• SCB EIC ประเมินว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2.5% ไว้ตลอดปี 2024 มองว่า กนง. จะพิจารณาแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อไปข้างหน้าในระยะปานกลางถึงระยะยาว (Forward looking) มากกว่าตัวเลขที่เกิดขึ้นแล้ว (Backward looking) หากแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อของไทยในระยะต่อไปยังเป็นไปตามที่ SCB EIC เคยคาดการณ์ไว้ว่า เศรษฐกิจจะขยายตัวได้ต่อเนื่องใกล้เคียงระดับศักยภาพที่ 3% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะทยอยปรับสูงขึ้นเข้าสู่กรอบเป้าหมาย 1-3%
Home ททท. ร่วมภูมิใจ AWC นำท่องเที่ยวไทย สู่มาตรฐานความยั่งยืนอันดับ 1 ของโลก
ททท. ร่วมภูมิใจ AWC นำท่องเที่ยวไทย สู่มาตรฐานความยั่งยืนอันดับ 1 ของโลก

ททท. ร่วมภูมิใจ AWC นำท่องเที่ยวไทย สู่มาตรฐานความยั่งยืนอันดับ 1 ของโลก

ททท. ร่วมภูมิใจ AWC นำท่องเที่ยวไทย สู่มาตรฐานความยั่งยืนอันดับ 1 ของโลก จาก S&P Global ใน The Sustainability Yearbook 2024
 
กรุงเทพฯ 7 กุมภาพันธ์ 2567 - การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ร่วมขับเคลื่อนการท่องเที่ยวยั่งยืนให้ประเทศไทยสู่มาตรฐานระดับโลก ตั้งแต่ปี 2565 ที่ได้ร่วมประกาศความตั้งใจร่วมกัน และต่อเนื่องมาในปี 2566 ที่ได้ริเริ่มโครงการ AWC Stay to Sustain ชวนนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความยั่งยืนให้ประเทศไทย โดยล่าสุด AWC ที่ได้สร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ให้กับประเทศไทยในเวทีระดับโลก ด้วยคะแนนด้านความยั่งยืนสูงสุดเป็นอันดับ 1 ของโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมโรงแรม รีสอร์ท และเรือสำราญ และยังติดอันดับ Top 1% (Gold Class) จากการประเมินและจัดอันดับของ S&P Global ที่ประกาศอย่างเป็นทางการใน The Sustainability Yearbook 2024 วันนี้ นับเป็นการส่งเสริมกลยุทธ์สร้างการท่องเที่ยวยั่งยืนของ ททท. และสร้างชื่อเสียงให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย ในฐานะบริษัทในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจากประเทศไทยที่สามารถคว้าอันดับสูงสุดจากการจัดอันดับด้านความยั่งยืนร่วมกับองค์กรชั้นนำจากทั่วโลก เปรียบเสมือนเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตามพันธกิจ “สร้างสรรค์อนาคตที่ดีกว่า”ภายใต้กรอบการพัฒนาอย่างยั่งยืน 3BETTERs คือ BETTER PLANET BETTER PEOPLE และ BETTER PROSPERITY ที่คำนึงถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก
 
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “ททท. รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่นโยบายของ ททท. ที่ได้วางยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของภาคท่องเที่ยวไทย และเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนจากทั่วโลก ร่วมกับความมุ่งมั่นของ AWC ในการสร้างจุดหมายปลายยั่งยืนระดับโลกได้เห็นความสำเร็จก้าวสำคัญในวันนี้ ด้วยคะแนนประเมินเป็นอันดับหนึ่งของโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมฯ สร้างต้นแบบที่ดีให้กับผู้ประกอบการและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยในเวทีระดับโลก ปักหมุดด้านการท่องเที่ยวยั่งยืนให้กับประเทศไทยที่ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบในทุกมิติต่อทั้งเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับแนวทางในการดำเนินงานของ ททท. ที่ร่วมสนับสนุนให้ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนผ่านโครงการ STAR ‘ดาวแห่งความยั่งยืน’ (Sustainable Tourism Acceleration Rating) ด้วยเป้าหมาย STGs (Sustainable Tourism Goals) ทั้ง 17 ข้อ เพื่อร่วมขับเคลื่อนให้กับผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวรายอื่น ๆ ในประเทศได้ร่วมแรงในการสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยร่วมกัน”
 
นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า “AWC มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับการจัดอันดับที่ 1 ของอุตสาหกรรมจาก S&P Global หลังจากได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ หรือ Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) 2023 ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ในปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลจากพลังความร่วมมือจากพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน และพันธมิตรระดับโลกในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ที่ร่วมกันขับเคลื่อนการท่องเที่ยวยั่งยืนให้กับประเทศไทยในหลากหลายมิติ ทำให้เกิดการสร้างคุณค่าในระยะยาวให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดย AWC ได้นำมาตรฐานความยั่งยืน STAR ของ ททท. และมาตรฐานระดับโลกของ S&P มาดำเนินงานด้านความยั่งยืนขององค์กรในทุกมิติของ ESG ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสังคม และด้านบรรษัทภิบาล โดยสร้างสรรค์กระบวนการและโครงการเพื่อความยั่งยืน ทั้งในองค์กร และร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรที่มีวิสัยทัศน์ร่วมกัน เพื่อร่วมรวมพลังสร้างความยั่งยืนให้ประเทศไทยมุ่งสู่อนาคตที่ดีกว่า”
 
“AWC ขอขอบคุณทาง ททท. ในฐานะหน่วยงานภาครัฐที่เป็นกำลังหลักในการร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการดำเนินงานด้านการท่องเที่ยวยั่งยืน สอดคล้องกับแนวทางในการดำเนินงานของ AWC โดยจนถึงปัจจุบันสถานประกอบการในเครือทั้ง 25 แห่งของบริษัท ที่ผ่านเกณฑ์ STAR และได้รับประกาศนียบัตร ‘ดาวแห่งความยั่งยืน’ จาก ททท. รวมถึงขอขอบคุณการร่วมรวมพลังของทุกฝ่ายทั้ง พันธมิตร ผู้บริหาร ตลอดจนพนักงาน ที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการร่วมรวมพลังเพื่อมุ่งสู่จุดมุ่งหมายเดียวกันในการขับเคลื่อนองค์กรทางด้านความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และการท่องเที่ยว เพื่อร่วมสนับสนุนประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก”
 
AWC ดำเนินโครงการด้านความยั่งยืนในปี 2566 หลากหลายโครงการ อาทิ การจับมือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมสร้างมาตรฐานใหม่ให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวยั่งยืน ด้วยการเปิดตัวโครงการ “AWC Stay to Sustain” โดยทุกการเข้าพัก 1 คืนในโรงแรมเครือ AWC แขกผู้เข้าพักจะได้ร่วมดูแลฟื้นฟูป่าชุมชน และส่งเสริมรายได้ให้ชุมชนเพื่อความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการผนึกความร่วมมือกับธนาคารชั้นนำในการลงนามสินเชื่อความยั่งยืน โดยตั้งเป้าที่จะเพิ่มสัดส่วนวงเงินสินเชื่อระยะยาวเชื่อมโยงความยั่งยืนเป็นร้อยละ 100 เพื่อมุ่งสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับประเทศไทย
 
นอกจากนี้ AWC ยังมุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวยั่งยืนจากการดำเนินโครงการด้านอสังหาริมทรัพย์ อาทิ การเปิดโรงแรม “INNSiDE by Meliá Bangkok Sukhumvit” ที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน EDGE ในการลดการใช้พลังงานและน้ำลงได้ร้อยละ 31 และลดอัตราการใช้พลังงานเพื่อผลิตวัสดุของอาคารลงได้ร้อยละ 38 พร้อมให้ความสำคัญในการเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าในห้องพักที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ AWC สนับสนุนเชียงใหม่สู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลกด้วยการเปิดโรงแรม “อินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง โฮเทล” ที่ได้รับรองมาตรฐาน LEED สําหรับการออกแบบและก่อสร้างอาคาร และมาตรฐาน WELL Health-Safety Rating เป็นแห่งแรกของจังหวัดเชียงใหม่
 
สำหรับ The Sustainability Yearbook เป็นรายงานการประเมินประสิทธิผลการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาความยั่งยืนที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีโดย S&P Global ที่สถาบันการลงทุนและกองทุนจากทั่วโลกให้การยอมรับและใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับพิจารณาเพื่อประกอบการลงทุนเพื่อชี้วัดและประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการดำเนินธุรกิจตามกรอบการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม โดยได้เชิญบริษัทชั้นนำทั่วโลกทั้งหมดกว่า 9,400 บริษัท เข้าร่วมการประเมิน