• อีไอซี ธนาคารไทยพาณิชย์ คาดเศรษฐกิจไทยปี 2563 เติบโตที่ 2.7% ฟื้นตัวเล็กน้อยจากปี 2562 ที่คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวที่ 2.5% ตามภาคส่งออกที่มีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ...เศรษฐกิจไทยปี 2563 มี 3 ปัจจัย ได้แก่ ความไม่แน่นอนของสงครามการค้า ความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ และความเปราะบางทางการเงินของภาคครัวเรือนและธุรกิจ ด้านสงครามการค้า แม้ล่าสุดจะมีข้อตกลงการค้าระยะแรกระหว่างสหรัฐฯ และจีน (Phase-1 deal) แต่นโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ยังมีความไม่แน่นอนสูงและอาจกระทบต่อการค้าโลก *** ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุเศรษฐกิจจีนปี 2562 เติบโตต่ำสุดในรอบ 29 ปี…คาดชะลอต่อเนื่องในปี 2563 แนวโน้มเศรษฐกิจจีนปี 2563 ยังคงจะไม่สดใส และน่าจะทรุดตัวลงจากปี 2562 โดยคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจจีนในปี 2563 จะเติบโตที่ร้อยละ 5.7 (กรอบคาดการณ์ที่ร้อยละ 5.5-5.9)
Home ก.ล.ต. ไทย - ก.ล.ต. ฮ่องกง สรุปร่วมมือ เชื่อมโยงตลาดทุนตามนโยบายรัฐบาล
ก.ล.ต. ไทย - ก.ล.ต. ฮ่องกง สรุปร่วมมือ  เชื่อมโยงตลาดทุนตามนโยบายรัฐบาล

ก.ล.ต. ไทย - ก.ล.ต. ฮ่องกง สรุปร่วมมือ เชื่อมโยงตลาดทุนตามนโยบายรัฐบาล

ก.ล.ต. ไทยประชุมร่วมกับ ก.ล.ต. ฮ่องกง (SFC) พร้อมด้วย ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (HKEX) และกระทรวงการคลังฮ่องกง (Financial Services & the Treasury Bureau) เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2563 ณ ศูนย์ประชุมฮ่องกง โดยได้หารือเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างกันด้านตลาดทุนตามกรอบบันทึกข้อตกลง (MOU) ความร่วมมือที่รัฐบาลไทย และฮ่องกง ลงนามเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2562

 

นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยผลการประชุมร่วมระหว่างหน่วยงานมีความคืบหน้าโดยมีข้อสรุป ดังนี้

 

(1) การพิจารณาแนวทางในการกำกับร่วมระหว่างไทยและฮ่องกง (regulatory mapping) ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องจากที่ได้ตกลงร่วมกันเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2563 เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์กองทุนรวม รวมถึงกองทุนรวมอีทีเอฟ และกองทุนรวมทั่วไป คาดว่าจะสามารถสรุปได้ภายในไตรมาส 2 ของปี 2563 และหลังจากนั้นจะสามารถเสนอขายระหว่างกันได้ ซึ่ง ก.ล.ต. ไทยจะนำบริษัทจัดการลงทุนไทยมาประชุมร่วมกับ ก.ล.ต. ฮ่องกง กระทรวงการคลังฮ่องกง ธนาคารกลางฮ่องกง และผู้ประกอบการในตลาดทุนฮ่องกง รวมทั้งผู้จัดจำหน่ายกองทุนรวม เช่น ธนาคาร เพื่อให้มีความเข้าใจร่วมกัน โดยเห็นควรให้มีการหยิบยกประเด็นด้านภาษีที่เกี่ยวข้องมาพิจารณา เพื่อให้สามารถเทียบเคียงกันได้ ซึ่ง ก.ล.ต. ได้ประสานกับกรมสรรพากรในเบื้องต้นแล้ว

 

(2) ก.ล.ต. ทั้งสองฝ่ายตกลงว่าจะพิจารณาวิเคราะห์ความแตกต่าง (gap analysis) ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) ภายในปี 2563 ก่อนที่จะพิจารณาโอกาสที่จะมีการจดทะเบียนเสนอขายในสองตลาดต่อไป สำหรับตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ (DR) นั้น ก.ล.ต. ฮ่องกง และตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ชี้แจงว่าเกณฑ์จะเหมือนกับการนำบริษัทไทยมาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงโดยตรง ดังนั้น หากมีบริษัทไทยที่สนใจจะนำมาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง จะต้องผ่านการพิจารณาในรายละเอียด โดยเน้นด้านการคุ้มครองผู้ลงทุน

 

(3) ก.ล.ต. ฮ่องกงยินดีให้ความร่วมมือทางเทคนิคและการเสริมสร้างศักยภาพในเรื่องผลิตภัณฑ์การเงินที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Financing) เพื่อการขับเคลื่อนนโยบายตลาดทุนไทยที่ยั่งยืน

ข่าวเกี่ยวข้อง