• ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมิน เศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/2567 ขยายตัวที่ 1.5% YoY และหากเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าขยายตัวที่ 1.1% QoQ โดยแม้ว่าจะออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด แต่ก็ถือขยายตัวอยู่ในระดับต่ำ *** คาดว่าเศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และมีแนวโน้มทยอยขยายตัวในอัตราที่เร่งขึ้น (YoY) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ ที่ได้รับแรงหนุนจาก การเบิกจ่ายงบประมาณจากทางภาครัฐที่เร่งตัวขึ้น ภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวต่อเนื่องและยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ การส่งออกไทยมีแนวโน้มกลับมาขยายตัวได้ในไตรมาสที่เหลือของปีนี้ *** ภาพรวมเศรษฐกิจไทยทั้งปี 2567 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มีมุมมองต่อเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มชะลอลงกว่าที่ประเมิน โดยปรับลดคาดการณ์การขยายตัวเติบโตจาก 2.8% มาอยู่ที่ 2.6% จาก การลงทุนและการบริโภคภาครัฐ มีแนวโน้มหดตัวมากกว่าที่เคยคาด การส่งออกไทย มีแนวโน้มฟื้นตัวช้ากว่าที่เคยคาด ภาคการผลิต ยังมีแนวโน้มอ่อนแรงต่อเนื่อง ผลผลิตทางการเกษตรได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่รุนแรง
Home คลัง'เผยยอดอุทธรณ์พิจารณาคุณสมบัติ ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 65
คลัง'เผยยอดอุทธรณ์พิจารณาคุณสมบัติ ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 65

คลัง'เผยยอดอุทธรณ์พิจารณาคุณสมบัติ ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 65

จำนวนผู้ขออุทธรณ์ผลพิจารณาคุณสมบัติ ตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 65

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผยข้อมูล จำนวนผู้ยื่นขออุทธรณ์ผลการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติ ตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 (โครงการฯ) ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 1 พฤษภาคม 2566 มีจำนวนทั้งสิ้น 1,266,682 ราย ซึ่งปัจจุบันได้สิ้นสุดระยะเวลาการให้ยื่นอุทธรณ์ของผู้ไม่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติแล้ว และกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติกับหน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติ โดยจะมี การประกาศผลการพิจารณาผลอุทธรณ์ในวันจันทร์ที่ 12 มิถุนายน 2566

นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่ตรวจสอบผลการพิจารณาคุณสมบัติที่มีการประกาศผลเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 พฤษภาคม 2566 แล้วพบว่า มีสถานะ “ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติ” (ผู้ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติรอบใหม่) จำนวน 416,153 ราย จะต้องดำเนินการยืนยันตัวตนที่ (1) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (2) ธนาคารออมสิน หรือ (3) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และมีผลการยืนยันตัวตนที่แสดงสถานะว่า “ผ่านการยืนยันตัวตน (e-KYC)” ภายในวันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม 2566 เพื่อให้สามารถใช้สิทธิสวัสดิการผ่านบัตรประจำตัวประชาชนได้ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 18 พฤษภาคม 2566 เป็นต้นไป โดยจะได้รับสิทธิย้อนหลังในส่วนของวงเงิน การซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจากร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและสังคม (ร้านธงฟ้าฯ) ของเดือนเมษายน 2566 จำนวน 300 บาททั้งนี้ ในการยืนยันตัวตน ผู้ผ่านเกณฑ์จะต้องใช้บัตรประจำตัวประชาชนอเนกประสงค์ (Smart Card) และต้องผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขประจำตัวประชาชนกับธนาคารใดก็ได้ เนื่องจากการผูกบัญชีพร้อมเพย์ไว้ล่วงหน้าจะทำให้ผู้ได้รับสิทธิโครงการฯ สะดวกในการรับสิทธิสวัสดิการหากภาครัฐมีการให้สวัสดิการเป็นเงินโอนเข้าบัญชีในอนาคต

อย่างไรก็ดี สำหรับผู้ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติรอบใหม่ที่ไม่ได้ยืนยันตัวตนภายในวันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม 2566 ยังคงสามารถยืนยันตัวตนได้ที่ธนาคารทั้งสามแห่งข้างต้นตามวันเวลาที่หน่วยงานกำหนด แต่จะสามารถเริ่มใช้สิทธิสวัสดิการแห่งรัฐได้ตามวันที่กระทรวงการคลังกำหนด โดยรายละเอียดช่วงเวลาการยืนยันตัวตนและวันที่เริ่มใช้สิทธิ (รายละเอียดปรากฏตามตาราง)

 


โฆษกกระทรวงการคลังกล่าวเพิ่มเติมถึงความคืบหน้าการใช้สิทธิภายใต้โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 (โครงการฯ) ผ่านบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติตามโครงการฯ ที่ยืนยันตัวตนสำเร็จภายในวันที่ 26 เมษายน 2566 (ผู้มีสิทธิฯ) โดยข้อมูล ณ วันที่ 12 พฤษภาคม 2566 เวลา 14.00 น. มีมูลค่าการใช้สิทธิสะสมตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2566 จำนวนกว่า 3,772.40 ล้านบาท จากผู้มีสิทธิฯ จำนวนกว่า 12.56 ล้านราย โดยส่วนใหญ่จะเป็นการใช้สิทธิในวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นจากร้านธงฟ้าฯ จำนวน 3,594.07 ล้านบาท วงเงินบรรเทาภาระค่าไฟฟ้า จำนวน 104.85 ล้านบาท วงเงินรวมค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ จำนวน 33.46 ล้านบาท วงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้มจากร้านค้าตามที่กระทรวงพลังงานกำหนด จำนวน 30.11 ล้านบาท และวงเงินบรรเทาภาระค่าน้ำประปา จำนวน 9.91 ล้านบาท ตามลำดับ

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและรายละเอียดโครงการฯ เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือhttps://welfare.mof.go.th