• SCB EIC ประเมินว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2.5% ไว้ตลอดปี 2024 มองว่า กนง. จะพิจารณาแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อไปข้างหน้าในระยะปานกลางถึงระยะยาว (Forward looking) มากกว่าตัวเลขที่เกิดขึ้นแล้ว (Backward looking) หากแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อของไทยในระยะต่อไปยังเป็นไปตามที่ SCB EIC เคยคาดการณ์ไว้ว่า เศรษฐกิจจะขยายตัวได้ต่อเนื่องใกล้เคียงระดับศักยภาพที่ 3% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะทยอยปรับสูงขึ้นเข้าสู่กรอบเป้าหมาย 1-3%
Home ธอส. ปรับเพิ่มวงเงินสินเชื่อ 'บ้าน ธอส. สุขสบาย ปี 66' เป็น 9,000 ล.
ธอส. ปรับเพิ่มวงเงินสินเชื่อ 'บ้าน ธอส. สุขสบาย ปี 66' เป็น 9,000 ล.

ธอส. ปรับเพิ่มวงเงินสินเชื่อ 'บ้าน ธอส. สุขสบาย ปี 66' เป็น 9,000 ล.

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เดินหน้าสานต่อนโยบายรัฐบาล ปรับสัดส่วนเพื่อเพิ่มกรอบวงเงินสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำสำหรับลูกค้าปัจจุบันของธนาคารที่มีความประสงค์เปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ในโครงการบ้าน ธอส. สุขสบาย ปี 2566 เป็น 9,000 ล้านบาท จากเดิม 5,000 ล้านบาท
หลังมีลูกค้าให้ความสนใจยื่นขอสินเชื่อแล้วรวมกว่า 6,600 ล้านบาท สำหรับผู้ที่สนใจสามารถยื่นคำร้องภายในวันที่ 28 มิถุนายน 2567 ณ สาขาธนาคารทั่วประเทศ

นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส. ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐ ที่มีพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” ได้สนับสนุนให้คนไทยได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองมาแล้วมากกว่า 4.4 ล้านครอบครัว ยังคงพร้อมเดินหน้าสานต่อนโยบายรัฐบาล และกระทรวงการคลัง ผ่านสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำใน “โครงการบ้าน ธอส. สุขสบาย ปี 2566” เพื่อช่วยลดค่าครองชีพของลูกค้าประชาชนในการผ่อนชำระเงินงวดในระดับที่เหมาะสม หลังจากปัจจุบันได้รับความสนใจจากลูกค้ายื่นขอสินเชื่อแล้วรวมกว่า 6,600 ล้านบาท ด้วยการปรับสัดส่วนเพื่อเพิ่มกรอบวงเงิน สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำสำหรับลูกค้าปัจจุบันของ ธอส. ที่มีความประสงค์เปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ เป็น 9,000 ล้านบาท จากเดิม 5,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มโอกาสให้กับลูกค้าที่สนใจได้รับสินเชื่อดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น

 


ทั้งนี้ โครงการบ้าน ธอส. สุขสบาย ปี 2566 ประกอบด้วย 1.สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำสำหรับลูกค้าปัจจุบันของ ธอส. ที่มีความประสงค์เปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ สำหรับที่ผ่อนชำระหนี้เงินกู้กับธนาคารมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปีนับจากวันทำสัญญาครั้งแรก และไม่มีหนี้ค้างชำระ กรอบวงเงิน 9,000 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ย ปีที่ 1-2 เท่ากับ MRR-2.00% ต่อปี หรือ 4.90% ต่อปี (ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MRR ธอส. เท่ากับ 6.90% ต่อปี) ปีที่ 3 เท่ากับ MRR-1.00% ต่อปี หรือ 5.90% ต่อปี และปีที่ 4 เป็นต้นไป กรณีลูกค้าสวัสดิการ อัตราดอกเบี้ย MRR-1.00% ต่อปี ลูกค้ารายย่อย อัตราดอกเบี้ย MRR-0.50% ต่อปี และซื้ออุปกรณ์/ชำระหนี้ เท่ากับ MRR 2.สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำสำหรับลูกค้ากู้ใหม่ ที่ต้องการรีไฟแนนซ์บ้าน หรือห้องชุด(คอนโดมิเนียม) จากสถาบันการเงินอื่น สำหรับผู้ที่ต้องการวงเงินกู้สูงสุดต่อรายต่อหลักประกันไม่เกิน 5 ล้านบาท กรอบวงเงิน 1,000 ล้านบาท
คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ตลอดระยะเวลา 3 ปี ปีที่ 1 เท่ากับ 3.75% ต่อปี ปีที่ 2 เท่ากับ 4.00% ต่อปี ปีที่ 3 เท่ากับ 4.25% ต่อปี ปีที่ 4-5 เท่ากับ MRR-2.00% ต่อปี หรือ 4.90% ต่อปี ปีที่ 6-7 เท่ากับ MRR-1.50% ต่อปี หรือ 5.40% ต่อปี และปีที่ 8 เป็นต้นไป กรณีลูกค้าสวัสดิการ อัตราดอกเบี้ย MRR-1.50% ต่อปี ลูกค้ารายย่อย อัตราดอกเบี้ย MRR-0.50% ต่อปี และกรณีกู้ชำระหนี้ อัตราดอกเบี้ย MRR กรณีกู้ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระเริ่มต้นเพียง 4,400 บาท/เดือนเท่านั้น พิเศษ! ยกเว้นค่าประเมินราคาหลักประกันและค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการจำนอง

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถยื่นคำร้อง/ยื่นกู้ ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และทำนิติกรรมภายในวันที่ 28 มิถุนายน 2567 ณ สาขาธนาคารทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธอส.ทุกสาขาทั่วประเทศ G H Bank Call Center โทร.0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และติดตามข่าวสารของธนาคารได้ที่ Mobile Application : GHB ALLGEN และ www.ghbank.co.th