• SCB EIC ประเมินว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2.5% ไว้ตลอดปี 2024 มองว่า กนง. จะพิจารณาแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อไปข้างหน้าในระยะปานกลางถึงระยะยาว (Forward looking) มากกว่าตัวเลขที่เกิดขึ้นแล้ว (Backward looking) หากแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อของไทยในระยะต่อไปยังเป็นไปตามที่ SCB EIC เคยคาดการณ์ไว้ว่า เศรษฐกิจจะขยายตัวได้ต่อเนื่องใกล้เคียงระดับศักยภาพที่ 3% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะทยอยปรับสูงขึ้นเข้าสู่กรอบเป้าหมาย 1-3%
Home 'สิวารมณ์' ผุด 6 โปรเจกต์ใหม่ มูลค่า 4,632 ล. ตั้งเป้าโต 35-50%
'สิวารมณ์' ผุด 6 โปรเจกต์ใหม่ มูลค่า 4,632 ล. ตั้งเป้าโต 35-50%

'สิวารมณ์' ผุด 6 โปรเจกต์ใหม่ มูลค่า 4,632 ล. ตั้งเป้าโต 35-50%

กรุงเทพฯ - บมจ.สิวารมณ์ เรียลเอสเตท “SVR” ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบคุ้มค่า (Premium Economy) รายแรกของประเทศไทย เดินเกมรุกขยายอาณาจักรพัฒนาโครงการใหม่ๆ เพิ่ม พร้อมเล็งเปิดตัว 6 โครงการใหม่รับปีมังกร มูลค่ารวม 4,632 ล้านบาท พร้อมปักหมุดโซน พุทธมณฑล, บางแค-สาทร ขยายฐานกลุ่มลูกค้าเพิ่มตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยครอบคลุมทุกมิติ ตั้งเป้ารายได้ปีนี้เติบโตไม่ต่ำกว่า 35-50% จากการรับรู้โครงการใหม่และโครงการต่อเนื่อง

นายรณฤทธิ์ ฐิติสุริยารักษ์ ประธานกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินอาวุโส บริษัท สิวารมณ์ เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ SVR เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2567 รวม 6 โครงการ คิดเป็นมูลค่าโครงการรวม 4,632 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯ ตั้งเป้าอัตราการเติบโตในปีนี้เพิ่มขึ้น 35-50% จากโครงการใหม่ๆที่เพิ่มขึ้นรวมถึงโครงการเดิมที่ยังคงทยอยรับรู้ต่อเนื่อง

สำหรับโครงการใหม่จะเริ่มดีเดย์เปิด Pre-Sale ตั้งแต่ไตรมาส 2/2567 เป็นต้นไป ได้แก่ โครงการ สิวารมณ์ ไฮด์ (บางแค-สาทร) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวสไตล์ European Luxuries จำนวนบ้านในโครงการ 29 หลัง แบ่งเป็นบ้านไซต์ L จำนวน 9 หลัง และ ไซต์ XL จำนวน 12 หลัง รวม 29 ยูนิต คิดเป็นมูลค่าโครงการ 400 ล้านบาท โดยมีราคาเริ่มต้นที่ระดับ 13.90 ล้านบาท

โครงการสิวารมณ์ ไฮด์ (พุทธมณฑล สาย 3) รูปแบบบ้านเดี่ยวสไตล์ Art Deco จำนวน 31 หลัง แบ่งเป็นบ้านไซต์ M1 จำนวน 17 หลัง และบ้าน M2 จำนวน14 หลัง รวม 31 ยูนิต คิดเป็นมูลค่าโครงการ 422 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 12.90 ล้านบาท

โครงการ สิวารมณ์ เนเจอร์พลัส บางปู 104 (บางปู 104) ภายใต้รูปแบบบ้าน 3 ประเภท คือบ้านแถว บ้านแฝด และบ้านเดี่ยว สไตล์ Bergen Norway จำนวนบ้าน 488 หลัง แบ่งเป็นบ้านแถว TH5 จำนวน 232 หลัง บ้านแถว TH5.40 จำนวน 141 หลัง บ้านแฝด SDH จำนวน 108 หลัง และบ้านเดี่ยว DH จำนวน 7 หลัง ซึ่งคิดเป็นมูลค่าโครงการ 1,453 ล้านบาท โดยโครงการดังกล่าวดำเนินงาน ภายใต้ บริษัท สิวารมณ์ พลัส แลนด์ จำกัด ซึ่ง SVR ถือหุ้น 60% และกลุ่มพุทธพรมงคล ถือหุ้น 40% และถือเป็นโครงการแรกหลังจากที่มีการร่วมทุน

และโครงการ แกรนด์สิวารมณ์ 2 (สุขุมวิท-บางปู) ในลักษณะบ้านเดี่ยว 2 ชั้น สไตล์ Art Deco จำนวน 254 หลัง แบ่งเป็นแบบบ้าน S+ จำนวน 105 หลัง แบบบ้าน M+ จำนวน 84 หลัง แบบบ้าน L+ จำนวน 65 หลังมูลค่าโครงการ 1,438 ล้านบาท พื้นที่ 254 ยูนิต โดยมีราคาเริ่มต้น 4.5 – 7.0 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีโครงการจากปีก่อนที่เลื่อนมาเปิดในปีนี้ และสามารถทยอยรับรู้รายได้ ตั้งแต่มกราคม2567 เป็นต้นไป ประกอบด้วย โครงการ สิวารมณ์ ปาร์ค (ประชาอุทิศ 76) ซึ่งเป็นโครงการบ้านเดี่ยวขนาด 50 ตารางวา จำนวน 91 ยูนิต บนพื้นที่ประมาณ 22-3-78 ไร่ มูลค่าโครงการประมาณ 600 ล้านบาท เริ่มต้นระดับราคาประมาณ 5 ล้านบาทต่อยูนิต โดยโครงการดังกล่าวทยอยรับรู้ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา และปัจจุบันมียอดจองแล้ว 18 ยูนิต มูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท

โครงการสิวารมณ์ วิลเลจ (บางกรวย-ไทรน้อย) เป็นบ้านแฝดและทาวน์เฮ้าส์ จำนวน 242 ยูนิต บนพื้นที่ 24-3-39 ไร่ มูลค่าโครงการประมาณ 700 ล้านบาท ระดับราคา 2-3.5 ล้านบาทต่อยูนิต ซึ่งจะเริ่มทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป โดยปัจจุบันมียอดจองแล้ว 20 ยูนิต มูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท

พร้อมกันนี้ ยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องอีก 5 โครงการ ประกอบด้วย โครงการสิวารมณ์ แกรนด์ (สุขุมวิท-บางปู) โครงการสิวารมณ์ เนเจอร์พลัส (อัสสัมชัญ-ศรีราชา) โครงการสิวารมณ์ เนเจอร์พลัส 2 (สุขุมวิท-บางปู 83) โครงการสิวารมณ์ ซิตี้ (นิคมพัฒนา-ระยอง) และ โครงการสิวารมณ์ วิลเลจ (สุขุมวิท-บางปู 58) ขณะเดียวกัน SVR มีบ้านคงเหลือเพื่อการขายประมาณ 1,200 ล้านบาท รองรับการเจริญแบบก้าวกระโดด (High Growth) อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทฯ มีโครงการในมือที่จะทยอยรับรู้รายได้รวม 11 โครงการ โดยจะทยอยรับรู้ถึงปี 2568-2569 ซึ่งทุกโครงการของ SVR เป็นโครงการสร้างเสร็จก่อนขาย ดังนั้นจึงไม่มียอดรอโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog)

อย่างไรก็ตาม สำหรับภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2567 มีการฟื้นตัวเป็นไม่หวือหวามากนัก แต่หากพิจารณาจากดีมานด์ของกลุ่มผู้บริโภคแล้ว อสังหาฯ แนวราบโซนกรุงเทพฯ และปริมณฑล ยังมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากปัจจัยของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้บริษัทฯ วางกลยุทธ์ขยายการพัฒนาโครงการใหม่ๆ อาทิ โซนพุทธมณฑล , บางแค-สาทร , บางกรวย เพื่อตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยครอบคลุมทุกมิติ เพื่อเพิ่มโอกาสการต่อยอดในการสร้างยอดขายของบริษัทฯให้เติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต