• KKP Research มองในภาวะที่โลกมีความไม่แน่นอนสูงและการคาดการณ์เศรษฐกิจทำได้ยากขึ้น ทำให้ยังต้องจับตามองความเสี่ยงของการระบาดของโควิดแบบรุนแรง จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยว การขนส่ง และการค้าเป็นหลัก ในกรณีเลวร้ายที่นักท่องเที่ยวไม่สามารถกลับเข้ามาได้ตลอดทั้งปี ประเมินว่าจะทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ต่ำกว่า 2% จากการคาดการณ์ปัจจุบันที่ 3.9% *** EIC ธนาคารไทยพาณิชย์ เผยมูลค่าส่งออกในปี 2021 ขยายตัวที่ 17.1% โดยมูลค่าส่งออกสูงสุดเป็นประวัติการณ์และเป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบ 11 ปี จากการฟื้นตัวต่อเนื่องของเศรษฐกิจการค้าโลก และการอ่อนค่าของเงินบาทเป็นปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ โดยเฉพาะการขยายตัวในตลาดจีนและอินเดีย และในกลุ่มสินค้าน้ำมันสำเร็จรูป เคมีภัณฑ์และเม็ดพลาสติก ….คาดส่งออกไทยในปี 2022 ยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง เติบโตที่ 3.4%
Home ธ.ทิสโก้ ชี้เป้า '8 กองทุนเด็ด' ปี 65 เกาะ 3 ธีมเมกะเทรนด์
ธ.ทิสโก้ ชี้เป้า '8 กองทุนเด็ด' ปี 65 เกาะ 3 ธีมเมกะเทรนด์

ธ.ทิสโก้ ชี้เป้า '8 กองทุนเด็ด' ปี 65 เกาะ 3 ธีมเมกะเทรนด์

ธ.ทิสโก้ ชี้เป้า '8 กองทุนเด็ด' ปี 65 เกาะธีมเมกะเทรนด์ตลาดหุ้นประเทศพัฒนาแล้ว เพิ่มโอกาสสร้างกำไร

 

10 ม.ค. 65 - ธนาคารทิสโก้ชี้เป้า 8 กองทุนเด็ดน่าลงทุนรับปี 2565 สอดคล้อง 3 ธีมลงทุนหลัก คือ 1. ธีมหุ้นกลุ่มนวัตกรรมการแพทย์ 2. ธีมหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีแห่งอนาคต และ 3. ธีมหุ้นกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ชี้การลงทุนทั่วโลกยังคงยากลำบาก แนะลูกค้าลงทุนระยะยาวในหุ้นเมกะเทรนด์เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนเด่น

 

นางวรสินี เศรษฐบุตร ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์กองทุน และสื่อสารการตลาด สายธุรกิจธนบดี ธนาคารทิสโก้ (Mrs.Vorasinee Sethabutr, Head Of Wealth Product Development and Marketing Communication TISCO Bank Public Company Limited) เปิดเผยว่า จากคำแนะนำของธนาคารทิสโก้ ซึ่งเป็นรายแรกๆ ของตลาดที่เน้นให้ลูกค้าเลือกลงทุนระยะยาวในธุรกิจเมกะเทรนด์ของโลก 2 ธีมหลัก คือ 1. ธีมหุ้นกลุ่มนวัตกรรมการแพทย์ 2. ธีมหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีแห่งอนาคต โดยที่ผ่านมา 2 ธีมลงทุนดังกล่าวสามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างน่าพอใจ และในปีนี้ยังคงให้ลูกค้าลงทุนใน 2 ธีมดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

 

“ธนาคารทิสโก้ยังคงแนะนำให้ลูกค้าเลือกลงทุนระยะยาวในธุรกิจเมกะเทรนด์ของโลกอย่างต่อเนื่อง เพราะรายได้และกำไรของธุรกิจกลุ่มนี้มีโอกาสเติบโตดีตามความต้องการของผู้บริโภค เป็นเทรนด์ที่ทั่วโลกหลีกเลี่ยงไม่ได้ และ ผลการดำเนินงานของธุรกิจในสองธีมหลักยังคงมีโอกาสเติบโตดีแม้มีวิกฤตต่างๆ มากระทบ ซึ่งในปี 2565 ต้องยอมรับว่าการลงทุนทั่วโลกยังคงเป็นเรื่องยาก จากสถานการณ์ COVID–19 ที่ยังคงระบาดอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ทยอยลดสภาพคล่องในระบบและปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ดังนั้น การลงทุนระยะยาวในหุ้นเมกะเทรนด์จะช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับลูกค้าได้” นางวรสินีกล่าว

