• สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง 
ประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2562 คาดว่าจะสามารถขยายตัวอย่างต่อเนื่องที่ร้อยละ 3.0 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 2.8 ถึง 3.2) ชะลอลงจากปีก่อนหน้าที่ขยายตัวร้อยละ 4.1 จากปัจจัยอุปสงค์จากต่างประเทศที่ชะลอตัวลงเป็นสำคัญ อันเป็นผลจากเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าและปริมาณการค้าโลก ที่ชะลอตัวลง
Home คปภ. เห็นชอบ 'กรมธรรม์ประกันภัยทำเหมืองแร่' 
คปภ. เห็นชอบ 'กรมธรรม์ประกันภัยทำเหมืองแร่' 

คปภ. เห็นชอบ 'กรมธรรม์ประกันภัยทำเหมืองแร่' 

คปภ. เห็นชอบ 'กรมธรรม์ประกันภัยทำเหมืองแร่' 
คุ้มครองความสูญเสียฉบับแรกของประเทศไทย 

 

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า ตามที่พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 มาตรา 68 (9) ได้กำหนดให้ผู้ประกอบการเหมืองแร่ประเภทที่ 2 และประเภทที่ 3 จะต้องจัดทำประกันภัยความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สินของบุคคลภายนอกนั้น 

 

สำนักงาน คปภ. ร่วมกับ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) และคณะกรรมการประกันภัยเบ็ดเตล็ด สมาคมประกันวินาศภัยไทย ได้ประชุมหารือเพื่อพิจารณาจัดทำกรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอก (สำหรับการทำเหมืองแร่) รองรับประกาศคณะกรรมการแร่ เรื่อง กำหนดวงเงินและการจัดทำประกันภัยความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สินของบุคคลภายนอก สำหรับเหมืองแร่ประเภทที่ 2 และประเภทที่ 3 ที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2562 

 

สำหรับความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2562 เลขาธิการ คปภ. ได้ลงนามในคำสั่งนายทะเบียนที่ 17/2562 เรื่อง ให้ใช้แบบ และข้อความกรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอก (สำหรับการทำเหมืองแร่) และอัตราเบี้ยประกันภัย ซึ่งถือเป็นแบบกรมธรรม์ประกันภัยสำหรับการทำเหมืองแร่ฉบับแรกของประเทศไทย

 

การทำเหมืองแร่ได้แบ่งออกเป็น 3 ประเภท โดยประเภทที่ 1 เนื้อที่ไม่เกิน 100 ไร่และเป็นโครงการเหมืองแร่ที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจัดทํารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ประเภทที่ 2 เนื้อที่ไม่เกิน 625 ไร่ และประเภทที่ 3 เป็นการทำเหมืองในทะเล เหมืองใต้ดิน หรือเหมืองที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมสูง ทั้งนี้ ผู้ถือประทานบัตรจะต้องจัดทำประกันภัยให้มีระยะเวลาครอบคลุมต่อเนื่องตลอดอายุประทานบัตร โดยให้มีจำนวนเงินเอาประกันภัยสำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อครั้งสำหรับการเสียชีวิต ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงหรือค่ารักษา พยาบาล และความเสียหายต่อทรัพย์สินของผู้ได้รับความเสียหายดังนี้ 

 

1. การทําเหมืองประเภทที่ 2 ให้จัดทําประกันภัยความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สินของบุคคลภายนอก ในวงเงินไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท ยกเว้นการทําเหมืองประเภทที่ 2 ที่มีชนิดแร่เดียวกับเหมืองประเภทที่ 1 แต่มีเนื้อที่เกินหนึ่งร้อยไร่ และแร่หินประดับชนิดหินทราย ให้จัดทําประกันภัยในวงเงินไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท

 

2.การทำเหมืองประเภทที่ 3 ได้แก่ (1) ประเภทเหมืองแร่ในทะเล เหมืองแร่ถ่านหิน เหมืองแร่กัมมันตภาพรังสี กลุ่มเหมืองหินอุตสาหกรรมที่นําผลผลิตไปใช้ในการผลิตซีเมนต์เป็นหลัก หรือเหมืองแร่โลหะที่ต้องจัดทํารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม สําหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ (EHIA) ให้จัดทําประกันภัยในวงเงินไม่น้อยกว่า 30 ล้านบาท (2) เหมืองแร่ใต้ดิน ให้จัดทําประกันภัยในวงเงินไม่น้อยกว่า 30 ล้านบาท (3) เหมืองชนิดแร่ทองคํา ให้จัดทําประกันภัยในวงเงินประกันไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท และ (4) การทําเหมืองประเภทที่ 3 ที่นอกเหนือจาก (1) - (3) ให้จัดทําประกันภัยในวงเงินประกันไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท

 

“กรมธรรม์ประกันภัยสำหรับการทำเหมืองแร่จะคุ้มครองความสูญเสียต่อชีวิต ร่างกาย การบาดเจ็บ หรือเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอกที่ผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดตามกฎหมายซึ่งเกิดจากการประกอบธุรกิจและเกิดขึ้นภายในสถานประกอบการที่เอาประกันภัย ภายใต้ขอบเขตของการเสี่ยงภัย ในระหว่างระยะเวลาเอาประกันภัย ณ อาณาเขตความคุ้มครองซึ่งระบุในตารางกรมธรรม์ประกันภัย รวมถึงค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี อัตราเบี้ยประกันภัย เป็นแบบช่วงขั้นต่ำ-ขั้นสูง โดยรายปีอยู่ในช่วงร้อยละ 0.01-5.00 ของจำนวนเงินจำกัดความรับผิดหรือของค่าจ้างหรือของยอดรายได้แล้วแต่กรณี ขณะนี้มีบริษัทประกันภัยยื่นความประสงค์ขอความเห็นชอบจากนายทะเบียนเพื่อใช้แบบ และข้อความกรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอก (สำหรับการทำเหมืองแร่) และอัตราเบี้ยประกันภัย แล้วกว่า 25 บริษัท” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย

ข่าวเกี่ยวข้อง