• สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง 
ประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2562 คาดว่าจะสามารถขยายตัวอย่างต่อเนื่องที่ร้อยละ 3.0 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 2.8 ถึง 3.2) ชะลอลงจากปีก่อนหน้าที่ขยายตัวร้อยละ 4.1 จากปัจจัยอุปสงค์จากต่างประเทศที่ชะลอตัวลงเป็นสำคัญ อันเป็นผลจากเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าและปริมาณการค้าโลก ที่ชะลอตัวลง
Home 'ออมสิน' หนุน 100 ล้านบาท สร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ รพ.พระยุพราช 
'ออมสิน' หนุน 100 ล้านบาท สร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ รพ.พระยุพราช 

'ออมสิน' หนุน 100 ล้านบาท สร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ รพ.พระยุพราช 

'ออมสิน' สนับสนุนเงิน 100 ล้านบาท สร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ รพ.พระยุพราช 

 

ธนาคารออมสิน ร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุข และมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 โดยธนาคารออมสินสนับสนุนงบประมาณในการจัดสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช จำนวน 10 แห่ง รวมเป็นเงิน 100 ล้านบาท

วันนี้ (15 พฤษภาคม 2562) ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย ประธานกรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช พร้อมด้วยนายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และดร.ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ร่วมแถลงข่าวในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 เพื่อจัดสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช จำนวน 10 แห่ง กระจายอยู่ในอำเภอห่างไกลในถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ

 

ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย ประธานกรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช กล่าวว่า มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ก่อตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนการจัดสร้างโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชในท้องที่ทุรกันดารหรือห่างไกลจากเขตเมือง พร้อมทั้งจัดหาอุปกรณ์เครื่องมือเวชภัณฑ์ เพื่อใช้ในการรักษาพยาบาล โดยมอบให้เป็นโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข นอกจากนี้ยังส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรของโรงพยาบาล ทั้งในด้านการบริหาร บริการสาธารณสุข และวิชาการ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติงานและเป็นตัวอย่างแก่โรงพยาบาลชุมชนและสถานพยาบาลอื่นๆ 

 

ทั้งนี้ที่ผ่านมาธนาคารออมสินได้สนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการต่างๆ อาทิ โครงการ “พัฒนาเวชกรรมฟื้นฟูและงานห้องปฏิบัติการพยาธิวิทยาคลินิก” จำนวน 84 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อรถพยาบาล พัฒนางานเวชกรรมฟื้นฟู และงานชันสูตรสาธารณสุข ทำให้ประชาชนที่เจ็บป่วยในถิ่นทุรกันดารได้ประโยชน์อย่างมาก ส่วนในครั้งนี้ธนาคารได้จัดสรรงบประมาณอีกจำนวน 100 ล้านบาท ในโครงการจัดสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ซึ่งมูลนิธิฯจะสนับสนุนการดำเนินงานทั้งของธนาคารออมสิน และกระทรวงสาธารณสุขให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ เพื่อรองรับการก่อสร้างอาคาร 10 แห่ง ซึ่งเป็นอาคารที่ทันสมัย การออกแบบอาคารใช้หลักประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่วนการจัดกิจกรรมและนิทรรศการต่างๆ จะเป็นแหล่งให้ความรู้ สร้างแรงบันดาลใจให้กับบุคลากรภายในองค์กรและประชาชนโดยรอบ นอกจากนี้มูลนิธิจะขอพระราชทานนามอาคารต่อไป

ด้าน ดร.ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ธนาคารออมสิน ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ได้จัดทำ “โครงการจัดสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช” เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยธนาคารได้สนับสนุนงบประมาณในการจัดสร้างอาคารจำนวน 10 แห่งทั่วประเทศ แห่งละ 10 ล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 100 ล้านบาท เพื่อขยายการบริการทางการแพทย์และการสาธารณสุขแบบครบวงจรให้แก่พระสงฆ์ นักบวชทุกศาสนา ผู้สูงอายุและผู้พิการ อีกทั้งยังเป็นศูนย์การเรียนรู้สุขภาวะสำหรับผู้ป่วย ประชาชนทั่วไป และเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกประเภท ซึ่งภายในศูนย์การเรียนรู้มีการจัดแสดงทั้งนิทรรศการถาวรและนิทรรศการหมุนเวียน ได้แก่ นิทรรศการแสดงความสำคัญของพระมหากษัตริย์ไทยต่อการสาธารณสุขของประเทศ และวิวัฒนาการของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช เป็นต้น

