• SCB EIC ประเมินว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2.5% ไว้ตลอดปี 2024 มองว่า กนง. จะพิจารณาแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อไปข้างหน้าในระยะปานกลางถึงระยะยาว (Forward looking) มากกว่าตัวเลขที่เกิดขึ้นแล้ว (Backward looking) หากแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อของไทยในระยะต่อไปยังเป็นไปตามที่ SCB EIC เคยคาดการณ์ไว้ว่า เศรษฐกิจจะขยายตัวได้ต่อเนื่องใกล้เคียงระดับศักยภาพที่ 3% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะทยอยปรับสูงขึ้นเข้าสู่กรอบเป้าหมาย 1-3%
Home รมช.คลัง เยี่ยมคารวะ จุฬาราชมนตรี ส่งสัญญาณ'ไอแบงก์'ยกระดับความเป็นอยู่พี่น้องมุสลิม
รมช.คลัง เยี่ยมคารวะ จุฬาราชมนตรี ส่งสัญญาณ'ไอแบงก์'ยกระดับความเป็นอยู่พี่น้องมุสลิม

รมช.คลัง เยี่ยมคารวะ จุฬาราชมนตรี ส่งสัญญาณ'ไอแบงก์'ยกระดับความเป็นอยู่พี่น้องมุสลิม

รมช.คลัง เยี่ยมคารวะ จุฬาราชมนตรี พร้อมส่งสัญญาณให้ไอแบงก์มีบทบาทในธุรกิจฮาลาลด้วยการกำกับดูแลด้านศาสนา โดยสำนักจุฬาราชมนตรีและคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เข้าเยี่ยมคารวะ นายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี หลังจากได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง จุฬาราชมนตรี ซึ่งเป็นตำแหน่งผู้นำสูงสุดในกิจการของศาสนาอิสลามคนที่ 19 แห่งราชอาณาจักรไทย มีหน้าที่ให้คำปรึกษาด้านศาสนาอิสลามแก่รัฐบาลไทย โดยมี ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการและผู้จัดการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย พร้อมคณะผู้บริหารธนาคารเข้าร่วม โดยในการเข้าเยี่ยมคารวะจุฬาราชมนตรีครั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้รายงานและแนะนำกรอบภารกิจภายใต้การกำกับดูแล รวมถึงธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจทางการเงินเพื่อตอบสนองความต้องการพี่น้องชาวไทยมุสลิมให้มีช่องทางทางการเงินที่ถูกต้องตามหลักการอิสลาม และประชาชนทั่วไปได้

 


นอกจากนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังได้นำเสนอนโยบายกระทรวงการคลัง และภารกิจของรัฐบาลตลอดจนนโยบายระหว่างประเทศ ที่จะสามารถยกระดับความเป็นอยู่ของพี่น้องมุสลิมและประชาชนโดยรวม ประกอบด้วย ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยกับบทบาทในการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ เนื่องจากเป็นธนาคารที่ถูกต้องตามหลักศาสนาซึ่งเป็นตามวิถีชีวิตของพี่น้องมุสลิม การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนระดับฐานราก โดยธนาคารสามารถขับเคลื่อนนโยบายนี้ในกลุ่มพี่น้องมุสลิม รวมถึงการหาพันธมิตรและผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเงินอิสลามจากต่างประเทศมาร่วมทุนกับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยเพื่อยกระดับฐานะธนาคารให้แข่งขันกับนานาประเทศได้ อีกทั้งยังให้ความเห็นในด้านโอกาสในการขยายธุรกิจฮาลาลที่รัฐบาลกำลังส่งเสริมสนับสนุนและจะจัดตั้งกรมฮาลาลขึ้นเร็ว ๆ นี้ว่า ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยและสำนักจุฬาราชมนตรี น่าจะมีส่วนสนับสนุนแนวคิดของการผลักดันกิจการฮาลาลดังกล่าว เนื่องจากเกี่ยวข้องอยู่แล้วในปัจจุบันตามบทบาทหน้าที่ที่มี

จุฬาราชมนตรี กล่าวขอบคุณรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ที่มาเยี่ยมเยียนและให้ความสำคัญต่อสำนักจุฬาราชมนตรีซึ่งเป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมมุสลิม ในมิติทางด้านศาสนา การศึกษา วัฒนธรรม และการพัฒนาคุณภาพชีวิต ปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรมุสลิมประมาณ 7-8 ล้านคน ที่อยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อิสลามมีกรอบการดำเนินชีวิตเพื่อให้มุสลิมและมนุษย์ทุกคนมีแนวทางในการปฏิบัติตนที่ฮาลาลหรืออยู่ในกรอบที่พระผู้เป็นเจ้าทรงอนุมัติ ไม่ว่าจะเป็นด้านการบริโภค ด้านเศรษฐกิจ ตลอดจนการปฏิบัติตนในสังคมและสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันตราสัญลักษณ์ฮาลาล ออกโดยคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และผ่านการรับรองจากคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดที่อยู่ใน 40 จังหวัดทั่วประเทศไทย ในกรณีที่มีข้อสงสัยและจำเป็นต้องวินิจฉัยตามบทบัญญัติของศาสนา คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย จะให้จุฬาราชมนตรีเป็นผู้ชี้ขาด ดังนั้นการที่จะให้ประเทศไทยมีตราสัญลักษณ์ฮาลาลเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ จะต้องสร้างความเชื่อมั่นในความถูกต้องของหลักการอิสลามอย่างเคร่งครัด ในขณะที่รัฐบาลต้องการส่งเสริมอุตสาหกรรมฮาลาล จุฬาราชมนตรี เห็นว่ารัฐบาลอาจมีนโยบายสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการที่ประสงค์ขอออกตราฮาลาล เพื่อกระตุ้นให้ผู้ประกอบการสนใจในการทำธุรกิจฮาลาลมากยิ่งขึ้นได้ และขอให้กระทรวงการคลังผลักดันและสนับสนุนธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยให้เป็นองค์กรสำคัญที่มีส่วนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยในช่วงสุดท้าย จุฬาราชมนตรี ได้ขอพรให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังและธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความราบรื่นและประสบแต่ความสุขสมหวังทุกประการ