• ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมิน เศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/2567 ขยายตัวที่ 1.5% YoY และหากเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าขยายตัวที่ 1.1% QoQ โดยแม้ว่าจะออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด แต่ก็ถือขยายตัวอยู่ในระดับต่ำ *** คาดว่าเศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และมีแนวโน้มทยอยขยายตัวในอัตราที่เร่งขึ้น (YoY) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ ที่ได้รับแรงหนุนจาก การเบิกจ่ายงบประมาณจากทางภาครัฐที่เร่งตัวขึ้น ภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวต่อเนื่องและยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ การส่งออกไทยมีแนวโน้มกลับมาขยายตัวได้ในไตรมาสที่เหลือของปีนี้ *** ภาพรวมเศรษฐกิจไทยทั้งปี 2567 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มีมุมมองต่อเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มชะลอลงกว่าที่ประเมิน โดยปรับลดคาดการณ์การขยายตัวเติบโตจาก 2.8% มาอยู่ที่ 2.6% จาก การลงทุนและการบริโภคภาครัฐ มีแนวโน้มหดตัวมากกว่าที่เคยคาด การส่งออกไทย มีแนวโน้มฟื้นตัวช้ากว่าที่เคยคาด ภาคการผลิต ยังมีแนวโน้มอ่อนแรงต่อเนื่อง ผลผลิตทางการเกษตรได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่รุนแรง
Home กสิกรไทย ลุยเวียดนามเต็มรูปแบบ ตั้งเป้าสินทรัพย์ใหญ่สุดติดท็อป 20
กสิกรไทย ลุยเวียดนามเต็มรูปแบบ ตั้งเป้าสินทรัพย์ใหญ่สุดติดท็อป 20

กสิกรไทย ลุยเวียดนามเต็มรูปแบบ ตั้งเป้าสินทรัพย์ใหญ่สุดติดท็อป 20

กสิกรไทย ลุยเวียดนามบริการทางการเงินเต็มรูปแบบ   ตั้งเป้าติด 1 ใน 20 ธนาคารที่มีขนาดสินทรัพย์ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม มียอดสินเชื่อคงค้างแตะ 1.8 แสนล้านบาท ภายในปี 2570

ธนาคารกสิกรไทยพร้อมขยายธุรกิจในเวียดนามอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จอีกขั้น ด้วยการเติบโตเป็นธนาคารที่มีขนาดสินทรัพย์ใหญ่ติดอยู่ใน 20 อันดับแรกในประเทศเวียดนาม หวังเป็นธนาคารที่ให้บริการทางการเงินอย่างเต็มรูปแบบ (Transactional Ecosystem) ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่ม ตั้งแต่กลุ่มองค์กร บริษัทขนาดกลาง กลุ่มค้าปลีก และลูกค้ารายย่อย ตั้งเป้าหมายรายได้สุทธิถึง 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.32 หมื่นล้านบาท มียอดสินเชื่อคงค้างที่ 1.8 แสนล้านบาท และมีฐานลูกค้าเวียดนาม 8.4 ล้านรายภายในปี 2570

 


นายชัช เหลืองอาภา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ระบบเศรษฐกิจของเวียดนามพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด ด้วยเศรษฐกิจที่เติบโตถึง 8.02% ในปี 2565 เป็นการขยายตัวที่เร็วที่สุดในรอบ 25 ปี และมี GDP สูงเป็นอันดับที่ 30 ของโลก เช่นเดียวกันกับอุตสาหกรรมธนาคารของเวียดนาม ที่ถึงแม้จะยังค่อนข้างใหม่เมื่อเทียบกับประเทศในละแวกเดียวกัน แต่กลับเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก รวมถึงมีศักยภาพอันมหาศาลของทรัพยากรด้านต่าง ๆ ภายในประเทศ จึงคาดการณ์ว่าจะกลายเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ (Newly Industrialized Country หรือ NIC) ภายในปี 2573 และจะยกระดับเป็นประเทศที่มีสถานะรายได้ปานกลางถึงระดับสูง และเป็นประเทศพัฒนาแล้วภายในปี 2588
ธนาคารกสิกรไทยจึงเล็งเห็นว่าเวียดนามเป็นประเทศที่มีศักยภาพและน่าจับตามองในด้านการลงทุน จากการที่เวียดนามมีประชากรมากกว่า 100 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในวัยทำงาน ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาประชากรกลุ่มนี้ได้ขยายตัวและเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยกว่า 69% ของคนวัยกลุ่มนี้ไม่มีบัญชีธนาคาร ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในเอเชีย ด้วยเหตุนี้เอง รัฐบาลเวียดนามจึงมุ่งหน้าผลักดันการพัฒนาบริการทางการเงินแบบดิจิทัล เพื่อให้ผู้คนเข้าถึงได้ง่ายขึ้นและมากขึ้น เป็นผลให้ประเทศเวียดนามมีบันทึกมูลค่าการชำระเงินแบบดิจิทัลสูงสุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้รัฐบาลยังผลักดันให้ประเทศเวียดนามเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีแห่งใหม่ของเอเชียซึ่งนักลงทุนต่างให้ความสนใจกับประเทศเวียดนามเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ



ธนาคารกสิกรไทยจึงเข้าไปขยายการให้บริการในประเทศเวียดนาม ด้วยการเป็นธนาคารที่ให้บริการทางการเงินอย่างเต็มรูปแบบ (Transactional Ecosystem) ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่ม ตั้งแต่กลุ่มองค์กร บริษัทขนาดกลาง กลุ่มค้าปลีก และลูกค้ารายย่อย ไปสู่เป้าหมาย 1 ใน 20 ธนาคารที่ดีที่สุดในประเทศเวียดนาม ภายในปี 2570

นายชัช กล่าวเพิ่มเติมว่า การไปสู่เป้าหมาย 1 ใน 20 ธนาคารที่ดีที่สุดในประเทศเวียดนาม ภายในปี 2570 ทั้งในแง่สินทรัพย์ รายได้ และฐานลูกค้า ธนาคารกสิกรไทย จะเดินหน้ากลยุทธ์การให้บริการทางการเงินอย่างเต็มรูปแบบ (Transactional Ecosystem) เพื่อรองรับทุกความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น เริ่มตั้งแต่แอปพลิเคชัน K PLUS Vietnam ที่ช่วยให้การทำธุรกรรมการเงินของผู้ใช้งานลื่นไหล สะดวกสบาย ด้วยฟังก์ชั่นและระบบปฏิบัติการที่พัฒนาผ่าน บริษัท KBTG Vietnam (KASIKORN BUSINESS-TECHNOLOGY GROUP Vietnam) ให้ตอบโจทย์การใช้งานของคนเวียดนามมากที่สุด เช่น การใช้เทคโนโลยี NFC (Near-Field Communication) เพื่อทำให้การอ่านข้อมูลจากบัตรประชาชนทำงานได้ถูกต้องมากยิ่งขึ้น การพัฒนาเทคโนโลยี Liveness Detection เพื่อตรวจจับและป้องกันการปลอมตัวบุคคลในขั้นตอนของการสมัครใช้งาน เป็นต้น
นอกจากนี้ ธนาคารกสิกรไทยในเวียดนามได้สนับสนุนการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการในเวียดนาม ด้วยการพัฒนาเครื่อง EDC (Electronic Data Capture) ผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์สังคมไร้เงินสด และรองรับการชำระเงินหลากหลายช่องทาง เช่น บัตรเดบิต บัตรเครดิต และการแสกนจ่ายผ่าน QR Code ทุกประเภท และเพื่อให้การทำธุรกรรมของลูกค้าเป็นไปอย่างไร้รอยต่อ ทั้งนี้ ธนาคารเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ นั่นคือ บัตรเดบิต ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2566 ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้ารายย่อยในการทำธุรกรรมชำระเงิน และกดเงินสดโดยสามารถสมัครผ่านช่องทางออนไลน์ได้สะดวก ด้วยแอปพลิเคชัน K PLUS Vietnam เมื่อได้รับการอนุมัติ บัตรเดบิตจะถูกส่งไปถึงบ้านของผู้สมัครถึงที่ ไม่ต้องไปดำเนินการที่ธนาคารอีกต่อไป

สำหรับอีกกลุ่มลูกค้าที่ธนาคาร ให้ความสำคัญ คือ ลูกค้าองค์กร โดยสร้างเครือข่าย Internet Banking เพื่อให้องค์กรจัดการเงินสดและบัญชีเงินเดือนสำหรับพนักงานได้อย่างสะดวกและราบรื่น รวมทั้งยังให้ความสำคัญกับการปล่อยสินเชื่อดิจิทัล ด้วยผลิตภัณฑ์ KBank Biz Loan เพื่อเจาะกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่สามารถทำธุรกรรมได้สะดวกผ่านแอปพลิเคชัน K PLUS Vietnam และผลิตภัณฑ์ KBank Pay Later สำหรับลูกค้ารายย่อยที่ต้องการขอสินเชื่อดิจิทัลเพื่อการซื้อสินค้าออนไลน์ ด้วยการทำพันธมิตรธุรกิจร่วมกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซท้องถิ่น Meta ที่ขายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์

นอกจากนี้ ธนาคารกสิกรไทย ยังได้เดินหน้าหาพันธมิตรทางธุรกิจ ผ่านบริษัท กสิกร วิชั่น จำกัด (KASIKORN VISION CO., LTD.) หรือ KVision ที่เฟ้นหาบริษัทหรือสตาร์ทอัพที่น่าสนใจ เพื่อร่วมลงทุนและพัฒนาธุรกิจไปด้วยกัน ซึ่งที่ผ่านมาได้ร่วมลงทุนกับหลายบริษัทในเวียดนาม เช่น Sendo, KiotViet, Seedcom, Jio Health, Selly และอีกหนึ่งสตาร์ทอัพที่น่าสนใจนั่นก็คือ Lich Viet แอปพลิเคชันเกี่ยวกับเรื่องดูดวงที่กำลังมาแรง ด้วยยอดผู้ใช้บริการกว่า 13 ล้านคน

ในการมุ่งสู่เป้าหมายครั้งนี้ ธนาคารกสิกรไทยมีความตั้งใจในการมอบประสบการณ์ทางการเงินอย่างเต็มรูปแบบให้แก่ชาวเวียดนาม ด้วยความชำนาญที่การันตีด้วยรางวัลทางการเงินในระดับภูมิภาค การมีแอปพลิเคชัน โมบาย แบงกิ้งอันดับ 1 ของประเทศไทย ด้วยจำนวนผู้ใช้งานกว่า 19 ล้านคน รวมถึงการเป็นธนาคารดิจิทัลที่ดีที่สุด รวมทั้งมีเครือข่ายระดับภูมิภาคกับพันธมิตรกว่า 70 แห่ง ทั่วยุโรปและเอเชีย จึงมั่นใจได้ว่าด้วยประสบการณ์ ศักยภาพ และมาตรฐานระดับสากลที่พร้อมมอบบริการทางการเงินด้วยความเชี่ยวชาญชำนาญของธนาคารกสิกรไทยจะสามารถตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นในประเทศเวียดนามได้อย่างแน่นอน ตั้งเป้าหมายการเป็นธนาคารที่มีขนาดสินทรัพย์ใหญ่ติดอยู่ใน 20 อันดับแรกในประเทศเวียดนาม รายได้สุทธิถึง 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.32 หมื่นล้านบาท มียอดสินเชื่อคงค้างที่ 1.8 แสนล้านบาท และมีฐานลูกค้าเวียดนาม 8.4 ล้านรายภายในปี 2570