• คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) มองศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทาย เศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอนสูงเผชิญ แม้การส่งออกและการลงทุนมีแนวโน้มเติบโตดี โดยมูลค่าการส่งออกไทยครึ่งปีแรกขยายตัวสูง 17.6%YoY จึงปรับประมาณการจีดีพีปี 2569 โต 1.6-2% @@@ ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินเศรษฐกิจไทย ในปี 2569 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทย คาดชะลอลงสู่ 2.3% โดยมีแนวโน้มที่จะเร่งตัวชั่วคราวในช่วงไตรมาส 3 และ 4 จากการทยอยส่งผ่านต้นทุน ปรับเพิ่มคาดการณ์การส่งออกและนำเข้าของไทยปี 2569 เป็น 14% และ 27% ส่งผลให้ไทยมีแนวโน้มจะขาดดุลการค้า (ระบบศุลกากร) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะสูงกว่าประมาณการเดิมในปี 2569 แต่ยังต่ำกว่าปีก่อนหน้า
Home ก.ล.ต. – บก.ปอศ. ติดตามความคืบหน้าการบูรณาการการทำงานร่วมกัน
ก.ล.ต. – บก.ปอศ. ติดตามความคืบหน้าการบูรณาการการทำงานร่วมกัน

ก.ล.ต. – บก.ปอศ. ติดตามความคืบหน้าการบูรณาการการทำงานร่วมกัน

ก.ล.ต. – บก.ปอศ. ติดตามความคืบหน้าการบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อให้กระบวนการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับกรณีการกระทำความผิดของบริษัทจดทะเบียนมีความต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) หารือเกี่ยวกับการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายตามแผนการบูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อให้สามารถเร่งดำเนินการบังคับใช้กฎหมายให้มีความรวดเร็ว ต่อเนื่อง และเกิดผลเป็นรูปธรรม เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ณ อาคารพิทักษ์สันติ (กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง)

ในการหารือครั้งนี้ ทั้งสองหน่วยงานได้หารือร่วมกันเกี่ยวกับการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายตามแนวทางการบูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินและการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย โดยที่ผ่านมาได้ประสานงานกันอย่างใกล้ชิดและมีการติดตามความคืบหน้ามาเป็นระยะ รวมทั้งมีการนำข้อมูลมาขยายผลการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งรัดให้กระบวนการบังคับใช้กฎหมายของทั้งสองหน่วยงานสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม

 


นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า “การดำเนินการบังคับใช้กฎหมายให้ได้ผลอย่างเป็นรูปธรรม ต้องอาศัยการทำงานที่ประสานกันของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ดังนั้น ก.ล.ต. และ บก.ปอศ. จึงบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดภายใต้ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน เพื่อให้การดำเนินการตามกฎหมายเกี่ยวกับกรณีการกระทำความผิดของบริษัทจดทะเบียนให้มีความต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม โดย ก.ล.ต. พร้อมดำเนินการทุกมิติเพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด และบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่า สามารถสกัดกั้น ยับยั้ง และจัดการภัยทุจริตทางการเงิน รวมถึงปกป้องทรัพย์สินของประชาชนจากภัยของอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ”

 


พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยมอบหมายให้ พลตำรวจตรี โสภณ สารพัฒน์ และพลตำรวจตรี มนตรี เทศขัน รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในฐานะหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน เข้าหารือในครั้งนี้ กล่าวว่า “การบูรณาการการทำงานกับ ก.ล.ต. ช่วยให้การดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุนมีความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยพร้อมทำงานร่วมกับ ก.ล.ต. อย่างใกล้ชิด ตำรวจสอบสวนกลาง ให้ความสำคัญกับการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงข้อมูลธุรกรรม รวมถึงข้อมูลพฤติกรรมต้องสงสัย ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสืบสวน ติดตามเส้นทางการเงิน และขยายผลเครือข่ายอาชญากรรมได้อย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม”

ทั้งนี้ ก.ล.ต. และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางจะร่วมกันติดตามความคืบหน้าของการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และเมื่อมีความคืบหน้าจะเปิดเผยการดำเนินการให้สาธารณชนทราบต่อไป