 

ทั้งนี้ “โครงการจัดสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช” เป็น 1 ใน 6 โครงการ ที่ธนาคารออมสินจัดทำขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ซึ่งคณะกรรมการฝ่ายโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สำนักนายกรัฐมนตรี ได้พิจารณารับบรรจุเข้าเป็นโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และจะปรากฏในจดหมายเหตุพระราชพิธีบรมราชาภิเษกด้วย 

 

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาธนาคารออมสินมีบทบาทสำคัญในการจัดสร้างโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ตั้งแต่ในระยะแรกเริ่ม โดยเป็นสถาบันการเงินเพียงแห่งเดียวที่ช่วยระดมเงินทุนจากประชาชน ซึ่งนายธานินทร์ กรัยวิเชียร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้เชิญชวนให้ประชาชนร่วมบริจาคทรัพย์ เพื่อจัดสร้างโรงพยาบาลในถิ่นทุรกันดาร นอกจากนี้ธนาคารยังได้สนับสนุนโครงการต่างๆของมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช เพื่อให้ประชาชนในถิ่นทุรกันดารมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อาทิ การจัดซื้อรถพยาบาล พัฒนางานเวชกรรมฟื้นฟู และงานชันสูตรสาธารณสุข ตามโครงการ “พัฒนาเวชกรรมฟื้นฟูและงานห้องปฏิบัติการพยาธิวิทยาคลินิก” เป็นเงิน 84 ล้านบาท, การจัดกิจกรรมด้านการออม ในโครงการ “ออมขวัญ ปันสุข” ด้วยการมอบขวัญถุงพระราชทานให้เด็กที่เกิดใหม่ ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ทั้ง 21 แห่ง ในเดือนกรกฎาคมของทุกปี โดยการเปิดบัญชีเงินฝากให้เป็นทุนประเดิม บัญชีละ 1,000 บาท และธนาคารออมสินร่วมสมทบบัญชีละ 500 บาท ซึ่งหลังจากดำเนินการตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น 5,900 บัญชี รวมเป็นเงินที่ธนาคารสมทบ 2.95 ล้านบาท นอกจากนี้ธนาคารยังได้ร่วมโครงการ “เด็กน้อยรอยต่อ 2 แผ่นดิน” โดยสนับสนุนเงินทุนประเดิมให้กับเด็กทุกคนที่เกิดในช่วงรอยต่อ 2 แผ่นดิน ระหว่างวันที่ 13 – 14 ตุลาคม 2559 คนละ 1,099 บาท มีจำนวนทั้งสิ้น 1,409 ราย เป็นเงินรวมกว่า 1.54 ล้านบาท

 

ขณะที่ นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญในการพัฒนาโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชทั้ง 21 แห่ง มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนในถิ่นทุรกันดารได้รับบริการทางด้านสุขภาพที่มีคุณภาพ สำหรับการสนับสนุนของธนาคารออมสินในการจัดสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มคุณภาพการให้บริการประชาชนให้สามารถเข้าถึงบริการที่สะดวก รวดเร็ว ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และลดความแออัดในโรงพยาบาล ส่วนสถานที่ในการก่อสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช กระทรวงสาธารณสุขได้พิจารณาสถานที่และระยะเวลาในการก่อสร้าง แบ่งเป็น 3 ปี (2562-2564) ดังนี้ ในปี 2562 ดำเนินการ 4 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ จ.หนองคาย, โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว จ.สระแก้ว, โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของ จ.เชียงราย และโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเด่นชัย จ.แพร่ ส่วนในปี 2563 จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชหล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์, โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชจอมบึง จ.ราชบุรี และโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม จ.นครพนม และในปี 2564 อีกจำนวน 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหา จ.ยะลา, โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม จ.อุบลราชธานี และโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสว่างแดนดิน จ.สกลนคร

ข่าวเกี่ยวข้อง