 

อย่างไรก็ตาม เพื่อรับมือกับธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่เตรียมเดินหน้านโยบายการเงินที่เข้มข้นขึ้น ดังนั้น สำหรับการลงทุนในระยะกลาง ได้เพิ่มคำแนะนำใหม่ คือ ธีมหุ้นกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว โดยเน้นให้เลือกลงทุนในตลาดหุ้นยุโรปและญี่ปุ่น ซึ่งจะได้รับประโยชน์จากนโยบายการอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลประเทศต่างๆ ในสหภาพยุโรป และรัฐบาลญี่ปุ่น อีกทั้งมูลค่าหุ้นยังไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับในอดีต โดยธีมลงทุนหุ้นกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว แนะนำให้ใช้กลยุทธ์เข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัว เพื่อหาจังหวะทำกำไรในช่วงที่ราคาปรับตัวขึ้น

 

สำหรับกองทุนเด่นที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่นในปี 2565 และสอดคล้องกับ 3 ธีม คือ 1. ธีมหุ้นกลุ่มนวัตกรรมการแพทย์ 2. ธีมหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีแห่งอนาคต และ 3. ธีมหุ้นกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ธนาคารทิสโก้ได้คัดเลือกกองทุนเด็ดจากหลากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนชั้นนำ จำนวน 8 กองทุน ดังนี้

 

ธีม ‘หุ้นกลุ่มนวัตกรรมการแพทย์'

 

1. กองทุนเปิด ทิสโก้ ไบโอเทคโนโลยี เฮลธ์แคร์ (TBIOTECH) ความเสี่ยงระดับ 7 (เสี่ยงสูง) กองทุนรวมตราสารทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) การวินิจฉัยโรค (Diagnostics) และเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต (Life Sciences Tools) ทั่วโลก ผ่านกองทุน Polar Capital Funds plc-Biotechnology ชนิดหน่วยลงทุน I US Dollar (กองทุนหลัก) ทั้งนี้ กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก

 

2. กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ไชน่า เฮลท์แคร์ อินโนเวชั่น ฟันด์ (UCHI) ความเสี่ยงระดับ 7 (เสี่ยงสูง) กองทุนรวมตราสารทุน เน้นลงทุนในธุรกิจเฮลธ์แคร์ ของประเทศจีนผ่านกองทุนรวมตราสารทุนต่างประเทศ หรือกองทุนรวมอีทีเอฟ ที่มีนโยบายการลงทุนในหุ้น ซึ่งมีความเกี่ยวข้องหรือได้รับประโยชน์จากการพัฒนานวัตกรรมด้านเฮลธ์แคร์ (Healthcare Innovation) ของประเทศจีน ซึ่งเกี่ยวเนื่องหรือได้รับประโยชน์จากการพัฒนานวัตกรรมด้านเฮลธ์แคร์ของจีน เช่น การพัฒนาและค้นคว้าด้านเภสัชกรรม เทคโนโลยีชีวภาพ การบริหาร สถานพยาบาล การผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ ระบบไอทีด้านการดูแลสุขภาพ เป็นต้น ทั้งนี้ กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก

 

ธีม ‘หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีแห่งอนาคต’

 

3. กองทุนเปิด ทิสโก้ Cyber Security (TCYBER) ความเสี่ยงระดับ 7 (เสี่ยงสูง) เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ ที่มีการพัฒนาและจัดการด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และได้รับประโยชน์จากการพัฒนาและการใช้เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ทั่วโลก ผ่านหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตราสารทุนต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟตราสารทุนต่างประเทศอย่างน้อย 2 กองทุน ซึ่งเบื้องต้นกองทุนได้ลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ 2 กองทุน ได้แก่ กองทุน Global X Cybersecurity ETF และ กองทุน Allianz Global Investors Fund - Allianz Cyber Security ทั้งนี้ กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรมเทคโนโลยีจึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก

 

