• ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผย เงินเฟ้อไทยเดือนเม.ย. 2569 พลิกกลับมาเป็นบวกในรอบ 13 เดือน จากผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง คาดอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2569 เฉลี่ยอยู่ที่ 3.4% โดยจะเห็นการทยอยส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมายังราคาสินค้าผู้บริโภค ทั้งนี้ คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะไปแตะระดับสูงสุดในช่วงไตรมาส 3/2569 และยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องในไตรมาส 4/2569
Home 'เชียงใหม่ เฮลตี้ โปรดักส์' ต่อยอดผลิตภัณฑ์จากผึ้ง 'ฟอร่า บี' สู่ตลาดโลก
'เชียงใหม่ เฮลตี้ โปรดักส์' ต่อยอดผลิตภัณฑ์จากผึ้ง 'ฟอร่า บี' สู่ตลาดโลก

'เชียงใหม่ เฮลตี้ โปรดักส์' ต่อยอดผลิตภัณฑ์จากผึ้ง 'ฟอร่า บี' สู่ตลาดโลก

คุณยุทธพงษ์ เรืองศิริ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท เชียงใหม่ เฮลตี้ โปรดักส์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากผึ้ง อุปกรณ์เลี้ยงผึ้งครบวงจร แบรนด์ Fora bee (ฟอร่า บี) เปิดเผยว่า บริษัทก่อตั้งปี 2518 เริ่มจากการทดลองเลี้ยงผึ้งเริ่มต้นแค่ 4 ลัง จากความสนใจและประสบการณ์ฝึกงานด้านโรงงานน้ำผึ้งที่ไต้หวันของคุณพ่อ-คุณสงวน เรืองศิริ จนขยายสู่ 10,000 รัง โรงงานแห่งแรกมีจุดเริ่มต้นมาจากอุปกรณ์เลี้ยงผึ้งเพื่อส่งเสริมการเลี้ยง รวมถึงรับซื้อน้ำผึ้ง โรงงานแห่งที่สอง เน้นแปรรูปน้ำผึ้ง เป็นเครื่องสำอาง สบู่เหลว เจนเนอเรชั่นที่ 2 ต่อยอดผลิตภัณฑ์จากผึ้ง และน้ำผึ้ง เป็นสินค้าที่หลากหลายมากขึ้น ส่งออกไปขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกจากกลุ่มเครื่องดื่มน้ำผึ้ง ยังแตกไลน์ไปเป็นเครื่องสำอาง ครีมบำรุงผิว ผลิตภัณฑ์นมผึ้ง ‘ฮันนี่ วีนีการ์’ เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ นำน้ำผึ้งไปผ่านกระบวนการหมักตามธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์เกสรดอกไม้ ‘พรอพอลิส’ หรือยางไม้ธรรมชาติที่ผึ้งเก็บมาสะสมไว้ภายในรัง ตลอดจน By Products ต่างๆ ปีนี้ผลผลิตจากผึ้งน่าจะดีที่สุดในรอบ 20 ปี

 


คุณยุทธพงษ์ กล่าวว่า ส่งออกต่างประเทศ 60% เป็นโออีเอ็ม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เราจะได้เปรียบกว่าโรงงานขนาดเล็ก ซึ่งเป็นรายย่อย มีแผนสร้างแบรนด์ให้รู้จักในวงกว้างขึ้น ในช่วงที่ผลผลิตล้นตลาด จึงเน้นทำการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต ด้วยจุดแข็ง'ฟอร่า บี' รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร 200 ราย 100% มูลค่า 70-80 ล้านบาท เป็นแบรนด์น้ำผึ้งบรรจุขวดที่มีฉลากเพื่อผู้บริโภคเป็นรายแรกในไทย ด้วยการลงทุนสร้างห้องแล็บ สำหรับตรวจสอบคุณภาพน้ำผึ้ง ได้รับรองมาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำนักงานคณะกรรมการแห่งชาติอิสลามแห่งประเทศไทย รวมไปถึงมาตรฐานอาหารสากล GMP, HACCP, USFDA และ ISO การทำตลาดเน้นขายแบบ B2B และพัฒนาแบรนด์ขยายตลาดน้ำผึ้งไปในกลุ่ม B2C เจาะกลุ่มผู้บริโภคทั่วไปมากขึ้น ส่งผลให้ยอดขายเติบโต

 


ปัจจุบันประเทศไทยกำลังการผลิตน้ำผึ้งกว่า 13,000 ตัน จากเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งภาคเหนือ 80% ภาคใต้ 10% มีน้ำผึ้งดอกลำไย น้ำผึ้งดอกลิ้นจี่ น้ำผึ้งดอกสาบเสือ และอีกหลายอย่างที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ สัดส่วนคนไทยบริโภคน้ำผึ้งน้อย ถ้าเทียบกับยุโรป หรือสหรัฐอเมริกา ตลาดบริโภคน้ำผึ้งอันดับ 1 ของโลก ขณะที่ธุรกิจด้านการเลี้ยงผึ้งและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากผึ้ง แม้แนวโน้มดีเนื่องจากน้ำผึ้งและผลิตภัณฑ์จากผึ้งเป็น Healthy Product แต่มีอุปสรรค และข้อจำกัดที่เกษตรกรหรือผู้ประกอบการจะต้องเรียนรู้ ทั้งพื้นที่การเลี้ยงผึ้ง ลดน้อยลง ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมน้ำผึ้งของไทย