• ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมิน เศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/2567 ขยายตัวที่ 1.5% YoY และหากเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าขยายตัวที่ 1.1% QoQ โดยแม้ว่าจะออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด แต่ก็ถือขยายตัวอยู่ในระดับต่ำ *** คาดว่าเศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และมีแนวโน้มทยอยขยายตัวในอัตราที่เร่งขึ้น (YoY) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ ที่ได้รับแรงหนุนจาก การเบิกจ่ายงบประมาณจากทางภาครัฐที่เร่งตัวขึ้น ภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวต่อเนื่องและยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ การส่งออกไทยมีแนวโน้มกลับมาขยายตัวได้ในไตรมาสที่เหลือของปีนี้ *** ภาพรวมเศรษฐกิจไทยทั้งปี 2567 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มีมุมมองต่อเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มชะลอลงกว่าที่ประเมิน โดยปรับลดคาดการณ์การขยายตัวเติบโตจาก 2.8% มาอยู่ที่ 2.6% จาก การลงทุนและการบริโภคภาครัฐ มีแนวโน้มหดตัวมากกว่าที่เคยคาด การส่งออกไทย มีแนวโน้มฟื้นตัวช้ากว่าที่เคยคาด ภาคการผลิต ยังมีแนวโน้มอ่อนแรงต่อเนื่อง ผลผลิตทางการเกษตรได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่รุนแรง
Home ตลาดหลักทรัพย์ฯ ลงนามศึกษาการเชื่อมโยงระบบนิเวศด้านความยั่งยืนในอาเซียน
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ลงนามศึกษาการเชื่อมโยงระบบนิเวศด้านความยั่งยืนในอาเซียน

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ลงนามศึกษาการเชื่อมโยงระบบนิเวศด้านความยั่งยืนในอาเซียน

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับตลาดหลักทรัพย์มาเลเซีย (Bursa Malaysia) และตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย (Indonesia Stock Exchange) ร่วมศึกษาและพัฒนาระบบนิเวศด้านความยั่งยืน อาทิ การเชื่อมโยงข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social, Governance: ESG) ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุน บจ. สู่เป้าหมายลดใช้คาร์บอนตลอดห่วงโซ่อุปทาน การพัฒนา Sandbox ที่เปิดโอกาสให้สถาบันการเงินเข้ามามีบทบาทสนับสนุนการลงทุนอย่างยั่งยืน และการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างกัน ตอกย้ำความร่วมมือในการสร้างโอกาสทางธุรกิจควบคู่การส่งเสริมความยั่งยืนทั้งภูมิภาคอาเซียน

นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้ความสำคัญและมุ่งมั่นส่งเสริมให้ตลาดทุนไทยดำเนินธุรกิจตามแนวปฏิบัติด้าน ESG มาอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นหมุดหมายสำคัญในการผนึกกำลังและยกระดับตลาดหลักทรัพย์ในภูมิภาคอาเซียนให้เป็นที่สนใจและน่าดึงดูดในสายตาผู้ลงทุนต่างชาติ อีกทั้งยังมุ่งเน้นการพัฒนาระบบนิเวศด้านความยั่งยืนให้เชื่อมโยงสอดคล้องกัน และการแลกเปลี่ยนข้อมูลและองค์ความรู้ เพื่อนำจุดแข็งและศักยภาพของแต่ละตลาดมาพัฒนาและขับเคลื่อนตลาดหลักทรัพย์ในภูมิภาคอาเซียนร่วมกัน

ดาตุ๊ก มูฮัมหมัด อูมาร์ สวิฟท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ตลาดหลักทรัพย์มาเลเซีย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์มาเลเซียมีความยินดีอย่างยิ่งในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมืออย่างเป็นทางการในครั้งนี้ เพื่อยกระดับความร่วมมือระหว่างกัน เพิ่มโอกาสในการส่งเสริมแนวปฏิบัติและโครงสร้างพื้นฐานด้าน ESG ให้มีความสอดคล้องกัน ซึ่งจะช่วยยกระดับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในภูมิภาค นอกจากนี้ ความร่วมมือดังกล่าวจะเป็นจุดเริ่มต้นในการสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์ชั้นนำอื่น ๆ อีกด้วย

 


นายอิมาน รัคมาน กรรมการผู้อำนวยการ ตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย เปิดเผยว่า ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงเป้าหมายร่วมกันในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนของกลุ่มตลาดหลักทรัพย์ในภูมิภาคอาเซียน และเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกและการทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน รวมทั้งส่งเสริมให้ภาคธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนมุ่งพัฒนาการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

บันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างตลาดหลักทรัพย์ในภูมิภาคอาเซียนนี้ มีเป้าหมายเพื่อศึกษาและพัฒนาระบบนิเวศด้านความยั่งยืนให้เชื่อมโยงถึงกัน เพื่อให้ บจ. ทุกขนาดและทุกกลุ่มอุตสาหกรรม รวมถึงผู้ประกอบการ SMEs และ Startups ในภูมิภาคได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน พร้อมเปิดโอกาสให้บริษัทเหล่านี้เข้าถึงแหล่งเงินทุนและขยายโอกาสทางธุรกิจ โดยมุ่งเน้นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเปิดเผยข้อมูล ESG ของภาคธุรกิจ การพัฒนา Sandbox ในระยะเริ่มต้นที่ส่งเสริมให้สถาบันการเงินเข้ามามีบทบาทสนับสนุนการลงทุนอย่างยั่งยืน รวมถึงการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านความยั่งยืนผ่านการจัดกิจกรรมสัมมนา เวิร์กชอป และการประชุม เพื่อนำไปสู่การยกระดับความยั่งยืนของตลาดหลักทรัพย์ในภูมิภาคร่วมกัน

การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์มาเลเซีย และตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย จัดขึ้นระหว่างการประชุม ASEAN Exchanges CEOs Meeting ครั้งที่ 36 ซึ่งในการประชุมดังกล่าว ตลาดหลักทรัพย์อาเซียนทั้ง 6 แห่งได้ร่วมกันกำหนดชุดตัวชี้วัดด้านบรรษัทภิบาล (Governance) เพื่อเป็นแนวทางให้ บจ. ได้เปิดเผยข้อมูลด้าน ESG ให้สอดคล้องกัน