• SCB EIC ประเมินว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2.5% ไว้ตลอดปี 2024 มองว่า กนง. จะพิจารณาแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อไปข้างหน้าในระยะปานกลางถึงระยะยาว (Forward looking) มากกว่าตัวเลขที่เกิดขึ้นแล้ว (Backward looking) หากแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อของไทยในระยะต่อไปยังเป็นไปตามที่ SCB EIC เคยคาดการณ์ไว้ว่า เศรษฐกิจจะขยายตัวได้ต่อเนื่องใกล้เคียงระดับศักยภาพที่ 3% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะทยอยปรับสูงขึ้นเข้าสู่กรอบเป้าหมาย 1-3%
Home คปภ. เร่งช่วยเหลือด้านประกันภัย 'โรงงานพลุระเบิด'พื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี
คปภ. เร่งช่วยเหลือด้านประกันภัย 'โรงงานพลุระเบิด'พื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี

คปภ. เร่งช่วยเหลือด้านประกันภัย 'โรงงานพลุระเบิด'พื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี

สำนักงาน คปภ. ตั้งศูนย์เฉพาะกิจช่วยเหลือด้านประกันภัยให้กับผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ เพื่อนำระบบประกันภัยเยียวยาความสูญเสียที่เกิดขึ้นโดยเร็ว

จากกรณีเกิดเหตุโรงงานพลุระเบิดเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2567 ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 23 ราย บ้านเรือนประชาชน รถยนต์ และทรัพย์สินได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ สายส่งเสริมและประกันภัยภูมิภาค สำนักงาน คปภ. ภาค 7 (นครปฐม) และสำนักงาน คปภ. จังหวัดสุพรรณบุรี ลงพื้นที่และจัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจช่วยเหลือด้านประกันภัย ภายในวัดโรงช้าง ตำบลศาลาขาว อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยบูรณาการกับส่วนงานราชการต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่ออำนวยความสะดวกด้านประกันภัย รวมทั้ง รับแจ้งเรื่องการทำประกันภัย ตรวจสอบข้อมูลเอกสารการทำประกันภัย และติดตามการจ่ายค่าสินไหมทดแทน เพื่อนำระบบประกันภัยเข้าไปบรรเทาความเดือดร้อนให้กับครอบครัวของผู้ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม

 


ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่และตรวจสอบข้อมูลด้านการประกันภัยจากสำนักงาน คปภ. จังหวัดสุพรรณบุรี ไม่พบข้อมูลว่าโรงงานพลุแห่งนี้ทำประกันภัยไว้แต่อย่างใด สำหรับผู้ประสบภัยจากโรงงานพลุระเบิดในครั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นพนักงานภายในโรงงาน โดยเบื้องต้นพบว่า มีผู้เสียชีวิตจำนวน 4 ราย ที่ได้ทำประกันภัยไว้ โดยมีรายละเอียดดังนี้ ผู้เสียชีวิตรายที่ 1 ทำประกันภัยโรคร้ายแรงและอุบัติเหตุ ไว้กับบริษัท ไทยประกันสุขภาพ จำกัด (มหาชน) เริ่มความคุ้มครองวันที่ 29 ตุลาคม 2564 สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 29 ตุลาคม 2569 จำนวนเงินความคุ้มครอง 130,000 บาท ผู้เสียชีวิตรายที่ 2 ทำประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม ไว้กับบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) เริ่มความคุ้มครองวันที่ 1 พฤษภาคม 2566 สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 31 พฤษภาคม 2567 จำนวนเงินความคุ้มครอง 34,205 บาท ผู้เสียชีวิตรายที่ 3 ทำประกันภัยอุบัติเหตุ ไว้กับ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เริ่มความคุ้มครองวันที่ 10 พฤศจิกายน 2566 สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 10 พฤศจิกายน 2567 จำนวนเงินความคุ้มครอง 120,000 บาท ผู้เสียชีวิตรายที่ 4 ทำประกันภัยอุบัติเหตุ ไว้กับ บริษัท เจนเนอราลี่ ประกันภัย (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) เริ่มความคุ้มครองวันที่ 27 กันยายน 2565 สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 26 กันยายน 2568 จำนวนเงินความคุ้มครอง 50,000 บาท จากการตรวจสอบความเสียหายของทรัพย์สินโดยรอบโรงงานดังกล่าวเบื้องต้นพบว่า มีบ้านเรือนประชาชน ที่ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงได้รับความเสียหาย จำนวน 1 หลัง ไม่พบการจัดทำประกันภัยไว้แต่อย่างใด ส่วนรถยนต์ ของชาวบ้านที่ได้รับความเสียหาย 1 คัน มีประกันภัยประเภท 2+ โดยให้ความคุ้มครองกรณีสูญหาย/ไฟไหม้ ไว้กับ บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) ทุนไฟไหม้ 180,000 บาท เริ่มความคุ้มครองวันที่ 30 กรกฎาคม 2566 สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 30 กันยายน 2567

นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. อยู่ระหว่างบูรณาการร่วมกับสมาคมประกันชีวิตไทย และสมาคมประกันวินาศภัยไทย เพื่อตรวจสอบเพิ่มเติมว่า ผู้ประสบภัยหรือผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้มีการทำประกันภัยเพิ่มเติมนอกเหนือจากนี้อีกหรือไม่ หากตรวจสอบพบว่ามีการทำประกันภัยก็จะได้รับสิทธิตามสัญญาประกันภัยที่ระบุไว้ทุกประการ

สำนักงาน คปภ. ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตที่ประสบเหตุจากโรงงานพลุระเบิดในครั้งนี้

โดยเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเช่นนี้อาจเกิดขึ้นได้ทุกเวลาและทุกสถานที่ จึงควรให้ความสำคัญกับการทำประกันอัคคีภัย ประกันชีวิต และประกันภัยอุบัติเหตุ เพื่อที่ระบบประกันภัยเข้ามาช่วยบริหารความเสี่ยง และเยียวยาความสูญเสียต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. จะประสานงานบริษัทประกันภัยให้มีการเยียวยาด้านประกันภัยเพื่อบรรเทาความสูญเสียและความเดือดร้อนอย่างเต็มที่ หากมีข้อสงสัยด้านประกันภัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน คปภ. 1186 หรือ Line Chatbot@Oicconnect ข้อมูลอัตโนมัติ 24 ชั่วโมง