• ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมิน เศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/2567 ขยายตัวที่ 1.5% YoY และหากเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าขยายตัวที่ 1.1% QoQ โดยแม้ว่าจะออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด แต่ก็ถือขยายตัวอยู่ในระดับต่ำ *** คาดว่าเศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และมีแนวโน้มทยอยขยายตัวในอัตราที่เร่งขึ้น (YoY) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ ที่ได้รับแรงหนุนจาก การเบิกจ่ายงบประมาณจากทางภาครัฐที่เร่งตัวขึ้น ภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวต่อเนื่องและยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ การส่งออกไทยมีแนวโน้มกลับมาขยายตัวได้ในไตรมาสที่เหลือของปีนี้ *** ภาพรวมเศรษฐกิจไทยทั้งปี 2567 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มีมุมมองต่อเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มชะลอลงกว่าที่ประเมิน โดยปรับลดคาดการณ์การขยายตัวเติบโตจาก 2.8% มาอยู่ที่ 2.6% จาก การลงทุนและการบริโภคภาครัฐ มีแนวโน้มหดตัวมากกว่าที่เคยคาด การส่งออกไทย มีแนวโน้มฟื้นตัวช้ากว่าที่เคยคาด ภาคการผลิต ยังมีแนวโน้มอ่อนแรงต่อเนื่อง ผลผลิตทางการเกษตรได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่รุนแรง
Home สิวารมณ์' ลุยเปิด 3 โครงการใหม่ สยายปีกสู่ผู้นำพัฒนาฯ Premium Economy รายแรก
สิวารมณ์' ลุยเปิด 3 โครงการใหม่ สยายปีกสู่ผู้นำพัฒนาฯ Premium Economy รายแรก

สิวารมณ์' ลุยเปิด 3 โครงการใหม่ สยายปีกสู่ผู้นำพัฒนาฯ Premium Economy รายแรก

'สิวารมณ์' ลุยเปิด 3 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 1,621 ล. สยายปีกสู่ผู้นำพัฒนาฯ Premium Economy รายแรก

กรุงเทพฯ - บมจ.สิวารมณ์ เรียลเอสเตท หรือ “SVR”ประกาศเดินเกมรุก เปิดตัว 3 โครงการใหม่ในปีนี้ ขยายฐานเซกเมนต์ผู้อยู่อาศัยหลากหลายระดับ สอดรับแผนสร้างการเติบโตสู่ระดับ High Growth เล็ง ปักมุดโซน “บางกรวย-ไทรน้อย, วงแหวนกาญจนาภิเษก และ ซอยประชาอุทิศ 76” มูลค่าโครงการรวม 1,621 ล้านบาท มั่นใจยอดขายปี2566 ทะลุเป้า ชี้ทุกโครงการของ “สิวารมณ์” ตอบโจทย์ความต้องการที่อยู่อาศัยแบบ Premium Economy (ความคุ้มค่า)ของกลุ่ม Real Demand

 


นายรณฤทธิ์ ฐิติสุริยารักษ์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินอาวุโส บริษัท สิวารมณ์ เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ SVR ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยแนวราบประเภท บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม ผู้นำพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบ Premium Economy เป็นรายแรกในประเทศ ภายใต้แนวคิด “Best Smart Living” เปิดเผยว่า แนวโน้มภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ ในปี 2566 ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการที่ประเทศจีนเปิดประเทศ ย่อมส่งผลดีต่อภาคการท่องเที่ยวที่กลับมาฟื้นตัวอย่างโดดเด่น ซึ่งส่งผลเชิงบวกต่อตลาดที่อยู่อาศัยในประเทศไทยให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ส่งผลให้กำลังซื้อผู้บริโภคที่ต้องการที่อยู่อาศัยแนวราบ มีดีมานด์เพิ่มขึ้น สอดรับแผนธุรกิจปี 2566 ของบริษัทฯ ที่เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ จำนวน 3 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 1,621 ล้านบาท ประกอบด้วย

1. โครงการสิวารมณ์ วิลเลจ ( บนทำเลบางกรวย-ไทรน้อย) เป็นบ้านแฝดและทาวน์เฮ้าส์ จำนวน 242 ยูนิต บนพื้นที่ 24-3-39 ไร่ มูลค่าโครงการ 691 ล้านบาท ระดับราคาขายที่ 2-3.5 ล้านบาทต่อยูนิต ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างบ้านในเฟสแรก ในรูปแบบบ้านสร้างเสร็จก่อนขายโดยเตรียมเปิดตัวในเดือนมิถุนายนนี้ ทั้งนี้บริษัทฯคาดว่าจะสามารถเริ่มทยอยรับรู้รายได้เข้ามาในช่วงครึ่งปีหลังนี้

2. โครงการสิวารมณ์ ไฮด์ (บนทำเลวงแหวนกาญจนาภิเษก) เป็นบ้านเดี่ยวขนาด 100 ตารางวา ภายใต้ แบรนด์ใหม่ “สิวารมณ์ ไฮด์” จำนวน 29 ยูนิต บนพื้นที่กว่า 11-3-80.5 ไร่ มูลค่าโครงการ 401 ล้านบาท ระดับราคาขายที่ประมาณ 12 ล้านบาทต่อยูนิต โดยโครงการดังกล่าวเป็นการขยายเซกเมนต์ผู้อยู่อาศัยระดับบน ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าใหม่บริษัทฯ เบื้องต้นคาดว่าจะเปิดขายได้ในปลายไตรมาส 4/2566 และคาดว่าจะสามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ ภายในปีนี้ประมาณ 50 ล้านบาทตั้งแต่ช่วงไตรมาส4 นี้ เป็นต้นไป

3. โครงการ สิวารมณ์ ปาร์ค (บนทำซอยประชาอุทิศ 76) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวขนาด 50 ตารางวา จำนวน 91 ยูนิต บนพื้นที่ประมาณ 22-3-78 ไร่ มูลค่าโครงการ 528 ล้านบาท ระดับราคาขายที่ประมาณ 5 ล้านบาทต่อยูนิต โดยโครงการดังกล่าวคาดว่าจะเปิดขายในปลายไตรมาส 4/2566 และจะเริ่มทยอยรับรู้รายได้ในช่วงไตรมาสดังกล่าวเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ SVR มีแผนขยายการพัฒนาโครงการเข้ามาในพื้นที่ใกล้โซน CBD ของกรุงเทพมากขึ้น จากเดิมที่พัฒนาโครงการในโซนพื้นที่ปริมณฑลเป็นหลัก เนื่องจากบริษัทฯ ต้องการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตสินค้า อีกทั้งยังขยายฐานกลุ่มลูกค้าเซกเมนต์ผู้อยู่อาศัยระดับบน ภายใต้การพัฒนาโครงการระดับพรีเมี่ยมบนบ้านระดับราคาที่สูงขึ้นแตะระดับ 12 ล้านบาท จากเดิมที่เราพัฒนาโครงการระดับราคาไม่เกิน 7 ล้านบาทต่อยูนิต เนื่องจากมองว่าลูกค้าระดับดังกล่าว เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ขอสินเชื่อผ่านง่าย มีความเสี่ยงต่ำ ดังนั้นบริษัทฯ จึงมองว่าฐานลูกค้ากลุ่มดังกล่าวยังมีดีมาด์สูง ที่สามารถเข้ามาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัทฯ ในอนาคต ที่สำคัญยังสามารถสร้างการเติบโตรายได้ตั้งแต่ปี 2566 ให้เติบโตต่อเนื่องตามแผนที่วางไว้ เพื่อเป็นการตอกย้ำถึงการเติบโตสู่ระดับ High Growth อย่างยั่งยืนในอนาคต