• SCB EIC ประเมินว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2.5% ไว้ตลอดปี 2024 มองว่า กนง. จะพิจารณาแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อไปข้างหน้าในระยะปานกลางถึงระยะยาว (Forward looking) มากกว่าตัวเลขที่เกิดขึ้นแล้ว (Backward looking) หากแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อของไทยในระยะต่อไปยังเป็นไปตามที่ SCB EIC เคยคาดการณ์ไว้ว่า เศรษฐกิจจะขยายตัวได้ต่อเนื่องใกล้เคียงระดับศักยภาพที่ 3% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะทยอยปรับสูงขึ้นเข้าสู่กรอบเป้าหมาย 1-3%
Home เบสท์ ประเทศไทย กลยุทธ์ปี 67 สู่ผู้นำธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์แบบครบวงจร
เบสท์ ประเทศไทย กลยุทธ์ปี 67 สู่ผู้นำธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์แบบครบวงจร

เบสท์ ประเทศไทย กลยุทธ์ปี 67 สู่ผู้นำธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์แบบครบวงจร

คุณจอร์จ ชูว์ กรรมการบริษัท เบสท์ อิงค์ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์และการลงทุน และ CEO เบสท์ ประเทศไทย และเบสท์ สิงคโปร์ เผยแนวคิดเชิงกลยุทธ์ในปี 2567 ของเบสท์ ประเทศไทย ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดขนส่งโลจิสติกส์ เน้นย้ำความสำคัญและจุดเด่นของ “แฟรนไชส์ขนส่งพัสดุ” เสริมสร้างเครือข่ายทางธุรกิจควบคู่ไปกับการปรับปรุงคุณภาพด้านบริการ พร้อมเชื่อมต่อ 4 ธุรกิจหลัก ประกอบด้วย ธุรกิจขนส่งพัสดุด่วน (BEST Express) ธุรกิจการจัดการคลังสินค้า (BEST Supply Chain) ธุรกิจขนส่งพัสดุข้ามพรมแดน (BEST Cross Border) และธุรกิจซอฟท์แวร์โซลูชัน (BEST Software) มุ่งสู่การเป็นผู้ให้บริการขนส่งโลจิสติกส์แบบครบวงจร

เบสท์ เป็นบริษัทจัดส่งพัสดุแห่งแรกของประเทศไทยที่เสนอให้นักลงทุนในท้องถิ่นได้เข้ามาร่วมเป็นเจ้าของธุรกิจขนส่งพัสดุด่วน ผ่านการบริหารจัดการในรูปแบบ “แฟรนไชส์ขนส่ง 100%” ซึ่งเป็นโมเดลที่สามารถดำเนินธุรกิจโลจิสติกส์ได้อย่างยั่งยืน โดยผู้รับสิทธิ์แฟรนไชส์ขนส่งพัสดุ BEST Express ล้วนมีความสามารถในการบริหารจัดการด้านการขนส่งพัสดุ การประสานงาน และการสร้างความประทับใจของลูกค้าในพื้นที่ที่ดูแล ทำให้สามารถดำเนินการรับ-ส่งพัสดุได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำ ทั้งยังบริการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในส่วนของเบสท์ สำนักงานใหญ่ได้ใช้งบประมาณกว่า 3.5 พันล้านบาทในการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน และเครือข่ายการขนส่งโลจิสติกส์ในประเทศไทย อาทิ การขยายศูนย์กระจายพัสดุ คลังสินค้า การพัฒนาระบบการบริหารจัดการ การฝึกอบรม และระบบการปฏิบัติการ ฯลฯ เพื่อพัฒนาเครือข่ายแฟรนไชส์ให้แข็งแกร่ง และเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน เพื่อตอบสนองต่อความต้องการด้านการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น เบสท์ ประเทศไทย ได้วางกลยุทธ์การให้บริการสำหรับธุรกิจขนส่งพัสดุข้ามพรมแดน (cross-border) และการบริหารจัดการคลังสินค้า (supply chain) พร้อมกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ทั้งในด้านเทคโนโลยี ระบบอัตโนมัติ และการวิเคราะห์ข้อมูลในการจัดส่งพัสดุที่เป็นกรรมสิทธิ์ของเบสท์ รวมถึงการพัฒนาระบบ SaaS หรือซอฟต์แวร์โซลูชั่นด้านธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และการจัดการคลังสินค้าแบบครบวงจร เพื่อส่งมอบบริการที่มีคุณภาพ และประสิทธิภาพสูงสุดให้กับลูกค้าและผู้ใช้บริการ

