• อีไอซี ธนาคารไทยพาณิชย์ คาดเศรษฐกิจไทยปี 2563 เติบโตที่ 2.7% ฟื้นตัวเล็กน้อยจากปี 2562 ที่คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวที่ 2.5% ตามภาคส่งออกที่มีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ...เศรษฐกิจไทยปี 2563 มี 3 ปัจจัย ได้แก่ ความไม่แน่นอนของสงครามการค้า ความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ และความเปราะบางทางการเงินของภาคครัวเรือนและธุรกิจ ด้านสงครามการค้า แม้ล่าสุดจะมีข้อตกลงการค้าระยะแรกระหว่างสหรัฐฯ และจีน (Phase-1 deal) แต่นโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ยังมีความไม่แน่นอนสูงและอาจกระทบต่อการค้าโลก *** ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุเศรษฐกิจจีนปี 2562 เติบโตต่ำสุดในรอบ 29 ปี…คาดชะลอต่อเนื่องในปี 2563 แนวโน้มเศรษฐกิจจีนปี 2563 ยังคงจะไม่สดใส และน่าจะทรุดตัวลงจากปี 2562 โดยคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจจีนในปี 2563 จะเติบโตที่ร้อยละ 5.7 (กรอบคาดการณ์ที่ร้อยละ 5.5-5.9)
Home บลจ.กสิกรไทย เปิดขาย K-PROP หลังเพิ่มทุน 5 พันล.ซื้อง่ายทุกช่องทาง 14 ม.ค.
บลจ.กสิกรไทย เปิดขาย K-PROP หลังเพิ่มทุน 5 พันล.ซื้อง่ายทุกช่องทาง 14 ม.ค.

บลจ.กสิกรไทย เปิดขาย K-PROP หลังเพิ่มทุน 5 พันล.ซื้อง่ายทุกช่องทาง 14 ม.ค.

  • เขียนโดย
  • 34

บลจ.กสิกรไทย เปิดขาย K-PROP หลังเพิ่มทุน 5 พันล.ซื้อง่ายทุกช่องทาง 14 ม.ค.นี้

 

นางสาวธิดาศิริ ศรีสมิต Chief Investment Officer (รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุน) บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า บลจ.กสิกรไทย ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้เพิ่มเงินทุนจดทะเบียนโครงการของ กองทุนเปิดเค พร็อพเพอร์ตี้ เซคเตอร์ (K-PROP) เป็นมูลค่าทั้งสิ้น 5,000 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทมีกำหนดเปิดขายกองทุน K-PROP อีกครั้งในทุกช่องทาง ตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม 2563 เป็นต้นไป

 

นางสาวธิดาศิริกล่าวต่อไปว่า กองทุน K-PROP ได้รับการจัดอันดับ Overall Morningstar Rating 5 ดาว ในกลุ่ม Property - Indirect Global ต่อเนื่องยาวนานถึง 7 เดือน (ข้อมูลจาก Morningstar ณ วันที่ 31 ธ.ค. 62) ทั้งนี้ นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน K-PROP เมื่อปี 2559 กองทุนได้รับความสนใจจากผู้ลงทุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนได้จากจำนวนเงินทุนโครงการที่เพิ่มขึ้นจากเดิม 30,999 ล้านบาท เป็น 35,999 ล้านบาท โดยกองทุนมีนโยบายที่เน้นลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทั้งในไทยและต่างประเทศโดยเฉพาะในสิงคโปร์ อาทิ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (Property Fund) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) เป็นต้น ซึ่งความน่าสนใจของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ก็คือความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดจากอัตราค่าเช่าที่แน่นอน ทำให้ผู้ลงทุนมีโอกาสได้รับผลตอบแทนในรูปของเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ โดยที่ผ่านมากองทุน K-PROP มีการจ่ายปันผลอย่างต่อเนื่องทุกปี รวมแล้วทั้งสิ้น 11 ครั้ง เป็นเงิน 3.62 บาทต่อหน่วย นอกจากนี้ผู้ลงทุนยังมีโอกาสได้รับกำไรส่วนเพิ่มจากแนวโน้มการปรับขึ้นของราคาอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาวอีกด้วย

 

“สำหรับมุมมองการลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ อาจต้องใช้ความระมัดระวังในการลงทุนหลังจากที่สินทรัพย์ประเภทนี้ปรับตัวขึ้นมามากในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งหากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องอาจส่งผลให้ราคาสินทรัพย์มีความผันผวนและเผชิญแรงขายทำกำไรได้ อีกทั้งยังต้องจับตาการเพิ่มทุนของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ทั้งในและต่างประเทศซึ่งอาจเป็นปัจจัยกดดันราคาสินทรัพย์ในระยะสั้นได้ อย่างไรก็ตาม สินทรัพย์ดังกล่าวยังคงมีรายได้จากค่าเช่าที่ได้รับอย่างสม่ำเสมอ จึงเหมาะแก่การลงทุนในระยะยาว ทั้งนี้ กองทุน K-PROP มีอัตราส่วนเงินปันผลตอบแทน 4 ไตรมาสย้อนหลัง (Dividend Yield) อยู่ที่ 15.56% ต่อปี (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธ.ค. 62)” นางสาวธิดาศิริกล่าว

ข่าวเกี่ยวข้อง