั้งแต่อายุแรกเกิดจนถึงอายุ 84 ปี ด้วยจำนวนเงินเอาประกันภัยเริ่มต้น 50,000 บาท โดยไม่ต้องตรวจและไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพ

 


สำหรับ “แท็กซ์ เซฟเวอร์ 10/5 (มีเงินปันผล)” เหมาะกับผู้ต้องการวางแผนลดหย่อนภาษี เนื่องจากสามารถรับเงินคืนเร็วโดยไม่ต้องรอนาน มีระยะเวลาชำระเบี้ยสั้นเพียง 5 ปี คุ้มครอง 10 ปี พร้อมรับเงินคืนตั้งแต่สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 1–9 สูงสุดปีละ 5% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย เมื่อครบสัญญาสิ้นปีกรมธรรม์ที่ 10 รับเงินก้อนคืนอีก 479% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย และมีโอกาสรับเงินปันผลเพิ่มเมื่อครบกำหนดสัญญา การันตีผลประโยชน์รวมตลอดสัญญา 515% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย โดยจะรับประกันตั้งแต่แรกเกิดถึงอายุ 85 ปี ด้วยจำนวนเงินเอาประกันภัยเริ่มต้น 50,000 บาท โดยไม่ต้องตรวจและไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพ และยังนำเบี้ยประกันไปลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาได้สูงสุด 100,000 บาทเช่นกัน

“แบบประกันทั้ง 2 แบบ เหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้มั่นคง และต้องการหลักประกันคุ้มครองชีวิต พร้อมผลประโยชน์เพื่อเป้าหมายการเงินระยะยาว ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ผู้วางแผนสามารถประหยัดเงินของตนเองด้วยสิทธิประโยชน์ทางภาษีแล้ว ยังช่วยสร้างวินัยทางการเงิน ซึ่งกรุงเทพประกันชีวิตมีความมุ่งมั่นและใส่ใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการและพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบความคุ้มครองและสร้างความมั่นคง เพื่อให้การวางแผนทางการเงินของลูกค้าทุกคนบรรลุเป้าหมาย” นายโชนกล่าวในที่สุด

ผู้ที่สนใจสามารถสมัครทำประกันได้ผ่านตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน กรุงเทพประกันชีวิต และดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรุงเทพประกันชีวิต www.bangkoklife.com หรือติดต่อ Call Center โทร. 02-777-8888