ทั้งนี้ด้วยประสบการณ์การทำงานที่หลากหลายเกี่ยวกับการบริหารธุรกิจการเงินและการธนาคาร รวมถึงการบริหารความเสี่ยง คุณจอร์จ ชูว์ ยังเคยดํารงตําแหน่งผู้บริหารอาวุโสกับสถาบันการเงินและการธนาคารระดับโลกหลายแห่ง รวมถึงการให้คําปรึกษากับบริษัทข้ามชาติเกี่ยวกับการบริหาร และการแก้ปัญหาธุรกิจต่าง ๆ ซึ่งการนำประสบการณ์เหล่านี้มาปรับใช้ในการทำธุรกิจด้านการขนส่งโลจิสติกส์ และการบริหารธุรกิจแฟรนไชส์ขนส่งพัสดุ ส่งผลให้บริษัทฯ เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และสามารถสร้างเครือข่ายโลจิสติกส์แบบครบวงจร เชื่อมต่อธุรกิจขนส่งพัสดุในประเทศไทย จีน และประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าไว้ด้วยกัน

“เป้าหมายสูงสุดของเราไม่ใช่เพียงแค่การสร้างเครือข่ายการขนส่งจากต้นทางไปยังปลายทางเท่านั้น แต่สิ่งที่เราต้องการทำจริง ๆ คือการเชื่อมโยงเครือข่ายการขนส่งระหว่างประเทศ ในขณะเดียวกัน สามารถช่วยเหลือผู้ขายสินค้าด้วยการทำให้การขนส่งโลจิสติกส์สะดวกสบาย รวดเร็ว มีต้นทุนที่ต่ำลง และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยวิสัยทัศน์ของเราตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจ คือ การมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุด และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าด้วยการพัฒนาคุณภาพการให้บริการ ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ที่เราทำมาตลอด 15 ปี และในอนาคตยังมีเส้นทางอีกยาวไกลที่เบสท์จะต้องพัฒนา และปรับปรุงให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา" คุณจอร์จ กล่าวปิดท้าย

เบสท์ อิงค์ (BEST Inc.) บริษัทแม่ของเบสท์ ประเทศไทย ได้มุ่งเน้นการพัฒนาเชิงกลยุทธ์ และการสร้างเครือข่ายการให้บริการแบบครบวงจร จากข้อได้เปรียบในการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี ทั้งการพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ และเครื่องจักรต่าง ๆ ที่ทันสมัย ทำให้สามารถสร้างเครือข่ายขนส่งโลจิสติกส์แบบ B2B2C ระหว่างจีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอเมริกาเหนือ โดยในประเทศไทย เบสท์ ยังคงพัฒนาและปรับปรุงขีดความสามารถในการให้บริการเครือข่ายขนส่งอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการขยายคลังสินค้า การขนส่งพัสดุข้ามพรมแดน และบริการอื่น ๆ ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ISO 9001:2015 (Quality Management) ที่เบสท์ ประเทศไทย ได้รับจาก Lloyd's Register (LRQA) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 แสดงให้เห็นถึงความเป็นเลิศด้านคุณภาพ และประสิทธิภาพของการดำเนินการให้บริการขนส่งพัสดุ และการบริหารจัดการคลังสินค้าที่ได้มาตรฐานสากล การรันตีด้วยรางวัลแฟรนไชส์ยอดเยี่ยมจากการประกวดรางวัลธุรกิจแฟรนไชส์ไทย (Thailand Franchise Award) จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ถึง 3 ปีซ้อน