• SCB EIC ประเมินว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2.5% ไว้ตลอดปี 2024 มองว่า กนง. จะพิจารณาแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อไปข้างหน้าในระยะปานกลางถึงระยะยาว (Forward looking) มากกว่าตัวเลขที่เกิดขึ้นแล้ว (Backward looking) หากแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อของไทยในระยะต่อไปยังเป็นไปตามที่ SCB EIC เคยคาดการณ์ไว้ว่า เศรษฐกิจจะขยายตัวได้ต่อเนื่องใกล้เคียงระดับศักยภาพที่ 3% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะทยอยปรับสูงขึ้นเข้าสู่กรอบเป้าหมาย 1-3%
Home ไทยคม ผลประกอบการปี 66 กำไรสุทธิ 354 ล. เพิ่มขึ้น 738% - ปันผลหุ้นละ 0.13 บ.
ไทยคม ผลประกอบการปี 66 กำไรสุทธิ 354 ล. เพิ่มขึ้น 738% - ปันผลหุ้นละ 0.13 บ.

ไทยคม ผลประกอบการปี 66 กำไรสุทธิ 354 ล. เพิ่มขึ้น 738% - ปันผลหุ้นละ 0.13 บ.

ประกาศจ่ายปันผล 0.13 บาทต่อหุ้น พร้อมเปิดตัว “สถานีดาวเทียม LEO (Low Earth Orbit) ไทยคม-โกลบอลสตาร์” แห่งแรกในประเทศไทย
 
กรุงเทพมหานคร, 8 กุมภาพันธ์ 2567 - บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) (“ไทยคม” หรือ “บริษัท”) ผู้ให้บริการดาวเทียมไทย รายงานผลประกอบการประจำปี 2566
 บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) มีผลกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่สำหรับปี 2566 จำนวน 354 ล้านบาท คิดเป็นผลกำไรต่อหุ้น 0.32 บาท เพิ่มขึ้น 737.8% เมื่อเทียบกับผลกำไรสุทธิในปี 2565 ซึ่งมีกำไรที่ 42 ล้านบาท โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 2/2567 เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 อนุมัติให้เสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติจ่ายเงินปันผลสำหรับปี 2566 ในอัตราหุ้นละ 0.13 บาท คิดเป็นจำนวนเงินประมาณ 142 ล้านบาทและคิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 40% ของกำไรสุทธิสำหรับปี 2566

บริษัทรักษาความสามารถในการทำกำไรสำหรับปี 2566 อย่างต่อเนื่อง โดยมีกำไรสุทธิเป็นจำนวน 354 ล้านบาท เป็นผลมาจากการรับรู้รายได้ค่าชดเชยจากข้อพิพาทกับบริษัทคู่สัญญารายหนึ่งจำนวน 301 ล้านบาท และ ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้าลดลง 122 ล้านบาทจากปีก่อนหน้า เนื่องจากผลประกอบการของ บริษัท ลาว เทเลคอมมิวนิเคชั่นส์ มหาชน (แอลทีซี) ปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับการลดลงของผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเนื่องจากสกุลเงินกีบเทียบกับสกุลดอลล่าร์สหรัฐฯอ่อนค่าน้อยลงเมื่อเทียบกับปี 2565

ในช่วงปี 2566 ซึ่งดาวเทียมไทยคม 4 ใกล้สิ้นสุดอายุใช้งาน บริษัทดำเนินการปรับโครงสร้างลูกค้าบรอดแบนด์เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์การให้บริการดาวเทียมบรอดแบนด์ในอนาคตที่ตำแหน่ง 119.5 องศาตะวันออก โดยมุ่งเน้นการขยายบริการสำหรับลูกค้าที่อยู่ในบริเวณที่มีศักยภาพการเติบโตสูง เช่น ลูกค้าในกลุ่มประเทศอินเดีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ รวมทั้งประเทศไทยซึ่งเป็นฐานที่มั่น การปรับโครงสร้างลูกค้าของดาวเทียมไทยคม 4 ดังกล่าวส่งผลให้รายได้จากการขายและบริการในปี 2566 ปรับตัวลดลงในระยะสั้นตามแผนงาน โดยบริษัทมีรายได้จำนวน 2,627 ล้านบาท ลดลง 10.7% เมื่อเทียบกับปี 2565

สำหรับรายได้จากการให้บริการดาวเทียมแบบทั่วไป ได้แก่ ดาวเทียมไทยคม 6 ดาวเทียมไทยคม 7 และดาวเทียมไทยคม 8 รวมทั้งดาวเทียมต่างประเทศที่บริษัทเช่ามาเพื่อให้บริการ รายได้โดยรวมในปี 2566 ใกล้เคียงกับปี 2565



ในปี 2566 ธุรกิจ Space Technology ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ของกลุ่มบริษัท ได้มีการเติบโตอย่างมีสาระสำคัญ และจะเป็นก้าวสำคัญในการขยายธุรกิจใหม่ในอนาคต โดยในปีนี้บริษัทได้ใช้เทคโนโลยีดาวเทียมช่วยเกษตรไทยลดความเสี่ยงจากธรรมชาติ รวมถึงการใช้โดรนสำรวจเสาโทรคมนาคมของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ส่งผลให้ บริษัท ไทย แอดวานซ์ อินโนเวชั่น จำกัด บริษัทในเครือของไทยคม มีรายได้จำนวน 53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65.6% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน



ไทยคมเปิดตัว ‘สถานีดาวเทียม LEO ไทยคม-โกลบอลสตาร์’ ซึ่งเป็นสถานีภาคพื้นดินเพื่อให้บริการระบบดาวเทียม Low Earth Orbit (LEO) Satellite Constellation แห่งแรกในประเทศไทย ตั้งอยู่ ณ สถานีบริการภาคพื้นดินไทยคม อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี โดยร่วมกับ บริษัท โกลบอลสตาร์ (Globalstar, Inc.) ผู้ให้บริการระดับโลกด้านการสื่อสารผ่านดาวเทียมและโซลูชัน IoT จากประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อขยายโครงข่ายการสื่อสารผ่านดาวเทียมของโกลบอลสตาร์ให้ครอบคลุมมากขึ้น และมุ่งเน้นการให้บริการเชิงพาณิชย์จากระบบดาวเทียม LEO ในประเทศไทยและในระดับภูมิภาค