• คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) มองศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทาย เศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอนสูงเผชิญ แม้การส่งออกและการลงทุนมีแนวโน้มเติบโตดี โดยมูลค่าการส่งออกไทยครึ่งปีแรกขยายตัวสูง 17.6%YoY จึงปรับประมาณการจีดีพีปี 2569 โต 1.6-2% @@@ ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินเศรษฐกิจไทย ในปี 2569 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทย คาดชะลอลงสู่ 2.3% โดยมีแนวโน้มที่จะเร่งตัวชั่วคราวในช่วงไตรมาส 3 และ 4 จากการทยอยส่งผ่านต้นทุน ปรับเพิ่มคาดการณ์การส่งออกและนำเข้าของไทยปี 2569 เป็น 14% และ 27% ส่งผลให้ไทยมีแนวโน้มจะขาดดุลการค้า (ระบบศุลกากร) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะสูงกว่าประมาณการเดิมในปี 2569 แต่ยังต่ำกว่าปีก่อนหน้า
Home มาสเตอร์การ์ด เปิดตัวโซลูชัน Mastercard One Credential สำหรับ SME
มาสเตอร์การ์ด เปิดตัวโซลูชัน Mastercard One Credential สำหรับ SME

มาสเตอร์การ์ด เปิดตัวโซลูชัน Mastercard One Credential สำหรับ SME

มาสเตอร์การ์ด เปิดตัวโซลูชัน Mastercard One Credential รวมการชำระเงินหลายรายการเข้ากับบัตรหลักเพียงใบเดียว สำหรับ SME ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ปัจจุบันโซลูชัน Mastercard One Credential เริ่มทดลองใช้ในประเทศอินเดีย เพื่อรับมือความซับซ้อนในการดำเนินธุรกิจที่เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับผลการสำรวจจาก Mastercard Dreamonomics พบว่า 3 ใน 4 (74%) ของธุรกิจให้ความสำคัญกับเครื่องมือทางธุรกิจแบบบูรณาการ

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – 18 กันยายน 2569 - ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังนำเครื่องมือดิจิทัล วิธีการชำระเงินรูปแบบใหม่ และ AI มาใช้เพื่อขยายธุรกิจ อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการนำเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้น ผู้ประกอบการจำนวนมากจึงมองหาแนวทางบริหารจัดการธุรกิจที่เรียบง่ายและเชื่อมโยงกันมากยิ่งขึ้น

ผลการศึกษาล่าสุดจาก Mastercard Dreamonomics พบว่า SME ในเอเชียแปซิฟิกกว่า 74% มีมุมมองเชิงบวกต่ออนาคตของธุรกิจ และ 61% มักทดลองนำไอเดียใหม่ ๆ มาใช้อยู่เสมอ ขณะเดียวกัน มี SME ถึง 69% ยังคงให้ความสำคัญกับความแน่นอนและเสถียรภาพ ซึ่งใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 68%

สำหรับ SME จำนวนมาก การเติบโตไม่ได้ถูกจำกัดด้วยการเข้าถึงเทคโนโลยีอีกต่อไป แต่ความท้าทายอยู่ที่การผสานเครื่องมือ วิธีการชำระเงิน และบริการทางการเงินที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจที่ดีขึ้น ไม่ใช่เพียงรวดเร็วขึ้นเท่านั้น

อนูชกา แลดส์ รองประธานฝ่ายการชำระเงินเชิงพาณิชย์และระบบชำระเงินใหม่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มาสเตอร์การ์ด กล่าวว่า “ผู้ประกอบการไม่ได้คิดถึงระบบการชำระเงินหรือแหล่งเงินทุนเป็นหลัก แต่พวกเขาคิดถึงการจ่ายเงินให้ซัพพลายเออร์ การบริหารจัดการกระแสเงินสด และการทำให้ธุรกิจดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เพราะทุกการตัดสินใจทางธุรกิจในปัจจุบันล้วนมีมิติทางการเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง SME จึงต้องการประสบการณ์การชำระเงินที่สอดคล้องกับรูปแบบการดำเนินงานจริง เพื่อให้สามารถบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนได้อย่างยืดหยุ่น ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น รวมถึงตอบรับต่อเทรนด์ใหม่ ๆ และความต้องการของลูกค้าได้อย่างทันท่วงที”

เครื่องมือที่เพิ่มขึ้น ยิ่งต้องการความเรียบง่ายมากขึ้น

ปัจจุบัน SME ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีการใช้งานเครื่องมือทางธุรกิจโดยเฉลี่ยถึง 5 ประเภท โดย 94% สนใจนำเครื่องมือทางธุรกิจที่ยังไม่เคยใช้มาใช้อย่างน้อยหนึ่งประเภท เทียบกับสัดส่วนทั่วโลกที่ 89% ทั้งนี้ เมื่อมีการนำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มขึ้น ความจำเป็นในการบริหารจัดการเครื่องมือเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดย SME ถึง 3 ใน 4 (หรือ 74%) ระบุว่า เครื่องมือที่สามารถเชื่อมโยงการทำงานแบบบูรณาการมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยผู้ประกอบการพร้อมเปิดรับเครื่องมือดิจิทัล แต่เครื่องมือเหล่านั้นต้องช่วยสนับสนุนการตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจประจำวันได้อย่างแท้จริง

ความท้าทายด้านความซับซ้อนยังครอบคลุมถึงชำระเงินด้วย โดยเฉลี่ยแล้วSME ใช้วิธีชำระค่าใช้จ่ายทางธุรกิจสี่รูปแบบ ได้แก่ การโอนเงินผ่านธนาคารทางอิเล็กทรอนิกส์ (59%) การชำระเงินแบบทันที (55%) บัตรเดบิต (52%) และบัตรเครดิต (47%) แม้ว่าทางเลือกในการชำระเงินที่หลากหลายจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวให้กับ SME แต่การต้องบริหารจัดการหลายบัญชีและหลายแหล่งเงินทุนอาจทำให้การดำเนินงานล่าช้าและไม่คล่องตัว และการกระทบยอดบัญชีเกิดความล่าช้า ส่งผลให้ธุรกิจอาจมองเห็นภาพกระแสเงินสดได้ไม่ครบถ้วน ต้องใช้เวลากับงานธุรการมากขึ้น รวมถึงอาจส่งผลกระทบต่อประสบการณ์ของลูกค้าและการเติบโตของธุรกิจ

ความต้องการความยืดหยุ่นด้านการชำระเงินเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน

ในกรณีของประเทศอินเดียสะท้อนให้เห็นว่าความคาดหวังของ SME กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยพบว่า SME 63% สนใจการชำระเงินแบบเรียลไทม์ (เทียบกับ 51% ในระดับภูมิภาค) ขณะที่ 45% เปิดรับโซลูชันการชำระเงินดิจิทัลที่ยืดหยุ่น และ 39% สนใจบัตรธุรกิจที่รวมฟังก์ชันบัตรเครดิตและบัตรเดบิตไว้ด้วยกัน พร้อมความสามารถในการควบคุมการใช้จ่าย

เพื่อตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าว มาสเตอร์การ์ดและ City Union Bank (CUB) กำลังทดลองใช้โซลูชัน Mastercard One Credential ในประเทศอินเดีย ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประเทศที่รวบรวมช่องทางการชำระเงินสำหรับบุคคลทั่วไปและองค์กรธุรกิจที่เข้าเกณฑ์ไว้ภายใต้ข้อมูลรองรับการชำระเงินเพียงชุดเดียว (Single Credential)

Mastercard One Credential ออกแบบมาสำหรับทั้งผู้บริโภคและ SME โดยสามารถเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์การชำระเงินที่เข้าเกณฑ์หลายรายการเข้ากับบัตรหลักเพียงใบเดียว และเลือกช่องทางการชำระเงินสำหรับแต่ละธุรกรรมตามการตั้งค่าที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เช่น ยอดเงินในการทำธุรกรรมและประเภทของร้านค้า สำหรับ SME โซลูชันนี้ช่วยแยกค่าใช้จ่ายส่วนตัวออกจากค่าใช้จ่ายทางธุรกิจ พร้อมเพิ่มความยืดหยุ่นในการเลือกแหล่งเงินทุนสำหรับการชำระเงิน

การเติบโตทางดิจิทัลยิ่งตอกย้ำความสำคัญของความปลอดภัย

SME มองว่าความปลอดภัยเป็นขีดความสามารถสำคัญในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น แทนที่จะมองว่าเป็นเพียงการลงทุนด้านเทคโนโลยีแบบแยกออกมาต่างหาก โดย SME ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกถึง 7 ใน 10 ราย (70%) ระบุว่าการป้องกันธุรกิจจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง แต่ปัจจุบันกลับมีเพียง 39% เท่านั้นที่ใช้เครื่องมือรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์

AI กำลังเข้ามามีบทบาทในการดำเนินธุรกิจประจำวันมากขึ้นเช่นกัน โดย SME เกือบ 3 ใน 4 ราย (74%) รู้สึกตื่นตัวกับศักยภาพของ AI ขณะที่ความสามารถด้านการป้องกันการฉ้อโกงและการรักษาความปลอดภัยที่ขับเคลื่อนด้วย AI เป็นสิ่งที่ SME ต้องการจากผู้ให้บริการทางการเงินมากที่สุด (47%)

เมื่อการดำเนินธุรกิจผ่านช่องทางดิจิทัลขยายตัวมากขึ้น ธุรกิจต่าง ๆ จึงต้องการให้ระบบรักษาความปลอดภัยผสานอยู่ในเครื่องมือทางการเงินที่ใช้งานอยู่แล้ว แทนที่จะต้องบริหารจัดการแยกส่วนออกจากกัน

หากต้องการดูข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมจากรายงาน Dreamonomics สามารถดูได้ ที่นี่

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางที่การมาสเตอร์การ์ดสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็ก รวมถึงระบบที่เชื่อมโยงกันของข้อมูลเชิงลึก เครื่องมือ และโซลูชันต่าง ๆ ที่ให้บริการได้ ที่นี่

รายงาน Dreamonomics ฉบับแรกนี้จัดทำขึ้นโดยอิงข้อมูลจากการสำรวจวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมกว่า 6,000 แห่งใน 18 ประเทศ ซึ่งรวมถึงผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 1,000 คนจากออสเตรเลีย จีน อินเดีย และอินโดนีเซียในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก