กรุงเทพฯ ประเทศไทย, 18 มิถุนายน 2569 – บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด และคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) เชิงกลยุทธ์เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านการวิจัยเทคโนโลยี นวัตกรรม และการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านดิจิทัลของประเทศไทย ผ่านโครงการด้าน 5G-Advanced คลาวด์คอมพิวติ้ง ปัญญาประดิษฐ์ (AI) โครงข่ายไฟเบอร์บรอดแบนด์ และเทคโนโลยีพลังงานดิจิทัล
ความร่วมมือครั้งนี้ ต่อยอดจากความสัมพันธ์อันแข็งแกร่งระหว่างหัวเว่ยและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยกำหนดกรอบความร่วมมือด้านการวิจัย การทดสอบและพิสูจน์แนวคิดทางเทคโนโลยี การพัฒนานวัตกรรม และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม พร้อมทั้งส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรดิจิทัลของประเทศ ผ่านการสร้างโอกาสให้นิสิตได้พัฒนาทักษะแห่งอนาคตและเตรียมความพร้อมสู่สายอาชีพด้านเทคโนโลยีที่มีความต้องการสูง

พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจได้รับเกียรติจากผู้บริหารของทั้งสององค์กร ได้แก่ นายออสติน เจิ้ง เชาวู รองกรรมการผู้จัดการและหัวหน้ากลุ่มธุรกิจ ICT MSSD บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด, นายวรกาน ลิขิตเดชาศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีเครือข่ายโทรคมนาคมและสารสนเทศ กลุ่มธุรกิจ ICT MSSD บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด, รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รองศาสตราจารย์ ดร.เชาวน์ดิศ อัศวกุล หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรรถวิทย์ สุดแสง หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ภายใต้บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ หัวเว่ยและคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ จะร่วมกันดำเนินงานด้านการวิจัยเทคโนโลยี การทดสอบและพิสูจน์แนวคิด (Proof of Concept) ตลอดจนการพัฒนาโซลูชันและแอปพลิเคชันที่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมในหลากหลายสาขาดิจิทัลสำคัญ นอกจากนี้ ยังมุ่งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม เพื่อเร่งการนำเทคโนโลยีเกิดใหม่ไปประยุกต์ใช้จริง และเสริมสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
นายออสติน เจิ้ง เชาวู รองกรรมการผู้จัดการและหัวหน้ากลุ่มธุรกิจ ICT MSSD บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “บันทึกความเข้าใจร่วมกันนี้ได้มีการลงนามเพื่อให้สอดคล้องกับการมาถึงของคลื่นเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึง AI และ 5G-Advanced ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ความร่วมมือของบริษัทหัวเว่ย ประเทศไทยและคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ได้กลายเป็นตัวอย่างที่แข็งแกร่งของวิธีการที่สถาบันการศึกษาและอุตสาหกรรมสามารถทำงานร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมและเร่งการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของประเทศไทย เมื่อมองไปข้างหน้า บริษัทหัวเว่ย ประเทศไทยเชื่อว่าความร่วมมือของเราจะยังคงมีบทบาทสำคัญในการบุกเบิกนวัตกรรมอุตสาหกรรมและมีส่วนสนับสนุนวิสัยทัศน์ของประเทศไทยในการเป็นประเทศชั้นนำด้านดิจิทัลและนวัตกรรมอัจฉริยะ”
นายวรกาน ลิขิตเดชาศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีเครือข่ายโทรคมนาคมและสารสนเทศ กลุ่มธุรกิจ ICT MSSD บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "อนาคตดิจิทัลของประเทศไทยต้องอาศัยความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างภาคอุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา และระบบนิเวศนวัตกรรมโดยรวม ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพด้านนวัตกรรมของประเทศ ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีระดับโลกของหัวเว่ยเข้ากับความเป็นเลิศด้านการวิจัยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เราจะร่วมกันเร่งการศึกษา วิจัย และประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 5G-Advanced คลาวด์คอมพิวติ้ง AI และพลังงานดิจิทัล พร้อมสร้างโอกาสให้นิสิตและนักวิจัยได้มีส่วนร่วมในการพัฒนานวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริง"
