• SCB EIC ประเมินว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2.5% ไว้ตลอดปี 2024 มองว่า กนง. จะพิจารณาแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อไปข้างหน้าในระยะปานกลางถึงระยะยาว (Forward looking) มากกว่าตัวเลขที่เกิดขึ้นแล้ว (Backward looking) หากแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อของไทยในระยะต่อไปยังเป็นไปตามที่ SCB EIC เคยคาดการณ์ไว้ว่า เศรษฐกิจจะขยายตัวได้ต่อเนื่องใกล้เคียงระดับศักยภาพที่ 3% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะทยอยปรับสูงขึ้นเข้าสู่กรอบเป้าหมาย 1-3%
Home เมืองไทยประกันชีวิต ขานรับการลดขยะขวดพลาสติกผลิตผ้าห่มอัพไซคลิงเพื่อคนไทย
เมืองไทยประกันชีวิต ขานรับการลดขยะขวดพลาสติกผลิตผ้าห่มอัพไซคลิงเพื่อคนไทย

เมืองไทยประกันชีวิต ขานรับการลดขยะขวดพลาสติกผลิตผ้าห่มอัพไซคลิงเพื่อคนไทย

เมืองไทยประกันชีวิต และมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม ยืนความเป็นหนึ่งการตอบแทนสังคม ประกาศนโยบายสนับสนุนการลดปริมาณขยะขวดพลาสติกนำมาผลิตเป็นผ้าห่ม สานต่อในโครงการ “ห่มรัก” ปีที่ 13 มอบผ้าห่มอัพไซคลิง (Upcycling) เมืองไทยประกันชีวิตและมูลนิธิเมืองไทยยิ้มแก่ผู้ประสบภัยหนาว ผ้าห่มกันหนาว 1 ผืน ผลิตจากขวดพลาสติกที่ใช้แล้วขนาด 1.5 ลิตร จำนวน 11 ขวด

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดีและการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงการสร้างความสมดุลทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด สิ่งหนึ่งที่บริษัทฯ คงนโยบายและให้ความสำคัญคือการตอบแทนสังคมในด้านต่างๆ เพราะบริษัทฯ เล็งเห็นว่าการที่ธุรกิจจะสามารถดำรงอยู่และเติบโตได้นั้น ก็ต้องพึ่งพาสังคมและทรัพยากรที่มีอยู่บนโลก ธุรกิจที่เติบโตขึ้นจึงมีส่วนที่ต้องรับผิดชอบและตอบแทนสังคมที่ให้การสนับสนุนทรัพยากรที่ธุรกิจได้ใช้ไป

 


ในโอกาสนี้ บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมสานต่อโครงการ “ห่มรัก” ปีที่ 13 มอบผ้าห่มอัพไซคลิงให้แก่ประชาชนที่ประสบภัยหนาวในหลายจังหวัด เพื่อขานรับนโยบายภาครัฐในการลดปริมาณขยะจากขวดน้ำพลาสติกที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นในปัจจุบัน บริษัทฯ จึงได้ผลิตผ้าห่มขึ้นใหม่ที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการตระหนักถึงปัญหาด้านขยะและการใช้พลาสติกมากมาย สำหรับผ้าห่มอัพไซคลิงกันหนาวเมืองไทยประกันชีวิตและมูลนิธิเมืองไทยยิ้มนั้น นำวัสดุรีไซเคิลมาใช้ใหม่ ซึ่งเป็นการให้ความสำคัญกับการนำวัสดุที่ไม่ได้ใช้แล้วกลับมามีคุณค่าในการใช้งานอีกครั้งอย่างมีคุณภาพมากขึ้น


ทั้งนี้ผ้าห่มดังกล่าวผลิตขึ้น โดยวิสาหกิจชุมชนบ้านวัดจากแดงเศรษฐกิจพอเพียง ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ซึ่งผ้าห่มกันหนาว 1 ผืน จะผลิตจากขวดพลาสติกที่ใช้แล้วขนาด 1.5 ลิตร จำนวน 11 ขวด และบริษัทฯ ยังได้เพิ่มความหนาของผ้าห่มเป็น 280 GSM (Gram Per Square Meter) ทำให้มีความทนทานและมีความหนาเพียงพอที่จะให้ความอุ่นในช่วงเวลาหนาว นอกจากนี้ยังมีผลในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยมีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลงถึง 0.99 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งคุณลักษณะดังกล่าวนี้ทำให้ผ้าห่มไม่เพียงแค่อบอุ่นและมีคุณภาพดีต่อผู้ใช้งาน แต่ยังมีผลในการส่งเสริมความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เนื่องจากการผลิตผ้าห่มอัพไซคลิง (Upcycling) 1 ผืนเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ใหญ่ถึง 0.11 ต้น

 


นโยบายการลดปริมาณขยะด้วยการนำขวดพลาสติกมาผลิตผ้าห่มเป็นมาตรการที่มีประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ทั้งในด้านลดปริมาณขยะที่นำมาฝังกลบ การนำขวดพลาสติกมาใช้ในการผลิตผ้าห่มช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องจัดการ การลดความจำเป็นในการผลิตพลาสติกใหม่ ซึ่งช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและพลังงานที่ต้องใช้ในกระบวนการผลิต ทำให้มีผลต่อการลดการสร้างก๊าซเรือนกระจก ซึ่งมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลก ตลอดจนการนำขวดพลาสติกมาใช้ในการผลิตผ้าห่มสามารถสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในรูปแบบของอุตสาหกรรมการรีไซเคิล และการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาในกระบวนการผลิต


"โครงการ 'ห่มรัก' ปีที่ 13 นี้เป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของเมืองไทยประกันชีวิตที่ร่วมมือกับมูลนิธิเมืองไทยยิ้มเป็นโอกาสที่เราสามารถสร้างความดีได้ร่วมกันในการตอบแทนสังคม ไม่เพียงแค่ช่วยลดปริมาณขยะ แต่ยังสามารถสร้างความอบอุ่นและเป็นการดูแลช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัยหนาวในต่างจังหวัด ทั้งนี้เรายังคงสานต่อโครงการเพื่อสังคมในด้านต่างๆ ทั้งในมิติสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันพัฒนาประเทศอย่างให้มั่นคงและยั่งยืน" นายสาระ กล่าวสรุป.