• ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยเงินเฟ้อไทยในเดือนก.ย. 69 เพิ่มขึ้น 2.8%YoY สูงที่สุดในรอบ 5 เดือน และคาดว่าจะเร่งขึ้นในไตรมาสที่ 4 ... ยังคงประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยอยู่ที่ 1.8% ในปี 2569 โดยในไตรมาสที่ 4 เงินเฟ้อคาดว่าจะเร่งตัวจากช่วง 9 เดือนแรกของปีที่เพิ่มขึ้น 1.5%YoY จากปัจจัยด้านอุปทานเป็นสำคัญ *** ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุภาพรวมการว่างงานในช่วงไตรมาส 2 ปี 2569 ไทยมีจำนวนผู้ว่างงานอยู่ที่ 4.01 แสนคน หรือเพิ่มขึ้น 10% YoY และถือเป็นตัวเลขที่สูงสุดในรอบ 7 ไตรมาส (ล่าสุดที่พุ่งแตะระดับเกินกว่า 4.0 แสนคนอยู่ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2567) หากแบ่งตามช่วงอายุของผู้ว่างงาน พบว่ากว่า 44% ของผู้ว่างงานทั้งหมดอยู่ในกลุ่มเด็กจบใหม่ (อายุ 20-24 ปี) หรือคิดเป็นจำนวนราว 1.74 แสนคน
Home 16 ปี รฟฟท. พัฒนาระบบขนส่งทางรางไทย รับงานบริหาร แอร์พอร์ต เรล ลิงก์
16 ปี รฟฟท. พัฒนาระบบขนส่งทางรางไทย รับงานบริหาร แอร์พอร์ต เรล ลิงก์

16 ปี รฟฟท. พัฒนาระบบขนส่งทางรางไทย รับงานบริหาร แอร์พอร์ต เรล ลิงก์

16 ปี รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง พร้อมลุยส่วนต่อขยาย ล่าสุดบอร์ด รฟท. อนุมัติหลักการว่าจ้าง รฟฟท. เข้ามาบริหารการเดินรถ ซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ต่อจาก เอเชีย เอรา วัน เริ่มวันที่ 1 ก.พ. 2570

พล.อ.อ. คงศักดิ์ จันทรโสภา กรรมการ และรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 16 ปี ที่ผ่านมา บริษัทได้มุ่งมั่นพัฒนาการให้บริการเพื่อเป็นผู้นำในการเดินรถไฟฟ้าด้วยมาตรฐานในระดับสากล ตามวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ นับตั้งแต่การให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มาจนถึงการให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ซึ่งมีการพัฒนาการให้บริการอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ เพื่ออำนวยความสะดวก และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ประชาชน ล่าสุด ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มีมติอนุมัติหลักการให้ รฟท. ว่าจ้าง รฟฟท.เข้ามาบริหารการเดินรถและซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ต่อจากบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด เริ่มวันที่ 1 ก.พ. 2570 เป็นต้นไป โดยจะว่าจ้างสัญญาปีต่อปี ภายใต้กรอบกำลังคน 354 คน เบื้องต้นมีแผนใช้บุคลากรเดิม บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด หลังจากนี้ รฟท. และ รฟฟท.จะเข้าพื้นที่เพื่อสำรวจข้อมูลทรัพย์สิน สภาพระบบและองค์ประกอบต่างๆ ด้านการให้บริการ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่สัปดาห์นี้ เพื่อให้ รฟฟท. มีข้อมูลเพียงพอ จัดทำแผนบริหารจัดการก่อนเข้ารับช่วงดำเนินงานจริง คาดว่าภายในเดือน ต.ค.นี้ จะมีข้อมูลครบถ้วนเพียงพอ เพื่อนำไปจัดทำแผนปฏิบัติการ

โดยบริษัทฯ ยึดหลักการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล และหลักสิทธิมนุษยชน ส่งเสริมบุคลากรทุกคนให้มีความตระหนัก ยึดมั่นการสร้างความยุติธรรมและความเท่าเทียมให้เกิดขึ้นในสังคมอย่างเป็นรูปธรรม โดยล่าสุด บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 13 หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ที่ได้รับรางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ระดับ ”ดีเด่น” ประจำปี 2569 (Human Rights Awards 2026) จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม

พล.อ.อ. คงศักดิ์ กล่าวว่า บริษัทฯ ยังพัฒนาการเข้าถึงสถานีรถไฟฟ้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยมีแผนปฎิบัติการขับเคลื่อนและส่งเสริมการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะรอง (Feeder) ที่สถานีรังสิต ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี และเทศมนตรีนครรังสิต โดยเพิ่มเส้นทางเดินรถ EV Bus (สมายบัส) จำนวน 2 เส้นทาง ได้แก่ 1.สถานีรังสิต-ถนนเลียบคลองรังสิต-สถานีรังสิต 2. สถานีรังสิต-รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีคูคต-สถานีรังสิต ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเริ่มให้บริการได้ในช่วงเดือนเมษายน 2570 โดยในระยะเเรกจะเป็นการทดลองให้บริการในเบื้องต้นก่อนพัฒนาไปสู่เส้นทางอื่นๆต่อไป

ด้านการอำนวยความสะดวกด้วยระบบขนส่งสาธารณะรอง (Feeder) ในเส้นทางอื่นๆ บริษัทฯยังคงให้บริการเช่นเดิม ทั้งการบูรณาการความร่วมมือกับการรถไฟแห่งประเทศไทย จัดขบวนรถไฟดีเซลรางในเส้นทาง นครปฐม - ตลิ่งชัน เพื่อเป็นทางเลือกในการเดินทางให้กับประชาชน ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างจังหวัดนครปฐมเชื่อมเข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างสะดวก อีกทั้ง รฟฟท. ยังได้รับความอนุเคราะห์จาก บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.) จัดรถขนส่งสาธารณะที่ใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานไฟฟ้า (Electric Bus) หรือ EV Bus พลังงานสะอาดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยสามารถเชื่อมต่อระหว่าง สถานีรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง (สถานีหลักสี่) จุดจอดบริเวณปากซอยแจ้งวัฒนะ 5 ไปยังศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร B และ C (ไม่เสียค่าใช้จ่าย) โดยรฟฟท. ได้คำนึงถึงการสร้างประสบการณ์ที่ดีผ่านการให้บริการ และพร้อมเดินหน้าพัฒนาให้เกิดระบบขนส่งสาธารณะรองในสถานีอื่นๆอย่างต่อเนื่องในอนาคต

ด้านการให้บริการเดินรถไฟฟ้า บริษัทฯยังคงให้ความสำคัญในเรื่องของความตรงต่อเวลา ความน่าเชื่อถือ และความพร้อมของขบวนรถไฟฟ้าในการให้บริการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้บริการ โดยในปัจจุบันรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง มีสถิติความตรงต่อเวลา ความน่าเชื่อถือ และความพร้อมของขบวนรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงตั้งแต่เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์อยู่ที่ 99.96% , 99.97% และ 100% ตามลำดับ ส่งผลให้จำนวนผู้โดยสารมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เปิดให้บริการ ซึ่งปัจจุบันมีผู้โดยสารรวมกว่า 50 ล้านคน ซึ่งจะเห็นได้จากผลการสำรวจความพึงพอใจจากผู้ใช้บริการ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569 ซึ่งลงพื้นที่สำรวจโดยสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้าโพล) และบริษัท รีเสิร์ช ดีไซน์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการสำรวจและวิจัย โดยผลปรากฏว่าจากคะแนนเต็ม 5 ผู้โดยสารมีความพึงพอใจด้านการให้บริการ 4.59, ด้านความปลอดภัย 4.57, ด้านความน่าเชื่อถือต่อความตรงต่อเวลา ความถี่ และคุณภาพในการเดินรถไฟฟ้า 4.59, ด้านการประชาสัมพันธ์และให้ข้อมูล 4.54, ด้านคุณภาพและสิ่งอำนวยความสะดวกบนสถานี และในขบวนรถ 4.49, ด้านเหรียญโดยสาร/บัตรโดยสาร และกิจกรรมส่งเสริมการตลาด 4.51 ซึ่งจากผลสำรวจดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าผู้โดยสารมีความเชื่อมั่นต่อการให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงในด้านต่างๆสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาอย่างมาก สืบเนื่องมาจากการมุ่งมั่นพัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง

บริษัทฯไม่เพียงแต่มุ่งมั่นพัฒนาการให้บริการเดินรถไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม หรือ CSR ควบคู่ไปด้วย โดยได้ดำเนินการโครงการต่างๆที่สร้างประโยชน์ให้กับชุมชนตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้ามาอย่างต่อเนื่อง และส่งเสริมการมีส่วนร่วมระหว่างพนักงานกับคนในชุมชน รวมถึงรณรงค์ให้พนักงานทุกคนให้มีความตระหนักและเห็นความสำคัญของการทำกิจกรรม CSR ด้วย

นอกจากนี้ ในด้านส่วนต่อขยายของรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม (สายเหนือ) ช่วงรังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ระยะทาง 8.84 กิโลเมตร และส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน (สายตะวันตก) ช่วงตลิ่งชัน-ศิริราช-ศาลายา ระยะทาง 20.5 กิโลเมตร ซึ่งจะแล้วเสร็จในปี 2572 โดยคาดการณ์ว่า เมื่อเปิดให้บริการในเส้นทางดังกล่าวแล้ว จะเป็นทางเลือกในการเดินทางแก่ประชาชน ช่วยลดเวลาการเดินทางจาก จังหวัดปทุมธานี เข้าสู่กรุงเทพมหานคร และเพิ่มการเข้าถึงพื้นที่ฝั่งธนบุรี-ศาลายาได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว รวมถึงลดปัญหาการจราจรติดขัด และยังเป็นการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและพื้นที่โดยรอบสถานี รองรับการเติบโตของเมืองในอนาคต ที่สำคัญยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการใช้พลังงานของประเทศได้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าด้วยมาตรฐานในระดับสากลที่บริษัทนำมาใช้ขับเคลื่อนองค์กรในทุกมิติ จะส่งผลให้สามารถยกระดับการให้บริการแก่ผู้โดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงบริษัทยังคงมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรให้มีคุณภาพ เพื่อตอบแทนความเชื่อมั่นที่ผู้โดยสารได้ให้ความไว้วางใจด้วยดีเสมอมา