ข้อตกลงฉบับใหม่นี้ ต่อยอดจากความสำเร็จของหลายโครงการนวัตกรรมที่ทำร่วมกันตั้งแต่ปี 2563 อาทิ การพัฒนาหุ่นยนต์ทางการแพทย์ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี 5G แพลตฟอร์มการเรียนรู้เสมือนจริง (Virtual Reality) ผ่านเครือข่าย 5G และห้องเรียนอัจฉริยะ (Smart Classroom) ที่ใช้เทคโนโลยี 5G ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการเชื่อมต่อความเร็วสูงในการยกระดับภาคการศึกษาและสาธารณสุข
ในปี 2568 หัวเว่ยและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมกันสร้างความสำเร็จอีกหนึ่งก้าว ด้วยการทดสอบเทคโนโลยี 5G-Advanced บนคลื่นความถี่ U6GHz ซึ่งนับเป็นหนึ่งในโครงการทดสอบแรก ๆ ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยสามารถทำความเร็วดาวน์โหลดได้มากกว่า 10 กิกะบิตต่อวินาที (Gbps) ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีสื่อสารเคลื่อนที่ยุคถัดไปในการรองรับแอปพลิเคชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI ประสบการณ์ดิจิทัลเสมือนจริง และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของภาคอุตสาหกรรม
รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วรรณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า "เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสังคมได้ – บุคลากรจะต้องเป็นผู้ลงมือทำและขับเคลื่อน คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ มุ่งมั่นส่งเสริมการวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนาบุคลากร เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัลและนวัตกรรม ความร่วมมืออย่างต่อเนื่องกับหัวเว่ยสะท้อนถึงความตั้งใจร่วมกันในการเชื่อมโยงความเป็นเลิศทางวิชาการเข้ากับความเชี่ยวชาญจากภาคอุตสาหกรรม พร้อมสร้างโอกาสที่มีคุณค่าในการวิจัยและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในโลกแห่งความเป็นจริง
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ความร่วมมือระหว่างทั้งสององค์กรได้นำไปสู่ผลงานที่เป็นรูปธรรมมากมาย ตั้งแต่นวัตกรรมด้านการศึกษาและสาธารณสุขที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี 5G ไปจนถึงการวิจัยขั้นสูงด้านคลาวด์และ AI ความร่วมมือที่ขยายตัวในครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพของเทคโนโลยีแห่งอนาคต เช่น 5G-Advanced AI คลาวด์คอมพิวติ้ง และพลังงานดิจิทัล พร้อมเปิดโอกาสให้นิสิตและนักวิจัยได้มีส่วนร่วมในงานวิจัยและความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมระดับแนวหน้า เรามุ่งหวังที่จะร่วมกันพัฒนากำลังคนดิจิทัลรุ่นใหม่ และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน"
อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ คือการพัฒนาบุคลากรด้าน ICT โดยทั้งสององค์กรจะร่วมกันขยายโครงการฝึกอบรมสำหรับนิสิต การพัฒนาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ การส่งเสริมทักษะด้าน Cloud Developer และ AI Engineering การพัฒนาห้องปฏิบัติการด้านโทรคมนาคม ตลอดจนการสร้างโอกาสให้นิสิตได้เรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์จริงจากภาคอุตสาหกรรม เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ตลาดแรงงานและสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีของประเทศไทย
ด้วยความร่วมมือในครั้งนี้ หัวเว่ยและคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ จะเดินหน้าส่งเสริมการวิจัยร่วม การพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยี และการสร้างบุคลากรคุณภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนเป้าหมายของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นหนึ่งในเศรษฐกิจดิจิทัลชั้นนำของภูมิภาคในระยะยาว



