• ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผย เงินเฟ้อไทยเดือนเม.ย. 2569 พลิกกลับมาเป็นบวกในรอบ 13 เดือน จากผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง คาดอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2569 เฉลี่ยอยู่ที่ 3.4% โดยจะเห็นการทยอยส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมายังราคาสินค้าผู้บริโภค ทั้งนี้ คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะไปแตะระดับสูงสุดในช่วงไตรมาส 3/2569 และยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องในไตรมาส 4/2569
Home มาสเตอร์การ์ด เปิดตัวการทำธุรกรรมแบบ Agentic ทั่วอาเซียน ไทย หนึ่งในตลาดนำร่อง
มาสเตอร์การ์ด เปิดตัวการทำธุรกรรมแบบ Agentic ทั่วอาเซียน  ไทย หนึ่งในตลาดนำร่อง

มาสเตอร์การ์ด เปิดตัวการทำธุรกรรมแบบ Agentic ทั่วอาเซียน ไทย หนึ่งในตลาดนำร่อง

มาสเตอร์การ์ด เปิดตัวการทำธุรกรรมแบบ Agentic ทั่วอาเซียน พร้อมยกระดับการซื้อขายสินค้าและบริการผ่าน AI Agent ให้ปลอดภัยด้วยเทคโนโลยี Tokenization ระบบพิสูจน์เจตนาของผู้ใช้ และกระบวนการตรวจสอบแบบครบวงจร

ในประเทศไทย มาสเตอร์การ์ดได้จับมือกับบัตรกรุงไทย ในการทดสอบการจองรถรับส่งด้วย AI เพื่อพิสูจน์ให้เห็นถึงประสบการณ์การเดินทางที่สะดวกราบรื่นยิ่งขึ้น

มาสเตอร์การ์ดเตรียมเปิดตัวศูนย์ความเป็นเลิศด้าน AI แห่งใหม่ในสิงคโปร์ เพื่อเสริมสร้างนวัตกรรมและระบบการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ พร้อมรองรับการชำระเงินที่ขับเคลื่อนด้วย AI

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – 11 พฤษภาคม 2569 – มาสเตอร์การ์ดประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ ภายใต้ยุทธศาสตร์ด้าน AI ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการเปิดตัวการทำธุรกรรมแบบ Agentic (Authenticated Agentic Transactions) ในหลายตลาดทั่วอาเซียนรวมถึงประเทศไทย พร้อมเผยแผนการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้าน AI ระดับภูมิภาคแห่งใหม่ในประเทศสิงคโปร์ ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมาสเตอร์การ์ดในการผลักดันการค้าดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วย AI Agent หรือ Agentic Commerce ให้มีความปลอดภัย โปร่งใส พร้อมรองรับการชำระเงินที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในระดับภูมิภาคได้อย่างเต็มรูปแบบ

ในระยะแรก ได้เริ่มมีการใช้งานการทำธุรกรรมแบบ Agentic ในประเทศสิงคโปร์และมาเลเซีย ก่อนที่จะขยายไปยังตลาดอื่น ๆ ในภูมิภาค ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของอาเซียนในการใช้เทคโนโลยี AI Agent ที่ทำงานร่วมกันได้แบบข้ามระบบ เพื่อให้การทำธุรกรรมทางการเงินเป็นไปอย่างปลอดภัยและโปร่งใส ทั้งนี้ มาสเตอร์การ์ดได้ร่วมมือกับธนาคารชั้นนำในอาเซียนอย่างธนาคาร UOB ในการทดสอบการใช้งานระดับภูมิภาคในระยะแรก โดยอาศัยเครือข่ายของธนาคาร UOB ที่มีอยู่อย่างครอบคลุมทั่วอาเซียน เพื่อให้การทำธุรกรรมแบบ Agentic สามารถนำไปขยายผลจริงได้ทั่วทั้งภูมิภาค พร้อมรองรับตลาดที่มีความหลากหลายในอนาคต

