• SCB EIC ประเมินว่าการส่งออกสินค้าเดือน มี.ค. 2024 ในรูป %YOY มีแนวโน้มหดตัวแรงจากปัจจัยฐานสูง แม้ภาคการผลิตและการค้าโลกจะอยู่ในทิศทางการฟื้นตัว เนื่องจากมีการส่งออกทองคำในเดือน มี.ค. 2023 มากถึง 1,568.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่าปกติมาก ข้อมูลจากการแถลงข่าวของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ประเมินว่ามูลค่าการส่งออกในเดือน มี.ค. 2024 จะอยู่ที่ราว 25,500 – 26,500 หดตัวประมาณ -5.4% ถึง -8.9%  *** ด้าน Krungthai COMPASS เผยส่งออกเดือน ก.พ. ขยายตัว 3.6%YoY เติบโตติดต่อกันเป็นเดือนที่ 7 แต่ชะลอลงจาก 10.0%YoY เมื่อเดือนก่อน ประเมินว่าการส่งออกยังฟื้นตัวได้ไม่ทั่วถึง ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันต่อการส่งออกในปี 2567 ให้ขยายตัวได้เล็กน้อยที่ 1.8% โดยการส่งออกไม่รวมทองคำเดือน ก.พ. ขยายตัวที่ 1.2% จากสินค้าสำคัญหลายรายการที่ยังหดตัวต่อเนื่อง เช่น ยานพาหนะ เครื่องใช้ไฟฟ้า และเคมีภัณฑ์ นอกจากนี้ แนวโน้มการส่งออกไปยังประเทศสำคัญมีความไม่นอนสูงโดยเฉพาะยุโรป และญี่ปุ่น
Home กลุ่มเอฟดับบลิวดี จับมือ ไมโครซอฟท์ ขับเคลื่อนอนาคต ผ่านประสบการณ์การทำประกันด้วย AI
กลุ่มเอฟดับบลิวดี จับมือ ไมโครซอฟท์ ขับเคลื่อนอนาคต ผ่านประสบการณ์การทำประกันด้วย AI

กลุ่มเอฟดับบลิวดี จับมือ ไมโครซอฟท์ ขับเคลื่อนอนาคต ผ่านประสบการณ์การทำประกันด้วย AI

7 มีนาคม 2567 | ฮ่องกง เอฟดับบลิวดี กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (“กลุ่มเอฟดับบลิวดี” หรือ “เอฟดับบลิวดี”) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ประกาศขยายความร่วมมือกับไมโครซอฟท์ภายใต้ข้อตกลงระยะเวลา 4 ปี ในการเข้าถึงนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) รุ่นล่าสุด เพื่อเสริมความต่อเนื่องในการดำเนินกลยุทธ์เทคโนโลยีคลาวด์-เฟิร์สของกลุ่มเอฟดับบลิวดี

กลุ่มเอฟดับบลิวดีมีแผนที่จะขับเคลื่อนโครงการ Generative AI  โดยใช้เทคโนโลยี Azure OpenAI Service และนวัตกรรมระดับโลกอื่นๆ ของไมโครซอฟท์ โดยบริษัทฯ คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากฟีเจอร์ต่างๆ อาทิ เครือข่ายส่วนองค์กร ความสามารถด้านการตรวจสอบและความปลอดภัยของ Microsoft Azure รวมถึงโมเดล AI ขั้นสูง

ไรอัน คิม (Ryan Kim) ประธานเจ้าหน้าที่สายงานดิจิทัลของกลุ่มเอฟดับบลิวดี กล่าวว่า "นวัตกรรมดิจิทัลเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้บริษัทบรรลุวิสัยทัศน์ในการเปลี่ยนมุมมองของผู้คนที่มีต่อการประกันชีวิต การทำงานร่วมกันครั้งนี้เป็นการรวมความมุ่งมั่นในการเป็นผู้บุกเบิกของ FWD ในตลาดเอเชีย ซึ่งเป็นตลาดประกันภัยที่เติบโตอย่างรวดเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เข้ากับมาตรฐานและทักษะระดับโลกของ Microsoft ในด้านวิศวกรรมและ AI”

"เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้สร้างประโยชน์จากการนำนวัตกรรมรุ่นใหม่ๆ มาพัฒนาสู่การใช้งานจริงในอุตสาหกรรม และสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม ซึ่งเราเชื่อว่าจะเป็นการวางทิศทางด้านการประกันภัยต่อไปในอนาคต"

กลุ่มเอฟดับบลิวดีทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า รวมไปถึงงานในส่วนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มผู้ใช้งานในส่วนของดิจิทัล การตลาด ประสิทธิภาพของช่องทางจัดจำหน่ายและตัวแทน การรับประกันภัย การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน และการบริการลูกค้า นอกจากนี้ บริษัทฯ ถือเป็นผู้ใช้งานกลุ่มแรกๆในโปรแกรม Copilot ของ Microsoft 365 ซึ่งเป็นการนำ AI มาทำหน้าที่ผู้ช่วยสนับสนุนการทำงานในแต่ละวันของพนักงาน

บิล บอร์เดน (Bill Borden) รองประธานบริษัทฝ่ายบริการทางการเงินของไมโครซอฟท์ กล่าวว่า "AI กำลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมบริการทางการเงิน โดยเป็นนวัตกรรมที่ช่วยเปิดโอกาสให้ธุรกิจเติบโตด้วยความคล่องตัวและขยายตัวมากขึ้น เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สร้างความร่วมมือที่แข็งแกร่งด้าน AI กับกลุ่มเอฟดับบลิวดี ผ่านความสามารถของข Azure OpenAI Service และ Copilot for Microsoft 365 เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า พร้อมสนับสนุนกระบวนการทำงานให้มีความปลอดภัยและรัดกุมยิ่งขึ้น”

“ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีบทบาทสำคัญในวงการการเงินระดับโลก และยังมีความโดดเด่นในการขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงและการปรับตัว ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่จะทำให้เกิดการเติบโตและสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เรามุ่งมั่นที่จะเพิ่มศักยภาพให้กับลูกค้าทั่วภูมิภาคโดยนำ Generative AI มาใช้อย่างมีความรับผิดชอบ และด้วยความเป็นผู้นำด้าน AI ในระดับโลกของไมโครซอฟท์ เราเป็นหนึ่งในผู้ที่มีส่วนร่วมสนับสนุน ecosystem ด้านนวัตกรรมให้กับอุตสาหกรรมทางการเงิน  เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้า”

ทั้งนี้ กลุ่มเอฟดับบลิวดีได้ริเริ่มนำนวัตกรรม AI มาใช้ตั้งแต่ปี 2562 ปัจจุบันกลุ่มเอฟดับบลิวดีมีการใช้งานโมเดล AI อยู่เกือบ 200 โมเดล และมีตัวอย่างการใช้งานจริงมากกว่า 600 เคส