4. กองทุนเปิด ทิสโก้ Cloud Computing อิควิตี้ (TCLOUD) ความเสี่ยงระดับ 7 (เสี่ยงสูง) กองทุนรวมตราสารทุน ที่เน้นลงทุนในบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากการใช้เทคโนโลยี Cloud Computing เช่น ธุรกิจซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชัน ธุรกิจผู้พัฒนาและจัดทำแพลตฟอร์ม ธุรกิจผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานในการจัดเก็บข้อมูล บริษัทที่เป็นเจ้าของหรือบริหารจัดการพื้นที่จัดเก็บข้อมูล ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) ที่เกี่ยวข้องกับศูนย์จัดเก็บข้อมูล (Data Center) และธุรกิจผลิตหรือจัดจำหน่ายโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ในการประมวลผลข้อมูล และอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์สำหรับจัดทำ Cloud ผ่านกองทุนอีทีเอฟ Global X Cloud Computing ETF (กองทุนหลัก) ทั้งนี้ กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรมเทคโนโลยี จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก

 

5. กองทุนเปิด แอล เอช อีสปอร์ต ชนิดสะสมมูลค่า (LHESPORT-A) ความเสี่ยงระดับ 6 เสี่ยงสูง กองทุนรวมตราสารทุน เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับ Video Gaming และ Esports ระดับโลก รวมถึงบริษัทที่พัฒนาวิดีโอเกมและโปรแกรมหรืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้อง ผ่านกองทุน VanEck Vectors Video Gaming and eSports ETF ทั้งนี้ กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวด Communication Services จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจํานวนมาก

 

6. Roundhill Ball Metaverse ETF กองทุนรวมดัชนีจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ซึ่งรวมธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ ‘Metaverse’ ไว้ด้วยกัน เช่น ธุรกิจประมวลผลข้อมูล ผู้ให้บริการการเชื่อมต่อแบบ Real Time บริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้อง บริษัทผู้พัฒนาจําลองแบบดิจิทัลเสมือนจริง (Virtual Platforms) ธุรกิจที่สร้างเครื่องมือให้ผู้คน สามารถทํางานร่วมกันได้ (Interchange Standards) ผู้ให้บริการการชําระเงินดิจิทัล รวมไปถึงสกุลเงินดิจิทัล ธุรกิจให้บริการออกแบบ การจัดเก็บ การป้องกันด้านความปลอดภัยของสินทรัพย์ดิจิทัลและสกุลเงินเสมือน และอุปกรณ์ที่ใช้ในการเข้าถึงเทคโนโลยีต่างๆ สําหรับการเข้าสู่โลก Metaverse สำหรับตัวอย่างบริษัทที่เกี่ยวข้อง เช่น NVIDIA Meta Microsoft Tencent Sony Roblox Unity Alibaba Square และ Walt Disney เป็นต้น

 

ธีม ‘หุ้นกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว’

 

7. กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นยุโรป แอคทีฟ (ชนิดสะสมมูลค่า) (SCBEUROPE(A)) ความเสี่ยงระดับ 6 เสี่ยงสูง กองทุนรวมตราสารทุนเน้นลงทุนในหุ้น และ Depositary Receipts (รวมถึง American Depositary Receipts (ADRs) และ European Depositary Receipts (EDRs)) ของบริษัทที่ตั้งอยู่ในทวีปยุโรป ผ่าน Morgan Stanley Investment Funds-Europe Opportunity Fund (กองทุนหลัก) ชนิดหน่วยลงทุน (Share Class) Z Accumulation สกุลเงินยูโร

 

8. กองทุนเปิด กรุงศรีเจแปนเฮดจ์ปันผล (KF-HJAPAND) ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) กองทุนผสม เน้นลงทุนในหลักทรัพย์ของประเทศญี่ปุ่นและหลักทรัพย์อื่นๆ ซึ่งมีผลตอบแทนเกี่ยวเนื่องกับภาวะเศรษฐกิจของญี่ปุ่น ผ่านกองทุน JPMorgan Japan (Yen) Fund, Class (acc)-JPY (กองทุนหลัก)

 

ทั้งนี้ กองทุนดังกล่าวข้างต้นอาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งกองทุนมี นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน ยกเว้นกองทุน KF-HJAPAND ที่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมด/เกือบทั้งหมด

 

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน

ข่าวเกี่ยวข้อง