• ธปท. รายงานเศรษฐกิจไทยในเดือนตุลาคม 2564 ปรับดีขึ้นจากเดือนก่อน โดยเครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนเพิ่มขึ้นตามการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดและแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐ ขณะเดียวกันการส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้นในหลายหมวดสินค้า สำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มทยอยปรับเพิ่มขึ้น แต่โดยรวมยังอยู่ในระดับต่ำ ด้านการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นตามภาวะอุปสงค์ที่ฟื้นตัว และปัญหา supply disruption ที่ทยอยคลี่คลาย ทั้งนี้ การใช้จ่ายภาครัฐยังมีบทบาทสำคัญในการพยุงเศรษฐกิจ
Home ลูกหนี้มีเฮ'คลินิกแก้หนี้ by SAM'ขานรับมาตรการแบงก์ชาติปรับเกณฑ์ใหม่
ลูกหนี้มีเฮ'คลินิกแก้หนี้ by SAM'ขานรับมาตรการแบงก์ชาติปรับเกณฑ์ใหม่

ลูกหนี้มีเฮ'คลินิกแก้หนี้ by SAM'ขานรับมาตรการแบงก์ชาติปรับเกณฑ์ใหม่

ลูกหนี้มีเฮ'คลินิกแก้หนี้ by SAM'ขานรับมาตรการแบงก์ชาติปรับเกณฑ์ใหม่อีกรอบก่อนสิ้นปีช่วยคนเป็นหนี้เสียบัตร ก่อน 1 ต.ค. 64 สมัครเข้าร่วมโครงการได้ พร้อมขยายเวลาเปิดให้บริการทุกวัน 9 โมงเช้าถึง 1 ทุ่ม

 

นายธรัฐพร เตชะกิจขจร กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เปิดเผยว่า “โครงการคลินิกแก้หนี้ by SAM” ขยายเกณฑ์คุณสมบัติผู้เป็นหนี้เสีย (NPL) บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกันของธนาคารพาณิชย์และผู้ประกอบธุรกิจทางการเงิน (Non-Bank) ที่สนใจสมัครเข้าร่วม “โครงการคลินิกแก้หนี้ by SAM” จาก เดิม ที่ต้องมีสถานะเป็นหนี้เสีย (NPL) ก่อนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 เป็น ก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2564 (ตามรายงานเครดิตบูโร ณ เดือนกันยายน 2564 ต้องมีสถานะค้างชำระ 91-120 วันขึ้นไป) โดยมีผลตั้งแต่ 17 พฤศจิกายน 2564 ตามมาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หลังจาก ได้ออกมาตรการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของลูกค้าที่เป็นหนี้เสียบัตรมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา ได้แก่ มาตรการที่ 1. การต่ออายุมาตรการยาแรงระยะที่ 3 “จ่ายเท่าที่ไหว” ไปจนถึงเดือนธันวาคม 2564 โดยลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่จะได้รับส่วนลดดอกเบี้ย 1-2% (เงื่อนไขเป็นไปตามที่โครงการกำหนด) มาตรการที่ 2. การปรับเกณฑ์ด้านอายุจากเดิมไม่เกิน 65 ปีเป็นอายุ 70 ปี โดยนับรวมระยะเวลาปรับโครงสร้างหนี้แล้ว และมาตรการที่ 3. การปรับอัตราดอกเบี้ยจากเดิม 4-7% เป็นอัตราเดียว (Single Rate) ที่ 5%

 

สำหรับผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ สามารถสมัครผ่านช่องทางออนไลน์ ทั้งเว็บไซต์ www.คลินิกแก้หนี้.com หรือ แอดไลน์ @debtclinicbysam และ Facebook คลินิกแก้หนี้ หรือติดต่อสอบถามรายละเอียด ได้ที่ “สายด่วนชนะหนี้ 1443” โดย “คลินิกแก้หนี้ by SAM” ขยายเวลาให้บริการตั้งแต่เวลา 9.00-19.00 น. ทุกวันไม่เว้นวันหยุด เพื่อรองรับความต้องการและอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าได้มากขึ้น ทั้งนี้ หากลูกค้าที่มีความประสงค์จะเดินทางเข้ามาติดต่อด้วยตนเองที่ สำนักงาน “คลินิกแก้หนี้ by SAM” ที่ชั้น 4 (โซนลิฟท์แก้ว) ศูนย์การค้า ดิ อเวนิว รัชโยธิน ถ.พหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ (สถานี BTS รัชโยธิน) “คลินิกแก้หนี้ by SAM” ขอความร่วมมือลูกค้าจะต้องแสดงผลการฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็มหรือมีผลการตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นลบไม่เกิน 3 วันก่อนมาติดต่อที่สำนักงาน ซึ่งผลการตรวจดังกล่าว สามารถใช้แสดงได้ภายใน 1 สัปดาห์หากลูกค้าจำเป็นต้องเข้ามาติดต่อหลายครั้งในสัปดาห์นั้น รวมทั้งต้องปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยอื่นๆ ของศูนย์การค้าเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อาทิ การสแกนแอปพลิเคชั่น “ไทยชนะ” ก่อนเข้าพื้นที่ศูนย์การค้า การสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา การตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าพื้นที่ การล้างมือด้วยแอกอฮอล์ และรักษาระยะห่าง 1-2 เมตร เป็นต้น

 

สรุปคุณสมบัติสำหรับผู้สนใจสมัครเข้าร่วม “โครงการคลินิกแก้หนี้ by SAM” ตามมาตรการล่าสุดของ ธปท. มีดังนี้ คือ 1. เป็นบุคคลธรรมดาที่มีรายได้ 2. อายุไม่เกิน 70 ปี 3. มียอดหนี้บัตรรวมกันไม่เกิน 2 ล้านบาท 4. เป็นหนี้เสียก่อน 1 ตุลาคม 2564 และเพื่อความรวดเร็วในการพิจารณาผลการสมัคร ตามแนวคิด “เอกสารครบ-จบไว” ควรเตรียมเอกสารสำคัญประกอบการสมัคร ดังนี้ 1. สำเนาบัตรประชาชน 2. สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 1 เดือน หรือหนังสือรับรองเงินเดือน (กรณีผู้มีรายได้ประจำ) / รายการเดินบัญชี (Statement) อย่างน้อย 3 เดือน หรือหนังสือรับรองรายได้ (กรณีอาชีพอิสระ) 3. เอกสารรายงานเครดิตบูโร โดยขณะนี้ ลูกค้า คลินิกแก้หนี้ by SAM และประชาชนทั่วไปสามารถมาตรวจเครดิตบูโรด้วยตนเองและรับรายงานผลได้ทันทีที่สำนักงาน “คลินิกแก้หนี้ by SAM”

ข่าวเกี่ยวข้อง