ในขณะเดียวกัน มาสเตอร์การ์ดยังได้ร่วมมือกับธนาคารในแต่ละประเทศ เพื่อส่งเสริมการทำธุรกรรมแบบ Agentic ในพื้นที่ต่าง ๆ โดยในประเทศไทย มาสเตอร์การ์ดได้ร่วมมือกับบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เคทีซี จัดทำโครงการนำร่องเพื่อทดสอบการใช้ AI Agent ในการจองและชำระค่าบริการรถรับส่ง ผ่านแพลตฟอร์ม Elife ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขนส่งระดับโลก ทั้งนี้ การทดสอบดังกล่าวยังเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าการชำระเงินที่ขับเคลื่อนด้วย AI สามารถยกระดับการเดินทางในประเทศไทย อันเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยอดนิยมของอาเซียน ให้สะดวกสบายและไร้รอยต่อมากยิ่งขึ้น ทั้งยังเป็นรากฐานสำคัญในการขยายขอบเขตการใช้งานในระดับภูมิภาค ผ่านโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ และพร้อมสำหรับความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ เพิ่มเติมในอนาคต

“ความสำเร็จจากการทดลองใช้ระบบการทำธุรกรรมแบบ Agentic ทั่วอาเซียนในระยะแรกได้สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมและความตื่นตัวของภูมิภาคอาเซียนในการเปิดรับระบบการค้าที่ปลอดภัยและขับเคลื่อนด้วย AI นอกจากนี้ ผลพิสูจน์จากโครงการนำร่องในหลาย ๆ ตลาดของมาสเตอร์การ์ดยังแสดงให้เห็นว่า AI agent สามารถทำงานได้อย่างมีความรับผิดชอบและมีความโปร่งใส ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าทุก ๆ การทำธุรกรรมนั้นจะได้รับการรับรองอย่างถูกต้องและเป็นไปตามเจตนาของผู้ใช้อย่างแท้จริง” นายซาฟดาร์ คาน ประธานฝ่ายภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มาสเตอร์การ์ด กล่าว

“UOB ยังคงมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนการใช้นวัตกรรมอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่สะดวก ปลอดภัย และไร้รอยต่อให้กับลูกค้าทั่วภูมิภาค ความร่วมมือของเรากับมาสเตอร์การ์ดในหลายประเทศยังพิสูจน์ให้เห็นว่าการชำระเงินที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่มีความน่าเชื่อถือ สามารถช่วยยกระดับบริการทางการเงินและการค้าในชีวิตประจำวันได้จริง ทั้งยังสามารถปรับให้ตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของแต่ละพื้นที่ได้อย่างลงตัว และแม้ว่าเทคโนโลยีนี้จะมีการใช้งานอย่างแพร่หลายมากขึ้น แต่เราจะยังคงมุ่งมั่นผสานนวัตกรรมกับระบบการกำกับดูแลที่รัดกุม เพื่อต่อยอดศักยภาพเหล่านี้ให้ครอบคลุมทุกพรมแดนและทุกอุตสาหกรรม อันจะเป็นการสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับลูกค้าและธุรกิจทั่วอาเซียน” นางแจ็กเกอลีน ตัน หัวหน้าฝ่ายบริการการเงินส่วนบุคคลของเครือยูโอบี กล่าว

สร้างความเชื่อมั่นในอาเซียนด้วย Mastercard Agent Pay และ Verifiable Intent

Mastercard Agent Pay ช่วยผลักดันให้การค้าที่ขับเคลื่อนด้วย AI ก้าวไปอีกขั้น ด้วยการจัดเตรียมมาตรการป้องกันและกรอบการดำเนินงานที่จำเป็นสำหรับการใช้จ่ายผ่าน AI อันเป็นการบูรณาการตรวจสอบสิทธิ์ด้วยโทเคนหรือ Tokenized Credentials และระบบพิสูจน์เจตนาของผู้ใช้หรือ Verifiable Intent เข้ากับกระบวนการตรวจสอบแบบครบวงจร ผ่านโทเคน Mastercard Agentic และ Payment Passkeys เพื่อให้ผู้ใช้มั่นใจได้ว่าทุกธุรกรรมที่ดำเนินการด้วย AI จะเป็นไปตามความยินยอมและมาตรฐานความน่าเชื่อถือที่ลูกค้าคาดหวัง

