• EIC ธนาคารไทยพาณิชย์ เผยการส่งออกไทยแผ่วต่อเนื่อง แม้ว่าจะเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 18 แต่เป็นการขยายตัวเร่งขึ้นจากปัจจัยฐานต่ำเป็นสำคัญ โดยหากพิจารณาการส่งออกเดือนสิงหาคมเทียบกับเดือนกรกฎาคม (แบบปรับฤดูกาล) พบว่า หดตัวที่ -4.1% ทำให้ ในภาพรวมการส่งออกของไทยในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2022 ขยายตัวได้ดีที่ 11% และ 9.4% หากไม่รวมทองคำ *** แม้การส่งออกไทยในช่วง 8 เดือนแรกของปีขยายตัวได้ดี แต่เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวลงชัดเจนในเดือนกรกฎาคม และสิงหาคม โดย EIC ประเมินว่าการส่งออกมีแนวโน้มชะลอลงต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี 2022 และปี 2023 จากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยในประเทศคู่ค้าสำคัญ โดยเฉพาะตลาดจีนที่เผชิญแรงกดดันหลายทาง ทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ ดังนั้น EIC จึงปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์มูลค่าการส่งออกไทย (ในระบบดุลการชำระเงิน) ของปี 2022 เป็น 6.3% (จากเดิมที่ประเมินไว้ในช่วงเดือนมิถุนายนที่ 5.8%) และสำหรับปี 2023 EIC คาดว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าจะขยายตัวชะลอลงมาอยู่ที่ 2.5% ตามแนวโน้มเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และเงินเฟ้อโลกสูง ซึ่งมีส่วนกดดันกำลังซื้อและอุปสงค์ของประเทศคู่ค้าหลักของไทย
Home ตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้อนรับ TKC เริ่มซื้อขาย 17 ม.ค. นี้
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้อนรับ TKC เริ่มซื้อขาย 17 ม.ค. นี้

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้อนรับ TKC เริ่มซื้อขาย 17 ม.ค. นี้

บมจ. เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส ผู้ให้บริการดิจิทัลโซลูชั่น วางระบบโครงข่ายสื่อสารครอบคลุมด้านโทรคมนาคมและไอซีที พร้อมซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 17 ม.ค. นี้ ด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 5,400 ล้านบาท โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ ว่า “TKC”

 

นายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยินดีต้อนรับ บมจ. เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี หมวดเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “TKC” ในวันที่ 17 มกราคม 2565

 

TKC เป็นผู้ให้บริการรับเหมาโครงการแบบเบ็ดเสร็จ (Turnkey project) ในงานวางระบบโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคม สื่อสารข้อมูล และความปลอดภัยสาธารณะ รวมถึงงานบริการวิศวกรรมและบำรุงรักษา และจัดจำหน่ายอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ยาวนานกว่า 18 ปี โดยมีทีมวิศวกรที่มีความรู้และประสบการณ์ผ่านการอบรมระดับสากล และกลุ่มพันธมิตรบริษัทชั้นนำระดับโลก เช่น Huawei, Nokia และ Cisco จึงได้รับงานโครงการขนาดใหญ่จากภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการจัดหา ออกแบบและติดตั้งวิทยุสื่อสารดิจิทัล (Digital Trunk Radio) เฟส 1 และ 2, ให้บริการเชื่อมต่อ Internet ความเร็วสูงสำหรับโครงการ USO เฟส 1 และ 2 และงานติดตั้งวรจรกรองสัญญาณ (CAT Filter) โดย ณ 30 กันยายน 2564 มีงานที่ยังไม่ได้ส่งมอบ (Backlog) ประมาณ 2,346 ล้านบาท ที่จะทยอยรับรู้รายได้ใน 2-3 ปีข้างหน้า และมีโอกาสเติบโตตามโครงการภาครัฐ และการขยายการลงทุนของภาคเอกชนในอนาคต

 

TKC มีทุนชำระแล้ว 300 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 222 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) 78 ล้านหุ้น โดยเสนอขายให้แก่บุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ไม่น้อยกว่า 58.50 ล้านหุ้น ผู้มีอุปการคุณของบริษัทไม่เกิน 11.70 ล้านหุ้น และกรรมการ ผู้บริหาร และ/ หรือพนักงานของบริษัทและบริษัทย่อยไม่เกิน 7.80 ล้านหุ้น ในวันที่ 7, 10–11 มกราคม 2565 ราคาหุ้นละ 18 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 1,404 ล้านบาท โดยมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 5,400 ล้านบาท และมีบริษัท ไพโอเนีย แอดไวเซอรี่ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และบริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย

 

นายสยาม เตียวตรานนท์ กรรมการผู้จัดการ บมจ. เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส (TKC) เปิดเผยว่า การนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะช่วยให้บริษัทมีฐานทุนเพิ่มขึ้น เพิ่มศักยภาพในการรับงานโครงการขนาดใหญ่ ที่มุ่งเน้นการให้บริการเกี่ยวกับระบบโทรคมนาคม ระบบโครงข่ายสื่อสัญญาณ ระบบศูนย์ข้อมูลหลัก ศูนย์ข้อมูลสำรอง ระบบคลาวด์ Smart Solutions ระบบวิทยุสื่อสารดิจิทัลและระบบตรวจสอบเฝ้าระวังและการบริหารความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Cyber Security) รวมถึงงานบริการเพื่อสร้างรายได้ต่อเนื่อง เพื่อต่อยอดการเป็นผู้นำในการให้บริการงานวิศวกรรมในสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคม และสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว

 

TKC มีผู้ถือหุ้น 3 ลำดับแรกหลัง IPO ได้แก่ 1) กลุ่มนายสยาม เตียวตรานนท์ ถือหุ้น 46.07% 2) บริษัท สกาย ไอซีทีจำกัด (มหาชน) (SKY) ถือหุ้น 25.16% 3) นางปิ่นปรียากร ชนม์พัทธ์เมธา และนางศิริรัตน์ สุขสมาน ถือหุ้นท่านละ 1.39% การกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO จะพิจารณาจากอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (Price to Earning Ratio : P/E) ทั้งนี้ ราคาที่เสนอขายคิดเป็นอัตราส่วน P/E เท่ากับ 17.54 เท่า เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิของบริษัทในช่วง 4 ไตรมาสย้อนหลัง ตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ปี 2563 ถึงไตรมาสที่ 3 ปี 2564 ที่ 1.03 บาท/หุ้น ซึ่งคำนวณจากจำนวนหุ้นสามัญภายหลังการเสนอขายครั้งนี้ (Fully Diluted) ทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิจากงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัท ภายหลังการหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและการจัดสรรทุนสำรองตามกฎหมาย

 

ผู้ลงทุนและผู้สนใจ โปรดดูรายละเอียดจากหนังสือชี้ชวนของบริษัทที่เว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต. ที่ www.sec.or.th และข้อมูลทั่วไปของบริษัทที่ www.tkc-services.com และที่ www.set.or.th