• ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เดินหน้าช่วยลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกำหนดให้มีแรงจูงใจในการสนับสนุนให้สถาบันการเงินทำการรวมหนี้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อรายย่อยประเภทอื่น เข้าด้วยกัน เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่มีประวัติการชำระหนี้ดี หรือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด 19  ด้วยการนำหลักประกันของสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์ในการช่วยลดภาระดอกเบี้ยและค่างวดในระยะยาว นอกจากนี้ ธปท. ได้ดำเนินการลดข้อจำกัดการทำรีไฟแนนซ์ (refinance) หนี้ เพื่อส่งเสริมการแข่งขันของสถาบันการเงินในการรวมหนี้ให้กับลูกหนี้ควบคู่ไปด้วย
Home คลังเผยคนละครึ่ง เฟส 3 ยอดการใช้จ่ายสะสม 172,820 ล.
คลังเผยคนละครึ่ง เฟส 3 ยอดการใช้จ่ายสะสม 172,820 ล.

คลังเผยคนละครึ่ง เฟส 3 ยอดการใช้จ่ายสะสม 172,820 ล.

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า จากข้อมูล ณ วันที่ 24 พฤศจิกายน 2564 โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ มีความคืบหน้า ดังนี้

 

โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 มีผู้ใช้สิทธิสะสมจำนวน 26.15 ล้านราย จากผู้ได้รับสิทธิจำนวน 27.98 ล้านราย โดยมียอดการใช้จ่ายสะสมรวม 172,820 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่ายสะสม 87,808 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่ายสะสม 85,012 ล้านบาท และมียอดใช้จ่ายสะสมแบ่งตามประเภทตามร้านค้า ได้แก่ ร้านอาหาร และเครื่องดื่ม 67,773.2 ล้านบาท ร้านธงฟ้า 28,211.8 ล้านบาท ร้าน OTOP 8,368 ล้านบาท ร้านค้าทั่วไป 65,345.9 ล้านบาท ร้านบริการ 2,949.8 ล้านบาท และกิจการขนส่งสาธารณะ 171.3 ล้านบาท

 

โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ มีประชาชนผู้ใช้สิทธิจำนวน 91,080 คน จากผู้ได้รับสิทธิจำนวนกว่า 4.9 แสนราย โดยมียอดใช้จ่ายสะสมส่วนประชาชนรวม 3,491 ล้านบาท โดยมีมูลค่าการใช้จ่ายสะสมที่นำมาคำนวณสิทธิ e-Voucher 2,871 ล้านบาท และคิดเป็นมูลค่าสะสม e-Voucher ทั้งสิ้นกว่า 328 ล้านบาท และมูลค่าการใช้จ่ายสะสมส่วน e-Voucher 186 ล้านบาท และมียอดใช้จ่ายสะสมแบ่งตามประเภทตามร้านค้า ได้แก่ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม 169 ล้านบาท ร้านธงฟ้า 187 ล้านบาท ร้าน OTOP 390 ล้านบาท ร้านค้าทั่วไป 2,801 ล้านบาท และร้านบริการ 130 ล้านบาท

 

สำหรับข้อมูลการใช้จ่ายผ่านฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มล่าสุด ณ วันที่ 25 พฤศจิกายน 2564 เวลา 08.00 น. โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 มีการใช้จ่ายสะสมประมาณ 2,308.4 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนใช้จ่าย 1,191.1 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่าย 1,117.3 ล้านบาท สำหรับโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้มีการใช้จ่ายสะสมกว่า 1.7 ล้านบาท และในส่วนของผู้ประกอบการร้านอาหารและเครื่องดื่มในโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ที่ขายอาหารและเครื่องดื่มผ่านผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มล่าสุดขณะนี้ มีจำนวนกว่า 77,000 ราย

ประชาชนสามารถใช้จ่ายใน 2 โครงการดังกล่าวได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 ทั้งนี้ สำหรับโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ สามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com หรือผ่าน g-Wallet บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” จนกว่าจะครบ 1 ล้านสิทธิ ซึ่งยังมีสิทธิเหลือกว่า 5 แสนสิทธิ โดยประชาชนสามารถใช้จ่ายเพื่อรับ e-Voucher ได้ถึง 30 พฤศจิกายน 2564 และใช้จ่ายในส่วน e-Voucher ได้ถึง 31 ธันวาคม 2564

ข่าวเกี่ยวข้อง