เมื่อเทคโนโลยี AI เริ่มเข้ามามีบทบาททางการค้ามากยิ่งขึ้น มาสเตอร์การ์ดจึงมุ่งส่งเสริมมาตรการคุ้มครองลูกค้าให้ก้าวทันทุกการเปลี่ยนแปลง ผ่านการเปิดตัว Verifiable Intent อันเป็นมาตรฐานความเชื่อมั่นรูปแบบใหม่สำหรับการค้าแบบ Agentic ที่มาสเตอร์การ์ดพัฒนาขึ้นมาร่วมกับ Google โดยระบบดังกล่าวจะบันทึกทุกการให้ความยินยอมของผู้ใช้เมื่ออนุญาตให้ AI Agent ดำเนินการแทน โดยบันทึกดังกล่าวจะได้รับการป้องกันการปลอมแปลง และยังทำหน้าที่เป็นแหล่งข้อมูลกลางที่ผู้บริโภค ร้านค้า ตลอดจนผู้ออกบัตรสามารถยึดถือร่วมกันได้

ศูนย์ความเป็นเลิศด้าน AI ของ Mastercard เพื่อเร่งขับเคลื่อนความพร้อมด้าน AI

ภายในปลายปีนี้ มาสเตอร์การ์ดจะเปิดตัวศูนย์ความเป็นเลิศด้าน AI ระดับภูมิภาค (AI Centre of Excellence หรือ CoE) ในประเทศสิงคโปร์ โดยศูนย์ดังกล่าวจะเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรม ระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ขั้นสูง และความเชี่ยวชาญด้าน AI เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างแหล่งนวัตกรรมที่ใหญ่ที่สุดของมาสเตอร์การ์ดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก การเปิดตัวครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมาสเตอร์การ์ดในการขับเคลื่อนเทคโนโลยี AI ให้ก้าวหน้าทั่วทั้งภูมิภาค ท่ามกลางการพัฒนาของเทคโนโลยีในหลากหลายด้าน รวมไปถึงการซื้อขายสินค้าและบริการผ่าน AI Agent

ศูนย์ความเป็นเลิศด้าน AI เป็นการต่อยอดจากประสบการณ์อันยาวนานในการนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้ขับเคลื่อนเครือข่ายของมาสเตอร์การ์ด โดยได้มีการนำ AI เข้ามาช่วยสนับสนุนการตรวจจับการทุจริต พัฒนาความปลอดภัยทางไซเบอร์ และบริหารจัดการความเสี่ยงแบบเรียลไทม์มานานกว่าทศวรรษ ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าวมีรากฐานมาจากฐานข้อมูลเชิงลึกขนาดใหญ่ กรอบการกำกับดูแลที่ได้มาตรฐาน ตลอดจนทีมนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล วิศวกร และที่ปรึกษาด้านข้อมูลและ AI มากกว่า 2,000 คนทั่วโลก

"ในเศรษฐกิจยุค AI ความเชื่อมั่นคือหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนทุกอย่าง เมื่อการค้าที่เชื่อมโยงถึงกันทั่วอาเซียนเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ข้อมูลจึงกลายเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับการชำระเงินให้สะดวกสบาย ราบรื่น และตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างแท้จริง ศูนย์ความเป็นเลิศด้าน AI แห่งใหม่ของมาสเตอร์การ์ดในสิงคโปร์ และความร่วมมือของเราที่มีอยู่อย่างแน่นแฟ้นทั่วภูมิภาค จะช่วยวางรากฐานให้การซื้อขายสินค้าและบริการที่ขับเคลื่อนด้วย AI เติบโตได้อย่างมีความรับผิดชอบ และเมื่อนวัตกรรมเดินหน้าควบคู่กับการกำกับดูแลที่รัดกุม มาสเตอร์การ์ดจะสามารถขับเคลื่อนการชำระเงินด้วย AI ที่มีความปลอดภัยตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ สามารถทำงานร่วมกันได้แบบข้ามพรมแดน และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและธุรกิจทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างแท้จริง” นายซาฟดาร์ กล่าวทิ้งท้าย