• หลัง WHO ประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ ล่าสุด กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาในต่างประเทศ เตรียมพร้อมทั้งการเฝ้าระวัง และป้องกันโรค เน้นดำเนิน 3 มาตรการหลักอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง คือ เฝ้าระวังผู้ป่วยโดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือคนไทยที่เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค 2.เตรียมความพร้อมในการตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการ และ 3.มาตรการดูแลรักษา หากมีผู้ป่วยที่มีอาการในข่ายสงสัย โดยใช้มาตรฐานเดียวกับการดูแลผู้ป่วยโรคติดต่อที่มีอันตราย เช่น ไข้หวัดนก โรคซาร์ส ซึ่งโรงพยาบาลในสังกัดทั่วประเทศมีความพร้อมอยู่แล้ว
Home บลจ.กสิกรไทย ปันผล K-EQUITY เผยหุ้นไทยยังไปได้ดี
บลจ.กสิกรไทย ปันผล K-EQUITY เผยหุ้นไทยยังไปได้ดี

บลจ.กสิกรไทย ปันผล K-EQUITY เผยหุ้นไทยยังไปได้ดี

บลจ.กสิกรไทย ปันผล K-EQUITY กว่า 50 ล้าน เผยหุ้นไทยยังไปได้ดี มีปัจจัยสนับสนุนทั้งในและต่างประเทศ

 

นางสาวธิดาศิริ ศรีสมิต รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า บลจ.กสิกรไทย เตรียมจ่ายเงินปันผลกองทุนเปิดเค หุ้นทุน (K-EQUITY) สำหรับรอบผลการดำเนินงานตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2561 ถึง 30 มิถุนายน 2562 ในอัตรา 0.21 บาทต่อหน่วย ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีรายชื่ออยู่ในสมุดทะเบียน ณ เวลา 8.00 น. ของวันที่ 1 กรกฎาคม 2562 โดยมีกำหนดจ่ายปันผลในวันที่ 12 กรกฎาคม 2562 รวมมูลค่าทั้งสิ้น 51.64 ล้านบาท 


นางสาวธิดาศิริกล่าวต่อไปว่า หากนับรวมการจ่ายปันผลในครั้งนี้ กองทุน K-EQUITY มีการจ่ายปันผลรวมแล้วทั้งสิ้น 26 ครั้ง เป็นเงิน 27.91 บาทต่อหน่วย โดยผลการดำเนินงานย้อนหลัง 6 เดือน 1 ปี และ 3 ปี อยู่ที่ 10.92%, 10.09% ต่อปี และ 10.14% ต่อปี เมื่อเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานซึ่งอยู่ที่ 12.78%, 11.86% ต่อปี และ 9.56% ต่อปี ตามลำดับ (ข้อมูล ณ วันที่ 28 มิ.ย. 62) โดยกองทุนมีนโยบายการลงทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีความมั่นคงสูง มีศักยภาพในการเติบโตระยะยาว พร้อมทั้งมีการกระจายการลงทุนในหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม เพื่อลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของการลงทุน 

 

“บลจ.กสิกรไทย ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทย โดยมีปัจจัยสนับสนุนทั้งจากในและต่างประเทศ ได้แก่ สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน ที่ไม่ทวีความรุนแรงขึ้นภายหลังการประชุม G20 อีกทั้งธนาคารกลางของประเทศแกนหลักต่างส่งสัญญาณผ่อนคลายทางการเงินมากขึ้น โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่เปลี่ยนมาใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่าจะมีการลดอัตราดอกเบี้ยลง ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกรวมถึงตลาดหุ้นไทย ได้รับแรงสนับสนุนจากอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ และยังมีสภาพคล่องที่สูงต่อไป สำหรับปัจจัยในประเทศมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ภายหลังการจัดตั้งรัฐบาลมีความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ทั้งภาคการบริโภคและการลงทุนในประเทศ ชดเชยการส่งออกที่ชะลอตัวลงจากปัจจัยต่างประเทศ ทั้งนี้ บลจ.กสิกรไทย ยังคงเป้าหมาย SET Index ณ สิ้นปี 2562 ที่ระดับ 1,750 จุด ที่ Forward PE ปี 2563 ที่ 15 เท่า และ Dividend Yield ที่ประมาณ 3%” นางสาวธิดาศิริกล่าว

ข่าวเกี่ยวข้อง