• EIC ธนาคารไทยพาณิชย์ ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2021 เหลือโต 2.0% จากเดิมคาด 2.6% จากผลกระทบการระบาด COVID-19 ระลอกที่ 3 และมีความเสี่ยงของการเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจ การระบาดระลอกที่ 3 จะส่งผลโดยตรงต่อการบริโภคภาคเอกชน โดยจากการประเมินในกรณีฐาน คาดว่าการระบาดระลอกนี้จะใช้เวลาราว 3 เดือนในการควบคุม ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายประมาณ 2.4 แสนล้านบาท (1.5% ต่อ GDP) นอกจากนี้ การระบาดระลอกใหม่ยังส่งผลทางอ้อมทำให้แผลเป็นเศรษฐกิจที่เปราะบางอยู่แล้วอาจปรับแย่ลงกว่าเดิม โดยเฉพาะภาวะตลาดแรงงานที่เริ่มเห็นผลกระทบแล้ว
Home แนวโน้มค่าบาทแกว่งกรอบ 31.00-31.50 - หุ้นไทยแนวต้าน 1,600 -1,610 จุด
แนวโน้มค่าบาทแกว่งกรอบ 31.00-31.50 - หุ้นไทยแนวต้าน 1,600 -1,610 จุด

แนวโน้มค่าบาทแกว่งกรอบ 31.00-31.50 - หุ้นไทยแนวต้าน 1,600 -1,610 จุด

สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท

 

* เงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 1 เดือน ที่ 31.135 บาทต่อดอลลาร์ฯ หลังแข็งค่าผ่านแนว 31.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ ได้ในช่วงปลายสัปดาห์ โดยเงินบาททยอยแข็งค่าขึ้นตามสถานะซื้อสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงขาย หลังผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สะท้อนว่า เฟดจะยังคงมาตรการผ่อนคลายทางการเงินต่อไป และจะไม่รีบลดวงเงินซื้อสินทรัพย์ต่อเดือนภายใต้มาตรการ QE เนื่องจากประเมินว่า สถานการณ์โควิดที่ไม่แน่นอนยังคงเป็นความเสี่ยงหลักของเศรษฐกิจสหรัฐฯ

 

* ในวันศุกร์ (30 เม.ย.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 31.15 เทียบกับระดับ 31.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (23 เม.ย.)

 

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (3-7 พ.ค.) ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 31.00-31.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุมกนง. และสถานการณ์โควิด 19 ในประเทศ ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ประกอบด้วย ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร ข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนจาก ADP ดัชนี PMI/ISM ภาคการผลิตและภาคบริการเดือนเม.ย. ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนมี.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการเดือนเม.ย. ของอังกฤษและยูโรโซน รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจจีนเดือนเม.ย.ด้วยเช่นกัน

 

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย

 

* หุ้นไทยปรับตัวขึ้นจากสัปดาห์ก่อน โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,583.13 จุด เพิ่มขึ้น 1.90% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 90,177.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.18% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 3.07% มาปิดที่ 487.29 จุด

 

* หุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบแคบ ก่อนจะดีดตัวขึ้นในเวลาต่อมา หลังยอดผู้ติดเชื้อโควิด 19 รายใหม่ในประเทศชะลอตัวลง ประกอบกับมีแรงหนุนเช่นเดียวกับตลาดหุ้นภูมิภาคจากผลการประชุมเฟดที่ยังไม่ส่งสัญญาณลดการผ่อนคลายทางการเงิน ส่วนหุ้นกลุ่มที่หนุนหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ หลักๆ ได้แก่ กลุ่มวัสดุก่อสร้างและพลังงาน อย่างไรก็ดี หุ้นไทยลดช่วงบวกลงในช่วงปลายสัปดาห์ ตามการปรับลดสถานะความเสี่ยงของนักลงทุนก่อนช่วงปิดวันหยุดยาว รวมถึงรอประเมินสถานการณ์โควิด 19 ในประเทศ

 

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (3-7 พ.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,570 และ 1,560 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,600 และ 1,610 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมกนง. สถานการณ์โควิด 19 ทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนการกระจายวัคซีนต้านโควิด 19 ในประเทศ รวมถึงผลประกอบการงวดไตรมาส 1/64 ของบจ.ไทย ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและบริการ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนเม.ย. ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและบริการเดือนเม.ย. ของยูโรโซน ยอดค้าปลีกเดือนมี.ค. ของยูโรโซน รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจจีนเดือนเม.ย.

ข่าวเกี่ยวข้อง