• คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) มองศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทาย เศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอนสูงเผชิญ แม้การส่งออกและการลงทุนมีแนวโน้มเติบโตดี โดยมูลค่าการส่งออกไทยครึ่งปีแรกขยายตัวสูง 17.6%YoY จึงปรับประมาณการจีดีพีปี 2569 โต 1.6-2% @@@ ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินเศรษฐกิจไทย ในปี 2569 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทย คาดชะลอลงสู่ 2.3% โดยมีแนวโน้มที่จะเร่งตัวชั่วคราวในช่วงไตรมาส 3 และ 4 จากการทยอยส่งผ่านต้นทุน ปรับเพิ่มคาดการณ์การส่งออกและนำเข้าของไทยปี 2569 เป็น 14% และ 27% ส่งผลให้ไทยมีแนวโน้มจะขาดดุลการค้า (ระบบศุลกากร) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะสูงกว่าประมาณการเดิมในปี 2569 แต่ยังต่ำกว่าปีก่อนหน้า
Home ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับ จุฬาฯ มุ่งยกระดับธุรกิจครอบครัวไทย
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับ จุฬาฯ มุ่งยกระดับธุรกิจครอบครัวไทย

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับ จุฬาฯ มุ่งยกระดับธุรกิจครอบครัวไทย

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับ จุฬาฯ มุ่งยกระดับธุรกิจครอบครัวไทย สร้างความรู้ธุรกิจ และผู้นำธุรกิจรุ่นใหม่ ผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านธุรกิจครอบครัว


· ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ จุฬาฯ ลงนาม MOU ระยะเวลา 5 ปี เพื่อพัฒนาหลักสูตรด้านธุรกิจครอบครัวและการบริหารความมั่งคั่ง พร้อมจัดทำกรณีศึกษาจากต้นแบบธุรกิจครอบครัวไทย และงานวิจัย


· มุ่งเสริมสร้างศักยภาพทายาทธุรกิจ พร้อมขยายเครือข่ายการศึกษาสู่ภูมิภาค CLMV เพื่อผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านธุรกิจครอบครัวระดับสากลอย่างยั่งยืน


ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ว่าด้วยการยกระดับมาตรฐานการศึกษา การวิจัย และการพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจครอบครัวในประเทศไทย มุ่งพัฒนาหลักสูตรด้านธุรกิจครอบครัว (Family Business) การบริหารสินทรัพย์และความมั่งคั่งของครอบครัว (Family Wealth Management) ทั้งระดับปริญญาตรี และบัณฑิตศึกษา ให้มีความเป็นเลิศระดับสากล พร้อมจัดทำกรณีศึกษา งานวิจัยเชิงลึก ตลอดจนส่งเสริมธรรมาภิบาล เพื่อเสริมสร้างศักยภาพผู้นำธุรกิจครอบครัวรุ่นใหม่ และผลักดันให้เป็นศูนย์กลางการพัฒนาบุคลากรด้านธุรกิจครอบครัวระดับประเทศและภูมิภาค

 


ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Who Will Lead Thailand’s Family Businesses Tomorrow? สร้างคน ยกระดับความรู้ สู่อนาคตธุรกิจครอบครัวไทย” ว่า ธุรกิจครอบครัวคือรากฐานสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย การเตรียมความพร้อมให้รับมือกับความท้าทายในอนาคตจึงเป็นสิ่งจำเป็น ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการผสานจุดแข็งระหว่างภาคตลาดทุนและสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาธุรกิจครอบครัวไทยผ่าน 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ (1) การพัฒนาเนื้อหาองค์ความรู้ (2) การวิจัย การจัดทำกรณีศึกษาธุรกิจครอบครัวไทย (3) การส่งเสริมธรรมาภิบาลและความยั่งยืนของธุรกิจครอบครัว (4) การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย องค์กรภาคธุรกิจ และสถาบันชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ และ (5) การแลกเปลี่ยนและพัฒนาบุคลากร รวมถึงทรัพยากรทางวิชาการของทั้งสององค์กร สิ่งเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญในพัฒนาศักยภาพผู้นำรุ่นใหม่ให้ก้าวขึ้นมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน ตอกย้ำบทบาทการเป็น “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities” เส้นทางแห่งความเชื่อมั่นสู่โอกาสของทุกคน

 


ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จุฬาฯ โดยสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ฯ (SASIN) และวิทยาลัยสหศาสตร์บูรณาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CUii) พร้อมบูรณาการความเชี่ยวชาญทางวิชาการ เพื่อร่วมพัฒนาหลักสูตรและสร้างองค์ความรู้ที่ได้มาตรฐานสากล ยกระดับงานวิจัยและกรณีศึกษาธุรกิจครอบครัวไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง พร้อมนำนวัตกรรมสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลมาเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการศึกษา จุฬาฯ เชื่อมั่นว่าความร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์ฯ จะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยยกระดับการศึกษาไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการพัฒนาบุคลากรด้านธุรกิจครอบครัวที่มีคุณภาพและได้รับการยอมรับตามมาตรฐานสากล


บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) นี้มีระยะเวลา 5 ปี นับเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญระหว่างภาคตลาดทุนและภาคการศึกษา เพื่อยกระดับศักยภาพของทายาทและผู้บริหารธุรกิจครอบครัวไทย พร้อมขยายเครือข่ายความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย สถาบันการเงิน และองค์กรธุรกิจชั้นนำทั้งในประเทศ ระดับนานาชาติ และภูมิภาค CLMV เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจครอบครัวไทยเติบโตและสร้างความเข้มแข็งแก่เศรษฐกิจของประเทศได้อย่างยั่งยืน


“SET…The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities”