• ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมิน เศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/2567 ขยายตัวที่ 1.5% YoY และหากเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าขยายตัวที่ 1.1% QoQ โดยแม้ว่าจะออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด แต่ก็ถือขยายตัวอยู่ในระดับต่ำ *** คาดว่าเศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และมีแนวโน้มทยอยขยายตัวในอัตราที่เร่งขึ้น (YoY) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ ที่ได้รับแรงหนุนจาก การเบิกจ่ายงบประมาณจากทางภาครัฐที่เร่งตัวขึ้น ภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวต่อเนื่องและยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ การส่งออกไทยมีแนวโน้มกลับมาขยายตัวได้ในไตรมาสที่เหลือของปีนี้ *** ภาพรวมเศรษฐกิจไทยทั้งปี 2567 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มีมุมมองต่อเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มชะลอลงกว่าที่ประเมิน โดยปรับลดคาดการณ์การขยายตัวเติบโตจาก 2.8% มาอยู่ที่ 2.6% จาก การลงทุนและการบริโภคภาครัฐ มีแนวโน้มหดตัวมากกว่าที่เคยคาด การส่งออกไทย มีแนวโน้มฟื้นตัวช้ากว่าที่เคยคาด ภาคการผลิต ยังมีแนวโน้มอ่อนแรงต่อเนื่อง ผลผลิตทางการเกษตรได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่รุนแรง
Home บจ.ไทย ไตรมาส 1/66 ยอดขาย 4.2 ล้านล. เพิ่มขึ้น 4.6%
บจ.ไทย ไตรมาส 1/66 ยอดขาย 4.2 ล้านล. เพิ่มขึ้น 4.6%

บจ.ไทย ไตรมาส 1/66 ยอดขาย 4.2 ล้านล. เพิ่มขึ้น 4.6%

บริษัทจดทะเบียน (บจ.) รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2566 โดยมียอดขายเติบโตดี จากการท่องเที่ยวและการกลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น

นายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียน (บจ.) จำนวน 786 บริษัท คิดเป็น 99.5% จากทั้งหมด 790 บริษัท (รวม SET และ mai ที่มีกำหนดส่งงบการเงิน ณ สิ้นงวด 31 มีนาคม 2566 และไม่รวมกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน) นำส่งผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/2566 พบว่ามี บจ. รายงานกำไรสุทธิ 590 บริษัท คิดเป็น 74.7% ของ บจ. ที่นำส่งงบการเงินทั้งหมด

 


ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/2566 เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน บจ. ใน SET มียอดขาย 4,200,891 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% มีต้นทุนการผลิต 3,320,652 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.3% กำไรจากการดำเนินงานหลัก (Core profit) 410,246 ล้านบาท ลดลง 17.3% และมีกำไรสุทธิ 261,116 ล้านบาท ลดลง 6.2% สำหรับฐานะการเงินของกิจการ ณ 31 มีนาคม 2566 บจ. ไทยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน หรือ D/E ratio (ไม่รวมอุตสาหกรรมการเงิน) อยู่ที่ระดับ 1.52 เท่า ลดลงจาก 1.58 เท่า เมื่อเทียบกับ สิ้นปีก่อน

“การเปิดประเทศทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวต่อเนื่องส่งผลดีต่อธุรกิจอาหาร การบริการ การขนส่ง การท่องเที่ยว และการโทรคมนาคม ทั้งนี้ กลุ่มธนาคารและธุรกิจการเงินยังได้รับประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม การเร่งปรับตัวให้ทันต่อการกลับมาของธุรกิจทำให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นในอัตราเร่งกว่ายอดขาย ส่วนหนึ่งจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสินค้าโภคภัณฑ์ ส่งผลให้ บจ. มีอัตรากำไรลดลง” นายแมนพงศ์กล่าว

ด้านผลการดำเนินงานของ บจ. ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ไตรมาส 1/2566 เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน มียอดขายรวม 52,334 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% ต้นทุนการผลิต 40,050 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.6% มีกำไรจากการดำเนินงาน 3,293 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3% และมีกำไรสุทธิ 2,153 ล้านบาท ลดลง 32.4%